การพัฒนารูปแบบสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาด้านความเป็นผู้นำทางวิชาการ โดยใช้เทคโนโลยีเป็นฐานเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน

Main Article Content

รุ่งนภา ธิศรี

บทคัดย่อ

บทคัดย่อ


บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบสมรรถนะของผู้บริหารสถานศึกษาด้านความเป็นผู้นำทางวิชาการ โดยใช้เทคโนโลยีเป็นฐาน 2) พัฒนารูปแบบสมรรถนะ 3) ทดลองใช้รูปแบบ 4) ประเมินประสิทธิภาพของรูปแบบ ใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา ดำเนินการ 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาความต้องการจำเป็นของสมรรถนะจากผู้บริหารและครู ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบสมรรถนะจากข้อมูลที่ได้ ระยะที่ 3 ทดลองใช้รูปแบบกับผู้บริหารและครูที่สมัครใจเข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วยผู้บริหาร จำนวน 44 คน ครู จำนวน 176 คน รวม 220 คน ระยะที่ 4 ประเมินประสิทธิภาพของรูปแบบ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ และแบบประเมินความเหมาะสมของรูปแบบ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีความต้องการจำเป็น การเปรียบเทียบคะแนนก่อนและหลังการใช้รูปแบบ การวิเคราะห์เนื้อหา และการสังเคราะห์เชิงพรรณนา


ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการวิเคราะห์ความต้องการจำเป็นของสมรรถนะผู้บริหารใน 3 ด้าน พบว่า ดัชนีความต้องการจำเป็นโดยรวม เท่ากับ 0.30 เรียงลำดับดังนี้ ด้านคุณภาพของผู้เรียน (0.32) ด้านเทคโนโลยี (0.30) ด้านความเป็นผู้นำทางวิชาการ (0.28) 2) รูปแบบสมรรถนะที่พัฒนาขึ้น ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบ ดังนี้ 2.1) หลักการ 2.2) วัตถุประสงค์ 2.3) สมรรถนะผู้บริหาร           2.4) กระบวนการพัฒนา 2.5) การประเมินผล และ 2.6) ปัจจัยแห่งความสำเร็จ ซึ่งผ่านการตรวจสอบโดยผู้ทรงคุณวุฒิแล้วมีความเหมาะสมและเป็นไปได้ในระดับมากที่สุด 3) ผลการทดลองใช้รูปแบบ พบว่า ผู้บริหารมีค่าเฉลี่ยคะแนนสมรรถนะด้านความเป็นผู้นำทางวิชาการหลังการพัฒนาสูงกว่าก่อนการพัฒนา 4) ผลการประเมินรูปแบบ พบว่า รูปแบบมีความเหมาะสมและเป็นไปได้อยู่ในระดับมากที่สุด และผู้เกี่ยวข้องมีความพึงพอใจต่อรูปแบบในระดับมาก

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

เอกสารอ้างอิง

กัลยา วานิชย์บัญชา. (2562). การวิเคราะห์สถิติด้วย SPSS. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ธรรมศาสตร์.

กำจร ตติยกวี. (2561). ผู้นำการเปลี่ยนแปลงในยุคดิจิทัล. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา, 13(1), 1–12.

บุญทัน ดอกไธสง. (2559). ภาวะผู้นำทางการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1. (2565). รายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET). หนองคาย: สพป.หนองคาย เขต 1.

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2564). กรอบแนวคิดสมรรถนะผู้บริหารสถานศึกษา. กรุงเทพมหานคร: สพฐ.

สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา. (2563). การบริหารการศึกษาในยุคดิจิทัล. กรุงเทพมหานคร: กระทรวงศึกษาธิการ.

Boyatzis, R. E. (1982). The competent manager: A model for effective performance.

John Wiley & Sons.Fullan, M. (2003). The moral imperative of school leadership. Ontario Principals' Council.

Glickman, C. D., Gordon, S. P., & Ross-Gordon, J. M. (2002). Super Vision and instructional leadership: A developmental approach. (6th ed.). Allyn and Bacon.

Hallinger, P. (2011). Leadership for learning: Lessons from 40 years of empirical research. Journal of Educational Administration, 49(2), 125–142.ISTE.

International Society for Technology in Education. (2018). ISTE standards for education leaders: Empowering leaders to harness technology for learning.

Sheninger, E. C. (2014). Digital leadership: Changing paradigms for changing times. Corwin.

Spencer, L. M., & Spencer, S. M. (1993). Competence at work: Models for superior performance. John Wiley & Sons.