การสร้างความน่าเชื่อถือ (Trustworthiness) ของงานวิจัยเชิงคุณภาพในบริบทห้องเรียนวิทยาศาสตร์

Main Article Content

นัทธพงษ์ ศรีโรจน์
ไพเราะ เสาะสมบูรณ์

บทคัดย่อ

งานวิจัยเชิงคุณภาพมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการทำความเข้าใจปรากฏการณ์ที่ซับซ้อนในห้องเรียนวิทยาศาสตร์ เช่น ปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูกับนักเรียน และกระบวนการสร้างองค์ความรู้ ซึ่งเป็นสิ่งที่การวิจัยเชิงปริมาณอาจไม่สามารถถ่ายทอดพลวัตเหล่านี้ได้อย่างครบถ้วน, อย่างไรก็ตาม งานวิจัยเชิงคุณภาพมักเผชิญกับข้อกังขาด้านอคติของนักวิจัย (Researcher bias) และความเชื่อมั่นในข้อค้นพบ, บทความนี้จึงนำเสนอการประยุกต์ใช้หลักการ "ความน่าเชื่อถือ" (Trustworthiness) ตามแนวคิดของ Lincoln และ Guba (1985) เพื่อเป็นเกณฑ์มาตรฐานในการประกันคุณภาพงานวิจัยเชิงคุณภาพในบริบทการศึกษาวิทยาศาสตร์,กรอบแนวคิดความน่าเชื่อถือประกอบด้วย 4 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่1. ความน่าเชื่อถือ (Credibility) ซึ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นในความจริงของข้อมูลผ่านกลยุทธ์ต่างๆ เช่น การตรวจสอบสามเส้า (Triangulation) และการตรวจสอบข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูล (Member check) 2. ความสามารถในการโอนย้าย (Transferability) โดยการพรรณนาข้อมูลอย่างละเอียด (Thick description) เพื่อให้ผู้อ่านตัดสินใจได้ว่าสามารถนำผลวิจัยไปปรับใช้ในบริบทของตนได้หรือไม่ 3. ความสอดคล้อง (Dependability) 4. ความสามารถในการยืนยัน (Confirmability) ซึ่งสองส่วนหลังนี้มุ่งเน้นความโปร่งใสและเป็นกลาง โดยการสร้างร่องรอยการตรวจสอบ (Audit trail) เพื่อให้เห็นเส้นทางการตัดสินใจของนักวิจัยอย่างชัดเจน นอกจากนี้ บทความยังให้ความสำคัญกับการไตร่ตรองสะท้อนคิด (Reflexivity) เพื่อให้ผู้วิจัยตระหนักถึงอคติและบทบาทของตนเองตลอดกระบวนการวิจัย, การนำหลักการเหล่านี้มาใช้อย่างเข้มแข็งจะช่วยให้นักวิจัยสามารถนำเสนอข้อค้นพบที่ลึกซึ้ง มีคุณค่า และเป็นที่ยอมรับ ซึ่งจะส่งผลต่อการพัฒนาการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนสืบไป

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ศรีโรจน์ น. ., & เสาะสมบูรณ์ ไ. (2025). การสร้างความน่าเชื่อถือ (Trustworthiness) ของงานวิจัยเชิงคุณภาพในบริบทห้องเรียนวิทยาศาสตร์ . วารสารชุมชนแห่งการเรียนรู้วิชาชีพครู (Online), 5(2), 65–76. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/JTPLC/article/view/283964
ประเภทบทความ
Article

เอกสารอ้างอิง

Creswell, J. W., & Creswell, J. D. (2018). Research design: Qualitative, quantitative, and mixed methods approaches (5th ed.). SAGE Publications.

Creswell, J. W., & Poth, C. N. (2018). Qualitative inquiry and research design: Choosing among five approaches (4th ed.). SAGE Publications.

Geertz, C. (1973). The interpretation of cultures: Selected essays. Basic Books.

Lincoln, Y. S., & Guba, E. G. (1985). Naturalistic inquiry. SAGE Publications.

Merriam, S. B., & Tisdell, E. J. (2016). Qualitative research: A guide to design and

implementation (4th ed.). Jossey-Bass.

Nowell, L. S., Norris, J. M., White, D. E., & Moules, N. J. (2017). Thematic analysis:

Striving to meet the trustworthiness criteria. International Journal of

Qualitative Methods, 16(1), 1–13. https://doi.org/10.1177/1609406917733847

Punch, K. F. (2013). Introduction to social research: Quantitative and qualitative

approaches (3rd ed.). SAGE Publications.

Shenton, A. K. (2004). Strategies for ensuring trustworthiness in qualitative

research projects. Education for Information, 22(2), 63–75. https://doi.org/10.3233/EFI-2004-22201

Sohsomboon, P and Yuenyong, C. (2021). Strategies for Teacher Utilizing Ethnography

as a Way of Seeing for STEAM Education. Journal of Physics: Conference Series, 1933 (1), 012080

จีระวรรณ เกษสิงห์. (2555). คุณภาพของงานวิจัยเชิงคุณภาพ. ในลือชา ลดาชาติ (บ.ก.), การวิจัยเชิงคุณภาพเพื่อศึกษาความเข้าใจของนักเรียน (น. 102–121). โรงพิมพ์อักษรไทย (น.ส.พ. ฟ้าเมืองไทย).

โชคชัย ยืนยง (2552) กระบวนทัศน์เชิงตีความ (Interpretive paradigm): อีกกระบวนทัศน์

หนึ่งสำหรับการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ศึกษา . วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปีที่ 32 ฉบับที่ 3 กรกฏาคม - กันยายน 2552 หน้า 14 - 22.

พรชัย ชิณสา, ไพเราะ เสาะสมบูรณ์ และ โชคชัย ยืนยง. (2564) เข้าถึงเข้าใจโอกาสใหม่ ๆ ในการทำวิจัยทางการศึกษา ด้วยการยึดถือโลกทัศน์การวิจัยที่หลากหลาย. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ปีที่ 18 ฉบับที่ 2 : พฤษภาคม – สิงหาคม 2564. หน้า 47 - 64

ลือชา ลดาชาติ, และ ลฎาภา ลดาชาติ. (2555). การสำรวจและพัฒนาความเข้าใจธรรมชาติของวิทยาศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ผ่านกิจกรรมการเรียนรู้แบบสืบเสาะสอบสวน. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร, 14(พิเศษ), 111–123.