แนวทางการสร้างอาชีพเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับผู้สูงอายุในเขตอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด

Main Article Content

ปิยพรวดี ทองดี

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาศักยภาพและคุณค่าในตนเองของผู้สูงอายุ และ               (2) ศึกษาแนวทางการสร้างอาชีพที่เหมาะสมเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับผู้สูงอายุในเขตอำเภอ                    เสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด การวิจัยใช้ระเบียบวิธีแบบผสมผสานเชิงกรณีศึกษา เก็บข้อมูลจากผู้สูงอายุ 60 คน ซึ่งกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างตามหลักความเพียงพอของการศึกษาเชิงสำรวจในชุมชนและความอิ่มตัวของข้อมูล โดยคัดเลือกแบบไม่อาศัยความน่าจะเป็นด้วยวิธีเจาะจง และขยายรายชื่อด้วยวิธีลูกโซ่ เครื่องมือประกอบด้วยแบบสอบถาม 4 ตอน รวม 20 ข้อ แบบสัมภาษณ์ และเวทีสนทนากลุ่มกับผู้ให้ข้อมูลหลัก 12 คน จาก 4 กลุ่มอาชีพ ข้อมูลเชิงปริมาณวิเคราะห์ด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพวิเคราะห์เนื้อหาและสังเคราะห์ประเด็นตามวัตถุประสงค์


ผลการวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุมีศักยภาพและคุณค่าในตนเอง ส่วนใหญ่มีสุขภาพแข็งแรง                           มีประสบการณ์ด้านเกษตรกรรม การค้าขาย งานหัตถกรรม และการแปรรูปอาหาร ยังต้องการทำงานเพื่อสร้างรายได้เสริม ลดความเหงา และรักษาบทบาททางสังคม อาชีพที่เหมาะสมควรเป็นงานเบา ทำได้ที่บ้าน ใช้ภูมิปัญญาเดิม ใช้ทุนไม่สูง และเชื่อมโยงตลาดชุมชน โดยเน้นความเหมาะสมกับวัย สุขภาพ เวลา ครอบครัว ความปลอดภัย ภูมิปัญญาท้องถิ่น การรวมกลุ่ม การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การประชาสัมพันธ์ออนไลน์ และการเชื่อมโยงผู้ซื้อ เพื่อขยายโอกาสรายได้เสริม ลดภาระครอบครัว แนวทางการสร้างอาชีพควรดำเนินการแบบบูรณาการระหว่างภาครัฐ ชุมชน ครอบครัว และเครือข่ายการตลาด โดยสนับสนุนการฝึกอบรม งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ สุขภาพ และช่องทางจำหน่าย การพัฒนาอาชีพที่เหมาะสมช่วยเสริมการพึ่งพาตนเอง เพิ่มรายได้ ยกระดับคุณภาพชีวิต และทำให้ผู้สูงอายุเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าของสังคมไทยอย่างยั่งยืน

Article Details

ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมการปกครอง สำนักบริหารการทะเบียน. (2568). สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร (รายเดือน) มิถุนายน 2568. เรียกใช้เมื่อ 12 กรกฎาคม 2568 จาก https://shorturl.asia/tj7X9.

ขวัญชนก ทองเดช และคณะ. (2564). การพัฒนาตัวชี้วัดพฤฒพลังของผู้สูงอายุไทย. ศึกษาศาสตร์ มมร, 9(1), 83–92.

คาสปาร์พีค, วาสนา อิ่มเอม, และรัตนาภรณ์ ตังธนเศรษฐ์. (2558). รายงานสถานการณ์ประชากรไทย พ.ศ.2558 “โฉมหน้าครอบครัวไทย ยุคเกิดน้อย อายุยืน”. กรุงเทพมหานคร : กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติประจําประเทศไทย และสํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.

เชษฐา แก้วพรม, Saifon In-Sricheun, และ Laksana Pongpumma. (2563). ความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองของผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรมโรงเรียนผู้สูงอายุ. วารสารวิชาการสุขภาพภาคเหนือ, 7(1), 76–86.

นำพร อินสิน และคณะ. (2564). ภาวะพฤฒพลังของผู้สูงอายุในอำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 14(3), 94–103.

พระมหาประกาศิต สิริเมโธ และคณะ. (2568). การพัฒนาศักยภาพในการประกอบอาชีพเสริมสำหรับผู้สูงอายุในชุมชนหมู่บ้านสุขสันต์ 9 เขตหนองแขม กรุงเทพมหานคร. วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 8(2), 260–275.

พิมพงา เพ็งนาเรนทร์. (2564). การมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ของผู้สูงอายุ. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี, 15(1), 42–58.

ศุภเจตน์ จันทร์สาส์น. (2555). พฤฒิพลังของผู้สูงอายุไทย การปันผลทางประชากร และโอกาสทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในสังคมสูงวัย. วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา, 4(7), 201-214.

สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ. (2564). แนวทางจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์ (ปรับปรุงครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร : สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.).

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2557). รายงานผลเบื้องต้น สำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2557. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานสถิติแห่งชาติ.

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2563). รายงานสถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2563. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานสถิติแห่งชาติ.

สุภจักษ์ แสงประจักษ์สกุล. (2557). วุฒิวัยของผู้สูงอายุไทย. วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 17, 231–248.

Best, J. W. (1977). Research in Education (3rd ed.). Englewood Cliffs, NJ: Prentice-Hall.

Wade, B. (2006). Basic Research Methods: An Entry to Social Science Research. Bangkok: McGraw-Hill.

World Health Organization. (2002). Active Ageing: A Policy Framework. Geneva: World Health Organization.