ปัจจัยภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มีความสัมพันธ์ต่อประสิทธิผลการปฏิบัติงานของบุคลากรองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดระยอง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงกับประสิทธิผลในการปฏิบัติงานจากองค์ประกอบของรูปแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของบุคลากรในระดับบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดระยอง โดยผู้วิจัยได้ใช้วิธีการวิจัยเชิงปริมาณในการวิเคราะห์ผลการวิจัย กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในศึกษาครั้งนี้คือ บุคลากรในองค์การบริหารส่วนตำบลในเขตพื้นที่จังหวัดระยอง จำนวน 345 คน โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ ความคิดเห็นของบุคลากรระดับบริหารจำนวน 43 คน และความคิดเห็นของบุคลากรระดับปฏิบัติการ จำนวน 302 คน โดยใช้สถิติวิเคราะห์เชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) เพื่อวิเคราะห์และอธิบายข้อมูลเกี่ยวกับปัจจัยภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงและประสิทธิผลในการทำงาน โดยวิธีหาค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) รวมถึงใช้ สถิติวิเคราะห์เชิงอนุมาน (Inferential Statistics) ในการทดสอบสมมติฐาน ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อประสิทธิผลในการปฏิบัติงาน เป็นการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรหลายตัวและสร้างสมการทำนายระดับประสิทธิผลในการปฏิบัติงานจากปัจจัยภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงโดยใช้วิธีวิเคราะห์สหสัมพันธ์ (Correlation)
ผลการวิจัย พบว่า ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของบุคลากรในระดับบริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดระยอง ให้ความสำคัญกับความเป็นปัจเจกบุคคลในระดับมากที่สุด โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล สนใจและเอาใจใส่ผู้ร่วมงาน ส่วนด้านการมีอิทธิพลอย่างมีอุดมการณ์มีระดับน้อยที่สุด สำหรับประสิทธิผลในการปฏิบัติงานของบุคลากรระดับปฏิบัติการพบว่า บุคลากรมีการปฏิบัติงานโดยคำนึงถึงคุณภาพของงานมากที่สุด มุ่งทำงานเพื่อผลงานที่มีคุณภาพถูกต้องตรงตามมาตรฐานที่พึงประสงค์ หรือเป้าหมายในการดำเนินการ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนในด้านความรวดเร็วทันเวลาอยู่ในระดับน้อยที่สุด นอกจากนี้ยังพบว่าความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงกับประสิทธิผลในการปฏิบัติงานจากองค์ประกอบของรูปแบบภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของบุคลากรในระดับบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตพื้นที่จังหวัดระยองมีความสัมพันธ์กับด้านความรวดเร็วทันเวลามากที่สุด ส่วนด้านคุณภาพของงานไม่มีความสัมพันธ์กับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง
Article Details
เอกสารอ้างอิง
[2]บุญเชิด ชื่นฤดี. 2548. ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติงานกับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน กรณีศึกษา บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน). วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจ บัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์.
[3]พิรจิต บุญบันดาล. 2551. คุณลักษณะผู้นำยุคใหม่ แรงจูงใจใฝ่สัมฤทธิ์ กับประสิทธิผลขององค์การ. วิทยานิพนธ์ สาขาจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
[4]รัตติกรณ์ จงวิศาล. 2551. ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง. วันที่ค้นข้อมูล 3 ตุลาคม 2560, เข้าถึงได้จากhttp://hrm.siamhrm.com/report/management report.php?max=187.
[5]วันชัย มีชาติ. 2556. พฤติกรรมการบริหารองค์การสาธารณะ (พิมพ์ครั้งที่ 3). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. กรุงเทพฯ.
[6]ศรุติพงศ์ ภูวัชร์วรานนท์. 2551. ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง. เข้าถึงได้จาก www.saruthipong.com/port/document/299-701/299-701-13.pdf
[7]สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดระยอง. 2560. เข้าถึงได้จาก http://www.rayonglocal.go.th/frontpage
[8]อัมพล ชูสนุก. 2552. อิทธิพลของภาวะผู้นำของซีอีโอต่อประสิทธิผลองค์การในบริบทของวัฒนธรรมองค์การของบริษัทโรงกลั่นน้ำมันในประเทศไทย. ปริญญานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต สาขาบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
[9]Jump, N. (1978). Psychometric Theory (2nd ed.). New York. McGraw-Hill.
[10]Yamane, T. 1967. Elementary Sampling Theory. USA. Prentice Hall.