ความสัมพันธ์เชิงพื้นที่ระหว่างตำแหน่งที่ตั้งโครงการบ้านจัดสรรกับพื้นที่น้ำท่วม ในเขตผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
Main Article Content
บทคัดย่อ
การขยายตัวของเมืองเชียงใหม่บนพื้นที่ราบลุ่มแอ่งเชียงใหม่-ลำพูน ดำเนินควบคู่กับการเติบโตของโครงการบ้านจัดสรร ที่เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 135 ระหว่างปี พ.ศ. 2554–2567 พื้นที่ราบลุ่มดังกล่าวมีลักษณะเอื้อต่อการสะสมน้ำ ระบายน้ำได้ช้า และเสี่ยงต่อน้ำท่วมเมื่อเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ต้นน้ำ ซึ่งสะท้อนผ่านเหตุการณ์น้ำท่วมรุนแรงที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2554 และ พ.ศ. 2567 งานวิจัยนี้มุ่งศึกษาความสัมพันธ์เชิงพื้นที่ระหว่างตำแหน่งที่ตั้งโครงการบ้านจัดสรรกับพื้นที่น้ำท่วมและความอ่อนไหวเชิงภูมิประเทศต่อการเกิดน้ำท่วมในเขตผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ พ.ศ. 2555 วิเคราะห์โดยใช้ GIS และระดับความสูงสัมพัทธ์ต่อลำน้ำ (REM) เป็นตัวแปรหลักในการจำแนกความอ่อนไหวเชิงภูมิประเทศต่อการเกิดน้ำท่วมเป็น 3 ระดับ
ผลการศึกษาพบว่า 1) ระหว่างปี พ.ศ. 2554–2567 โครงการบ้านจัดสรรมีการขยายตัวสู่พื้นที่ชานเมืองตามแนวโครงข่ายถนน โดยโครงการประเภทบ้านเดี่ยวยังคงเป็นรูปแบบการพัฒนาหลัก โครงการขนาดใหญ่มีอัตราการเพิ่มขึ้นร้อยละ 210.8 เมื่อเปรียบเทียบกับปี พ.ศ. 2554 และโครงการส่วนใหญ่มีมูลค่าอยู่ในระดับกลางถึงสูง 2) พื้นที่น้ำท่วมในเขตผังเมืองรวมขยายตัวจาก 46.26 ตารางกิโลเมตรใน 13 ตำบล ในปี พ.ศ. 2554 เป็น 103.18 ตารางกิโลเมตร ใน 25 ตำบล ในปี พ.ศ. 2567 3) ตำแหน่งของโครงการบ้านจัดสรรกว่าร้อยละ 75 อยู่ในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวเชิงภูมิประเทศต่อการเกิดน้ำท่วมในระดับปานกลางถึงสูง โดยโครงการที่พัฒนาหลังปี พ.ศ. 2554 ส่วนหนึ่งยังคงตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมปี พ.ศ. 2554 ขณะที่โครงการที่ไม่ได้รับผลกระทบในปี พ.ศ. 2554 บางส่วนกลับถูกน้ำท่วมในปี พ.ศ. 2567 รูปแบบดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าภูมิประเทศเป็นเงื่อนไขพื้นฐานที่กำหนดระดับความอ่อนไหวเชิงภูมิประเทศของพื้นที่ต่อการเกิดน้ำท่วมและประวัติน้ำท่วมเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในการประเมินความเสี่ยงของพื้นที่ ดังนั้น ควรพิจารณาลักษณะเชิงกายภาพของพื้นที่ตั้งก่อนการตัดสินใจพัฒนา และนำข้อมูลความอ่อนไหวเชิงภูมิประเทศต่อการเกิดน้ำท่วมมาประกอบการพัฒนาโครงการและการวางแผนการใช้ที่ดิน เพื่อลดการเปิดรับภัยในพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวสูง
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กรมโยธาธิการและผังเมือง. (2555). กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ พ.ศ. 2555. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 130 ตอนที่ 43 ก (21 พฤษภาคม 2556).
กรมโยธาธิการและผังเมือง. (2564). ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การให้ใช้บังคับผังเมืองรวมเมืองเชียงใหม่ พ.ศ. 2564. ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 138 ตอนพิเศษ 191 ง (18 สิงหาคม 2564).
ดวงจันทร์ อาภาวัชรุตม์ เจริญเมือง และอุบลรัตน์ หยาใส่. (2548). เชียงใหม่กับสายน้ำ : ข้อเสนอการจัดการปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนโดยประชาชน. โครงการเมืองยั่งยืน สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ธนากร สร้อยสุวรรณ. (2539). การศึกษาการเปลี่ยนแปลงทำเลที่ตั้งบ้านจัดสรรในเขตเมืองเชียงใหม่ [วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย].
ภาณุมาศ กำคำเพ็ชร. (2550). แนวทางป้องกันการเกิดอุทกภัยในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ [วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย].
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. (2557). แผนที่เสี่ยงภัยน้ำท่วมเขตตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่. WaterCenter, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์. (2567). สถานการณ์ภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยภาคเหนือ ครึ่งแรก ปี 2567. ธนาคารอาคารสงเคราะห์.
สุทธินี บิณฑวิหค. (2552). บ้านเวียงเชียงใหม่ : บ้านและการสร้างความเป็นถิ่นฐานในเมืองเชียงใหม่. วารสารสังคมศาสตร์, 21(1), 93–117.
สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) [GISTDA]. (2567). รายงานการติดตามพื้นที่น้ำท่วม ปี 2567: ข้อมูลจากดาวเทียม Thaichote บันทึกภาพวันที่ 8 ตุลาคม 2567 [Shapefile]. สืบค้นจาก https://disaster.gistda.or.th/services/download
Bestimate by Baania. (n.d.). Residential unit type data [Dataset]. สืบค้นเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2566, จาก https://gobestimate.com/data-detail/Residental-Unittype-Data
Brueckner, J. K. (2001). Urban sprawl: Lessons from urban economics. Brookings-Wharton Papers on Urban Affairs, 2001, 65–97.
Chen, Y.-H., Mossa, J., & Singh, K. K. (2020). Floodplain response to varied flows in a large coastal plain river. Geomorphology, 354. https://doi.org/10.1016/j.geomorph.2020.107035
FAO. (n.d.). Factors affecting runoff. https://www.fao.org/4/t0099e/t0099e04.htm
Federal Emergency Management Agency. (2013). Floodproofing non-residential buildings (FEMA P-936). U.S. Department of Homeland Security.
Federal Emergency Management Agency. (2019). Flood mitigation measures for multi-family buildings (FEMA P-2037). U.S. Department of Homeland Security.
Gu, Z., Phakdimek, S., Nagami, K., & Komori, D. (2025). Relationship between urbanization–induced land use changes and flood risk: Case study in Chiang Mai, Thailand. Water, 17(3).
Hawker, L., Uhe, P., Paulo, L., Sosa, J., Savage, J., Sampson, C., & Neal, J. (2022). FABDEM V1-2 [Dataset]. University of Bristol. https://data.bris.ac.uk/data/dataset/s5hqmjcdj8yo2ibzi9b4ew3sn
IPCC. (2022). Climate change 2022: Impacts, adaptation and vulnerability. Cambridge University Press. https://www.ipcc.ch/report/ar6/wg2/
Liao, K.-H. (2012). A theory on urban resilience to floods—A basis for alternative planning practices. Ecology and Society, 17(4).
Pirard, C. (2025). Floods and water management in Chiang Mai and the Upper Ping catchment, Northern Thailand.
Srinurak, N., & Mishima, N. (2014). The impact of urban sprawl on cultivated area in river city of ChiangMai. Proceedings of the 9th International Symposium on Lowland Technology.
UNDRR. (2017). Vulnerability. https://www.undrr.org/terminology/vulnerability
USGS. (n.d.). Runoff. https://www.usgs.gov/special-topics/water-science-school/science/runoff
World Bank. (2017). Land use planning for urban flood risk management (Knowledge Note No. 1). World Bank Group.