รูปแบบการพัฒนาครู เพื่อมุ่งสู่โรงเรียนสมรรถนะสูง โรงเรียนเทศบาลบ้านสามเหลี่ยม สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครขอนแก่น

Main Article Content

ณภูผา โพธิมา

บทคัดย่อ

การวิจัยในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมาย 1)  เพื่อศึกษาองค์ประกอบและตัวบ่งชี้รูปแบบการพัฒนาครู เพื่อมุ่งสู่โรงเรียนสมรรถนะสูง 2) เพื่อศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ รูปแบบการพัฒนาครู เพื่อมุ่งสู่โรงเรียนสมรรถนะสูง 3) เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการพัฒนาครู เพื่อมุ่งสู่โรงเรียนสมรรถนะสูง 4) เพื่อศึกษาผลการใช้รูปแบบการพัฒนาครู เพื่อมุ่งสู่โรงเรียนสมรรถนะสูง โรงเรียนเทศบาลบ้านสามเหลี่ยม สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครขอนแก่น  กลุ่มตัวอย่าง คือครู ในสังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครขอนแก่น โดยใช้วิธีสุ่มอย่างง่าย จำนวน 224 คน แล้วนำรูปแบบไปใช้ในกลุ่มเป้าหมายการพัฒนาซึ่งเป็นครู ในโรงเรียนเทศบาลบ้านสามเหลี่ยม สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครขอนแก่น โดยเลือกแบบเจาะจง จำนวน 47 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถามสภาพปัจจุบัน สภาพพึงประสงค์ และความจำเป็นต้องการ แบบประเมินองค์ประกอบ และตัวบ่งชี้ แบบบันทึกการสนทนากลุ่ม แบบสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ร้อยละ  ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และดัชนีความสอดคล้อง ค่าอำนาจจำแนก ค่าความเชื่อมั่น และค่าดัชนีความต้องการจำเป็น สัมประสิทธิ์แอลฟ่าของครอนบราค สัมประสิทธิ์อย่างง่ายของเพียร์สัน เทคนิค Modified Priority Need Index (PNI modified) และ Independent t- test ผลการวิจัยพบว่า 1) สภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ รูปแบบการพัฒนาครู เพื่อมุ่งสู่โรงเรียนสมรรถนะสูง โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ส่วนสภาพที่พึงประสงค์ การพัฒนาครู เพื่อมุ่งสู่โรงเรียนสมรรถนะสูง ตามองค์ประกอบ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาในแต่ละองค์ประกอบ พบว่า มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ (Focus on learners) มุ่งเน้นพัฒนาบุคลากร (Human resource development) และผู้นำที่มีประสิทธิผล (Effective Leaders)  อยู่ในระดับมากทุกองค์ประกอบตามลำดับ 2) รูปแบบการพัฒนาครู ที่พัฒนาขึ้น ได้ทำการยืนยันรูปแบบการพัฒนาครู โดยใช้การประชุมผู้เชี่ยวชาญ (Connoisseurship) 3) ผลการใช้รูปแบบการพัฒนาครู พบว่า ครูทุกคนมีคะแนนจากการทดสอบ โดยใช้แบบทดสอบหลังพัฒนา สูงกว่าก่อนการพัฒนาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.50 และผ่านเกณฑ์ร้อยละ 75  ครูทุกคนมีระดับคะแนนระดับการพัฒนาสูงกว่าก่อนเข้าโครงการพัฒนาครู ครูมีความพึงพอใจของครู ต่อรูปแบบการพัฒนาครูโดยรวมอยู่ในระดับมาก

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
โพธิมา ณ. . (2025). รูปแบบการพัฒนาครู เพื่อมุ่งสู่โรงเรียนสมรรถนะสูง โรงเรียนเทศบาลบ้านสามเหลี่ยม สังกัดสำนักการศึกษา เทศบาลนครขอนแก่น: . วารสารชุมชนแห่งการเรียนรู้วิชาชีพครู (Online), 5(1), 23–37. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/JTPLC/article/view/281412
ประเภทบทความ
Article

เอกสารอ้างอิง

จตุพร งามสงวน (2560). รูปแบบการพัฒนาองค์การสมรรถนะสูงของโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วิทยานิพนธ์ครุศาสตร ดุษฎีบัณฑิตสาขาวิชาการบริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์.

บุญชม ศรีสะอาด. (2545). การวิจัยเกี่ยวกับการบริหารการศึกษา. กรุงเทพฯ : ยูแอนด์อินเตอร์ไอมีเดีย.

บุญชม ศรีสะอาด. (2556). วิธีการทางสถิติสำหรับการวิจัย เล่ม 1.พิมพ์ครั้งที่ 5.กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.

สุวิมล ว่องวานิช.(2548). การวิจัยและพัฒนาระบบการประเมินผลภายในของสถานศึกษา. กรุงเทพฯ : วี.ที.ชี. คอมมูนิเคชั่น.

สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ.(2563). คู่มือการประเมินสถานะของหน่วยงานภาครัฐในการเป็นระบบราชการ 4.0. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ

สํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2553). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไข. เพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2553. กรุงเทพฯ : สํานักนายกรัฐมนตรี.

Krejcie, Robert V. and Daryle W. Morgan. (1970. Autumn). “Determining Sample Sample Size for Research Activities,” Educational and Psychological Measurement. 30(3): 1970 -608.

Leithwood, K., & McCullough,C. (2016). Leading high-performing school districts. Education, Canada, 1, 24-29.

Wohlstetter, P. & Mahrman, S.A. (1993). School-Based Management: Strategiesfor Success. Retrieved 1993,