แบบจำลองการปรับลดขนาดแปลงที่ดินขั้นต่ำตามกฎหมายว่าด้วยการจัดสรรที่ดินภายใต้กรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องและประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ที่ดิน
Main Article Content
บทคัดย่อ
การเพิ่มขึ้นของราคาที่ดินและข้อจำกัดของที่ดินในพื้นที่เมืองชั้นในของกรุงเทพมหานครส่งผลให้การพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยเผชิญกับข้อจำกัดด้านต้นทุนและการใช้ประโยชน์ที่ดิน ขณะที่กฎหมายจัดสรรที่ดินกำหนดขนาดแปลงขั้นต่ำซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับศักยภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่เมืองที่มีความหนาแน่นสูง และมีข้อกำหนดด้านอัตราส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นที่ดิน (Floor Area Ratio: FAR) สูง งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับลดขนาดแปลงขั้นต่ำของการแบ่งที่ดินแปลงย่อย โดยประเมินผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์ที่ดิน พื้นที่ใช้สอยของอาคาร และต้นทุนการพัฒนา ภายใต้กรอบของกฎหมายจัดสรรที่ดิน กฎหมายควบคุมอาคาร และผังเมืองรวม โดยวิธีการสร้างแบบจำลองเพื่อเปรียบเทียบการพัฒนาภายใต้ขนาดแปลงที่ดินและรูปแบบอาคารที่แตกต่างกัน พร้อมวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดแปลงที่ดิน ค่า FAR พื้นที่ใช้สอยและต้นทุนการพัฒนา
ผลการศึกษาพบว่า การปรับลดขนาดแปลงที่ดินจากเกณฑ์ขั้นต่ำเดิมยังสามารถดำเนินการได้ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยการปรับรูปแบบอาคารและเพิ่มจำนวนชั้นสามารถรักษาพื้นที่ใช้สอยให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับโครงการกรณีศึกษา ขณะเดียวกัน การลดขนาดแปลงที่ดินช่วยลดต้นทุนที่ดินต่อหน่วย และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินให้สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นที่ตามข้อกำหนดค่า FAR และผังเมืองรวม โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองที่มีความหนาแน่นสูง
ผลการวิจัยสะท้อนให้เห็นว่า การกำหนดขนาดแปลงขั้นต่ำตามกฎหมายจัดสรรที่ดินควรพิจารณาร่วมกับศักยภาพการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมืองและข้อกำหนดของกฎหมายควบคุมอาคาร มากกว่าการกำหนดจากขนาดแปลงเพียงอย่างเดียว ทั้งนี้ ผลการศึกษาสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการทบทวนหลักเกณฑ์การจัดสรรที่ดิน เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของการพัฒนาเมือง การใช้ทรัพยากรที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ และการเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงที่อยู่อาศัยในพื้นที่เมือง
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กฎกระทรวงฉบับที่ 7 พ.ศ. 2517 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมการก่อสร้างอาคาร พุทธศักราช 2479. (2517, 21 พฤษภาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 91 ตอนที่ 86 หน้า 220–231.
กฎกระทรวงฉบับที่ 55 พ.ศ. 2543 ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522. (2543, 7 สิงหาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 117 ตอนที่ 75ก หน้า 16–30.
กฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2556. (2556, 16 พฤษภาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 130 ตอนที่ 41 ก หน้า 1–81.
ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2530. (2530). ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 104 ตอนที่ 221 หน้า 339–351.
ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2565. (2565, 15 พฤศจิกายน). ราชกิจจานุเบกษา. เล่มที่ 139 ตอนพิเศษ 269 ง หน้า 48–62.
ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2544. (2544, 3 สิงหาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 118 ตอนพิเศษ 75 ง หน้า 1–34.
พระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543. (2543, 23 พฤษภาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 117 ตอนที่ 45ก หน้า 1–21.
พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522. (2522, 14 พฤษภาคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 96 ฉบับพิเศษ ตอนที่ 80 หน้า 1–43.
ยุวดี ศิริ. (2569). รายงานการวิจัยเรื่อง แนวทางการกำหนดขนาดที่ดินแปลงย่อยในโครงการจัดสรรที่ดินให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ สังคม และกายภาพตามพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน : กรณีศึกษาโครงการที่มีการจัดแบ่งที่ดินเป็นแปลงย่อยแต่ไม่เข้าข่ายการจัดสรรที่ดิน. คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Adams, D., & Tiesdell, S. (2013). Shaping places: Urban planning, design and development. Routledge.
Angel, S. (2012). Planet of cities. Lincoln Institute of Land Policy.
Carmona, M. (2021). Public places, urban spaces: The dimensions of urban design (3rd ed.). Routledge.
International Code Council. (2024). International Building Code (IBC). ICC.
Meacham, B. J. (2010). Accommodating innovation in building regulation: Lessons and challenges.Building Research & Information, 38(6), 686–698.
Meacham, B. J. (2016). Building regulatory system reform and innovation. International Code Council.
United Nations. (2015). Transforming our world: The 2030 agenda for sustainable development. UN.
United Nations. (2017). New urban agenda. UN.
United Nations Human Settlements Programme. (2020). World cities report 2020: The value of sustainable urbanization. UN-Habitat.