การอบรมเรื่องเพศสัมพันธ์เพื่อป้องกันการตั้งครรภ์วัยรุ่น
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยเชิงวิจัยเชิงปฏิบัติการครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการปฏิบัติการ
เพื่อป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์ของวัยรุ่นในโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัด
นครศรีธรรมราช ศึกษากับกลุ่มเป้าหมาย จำนวน 23 คน คัดเลือกจากวัยรุ่นที่มี
พฤติกรรมเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์วัยรุ่นเข้าร่วมการปฏิบัติการด้วยกิจกรรม “เรื่องเพศ...
วัยรุ่นเข้าใจได้” โดยใช้ระยะเวลา 4 สัปดาห์ ประเมินกลุ่มเป้าหมายทั้งก่อนและหลังการ
ปฏิบัติการด้วยแบบประเมินพฤติกรรมเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ไม่พร้อมของวัยรุ่น และ
วิเคราะห์หาค่าการทดสอบทีที่ไม่เป็นอิสระต่อกัน ผลการวิจัยพบว่า หลังปฏิบัติการวัยรุ่น
มีพฤติกรรมเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์วัยรุ่นโดยรวมลดลงและรายด้านอย่างมีนัยสำคัญ
ทางสถิติที่ระดับ .001 ซึ่งมีค่าเฉลี่ยโดยรวมลดลง 1.46 ค่าเฉลี่ยด้านทัศนคติและ
ความเชื่อลดลง 2.14 ค่าเฉลี่ยด้านความรู้ลดลง 1.50 และค่าเฉลี่ยด้านการปฏิบัติตน
ลดลง 0.74 โดยผลการวิจัยในครั้งนี้เป็นประโยชน์แก่หน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้อง
สำหรับเป็นแนวทางหนึ่งในการป้องกันปัญหาการตั้งครรภ์วัยรุ่นต่อไป
Article Details
เอกสารอ้างอิง
[2] นพมาศ อุ้งพระ. (2555). วิกฤตทางเพศสัมพันธ์ของวัยรุ่นไทย. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
[3] United Nations Population Fund. (2014). Research Report in Title Motherhood in Childhood Facing the Challenge of Adolescent Pregnancy. United Nations Population Fund Thailand Country Office and the Office of the National Economic and Social Development Board.
[4] ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์. (2557). รายงานการวิจัยเรื่อง สถานการณ์การคลอดบุตรของวัยรุ่นไทย ปี 2556. กรุงเทพฯ: สำนักงานปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.
[5] สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช. (10-13 มีนาคม 2558). เอกสารประกอบการตรวจราชการและนิเทศงานกรณีปกติ ระดับกระทรวง รอบที่ 1 ปีงบประมาณ 2558. นครศรีธรรมราช: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช.
[6] สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช. (2554). สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราชรณรงค์ลดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ในวันแห่งความรัก. สืบค้นเมื่อ 3 พฤศจิกายน 2557, จาก http://www.nakhontoday.com/detail_news.php?n_id-1197.
[7] องค์การแพธ. (2550). คู่มือการจัดกระบวนการเรียนรู้เพศศึกษาสำหรับเยาวชนช่วงชั้นที่ 3 (มัธยมศึกษาปีที่ 1-3) (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: เออร์เจนท์แทค จำกัด.
[8] องค์การแพธ. (2550). คู่มือการจัดกระบวนการเรียนรู้เพศศึกษาสำหรับเยาวชนช่วงชั้นที่ 4 (มัธยมศึกษาปีที่ 4-6) (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ : เออร์เจนท์แทค จำกัด.
[9] ศรินภัสร์ หิรัญพุฒิชัยกุล. (2551). การสร้างแบบคัดกรองและโปรแกรมป้องกันพฤติกรรมเสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียนของวัยรุ่น. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
[10] องอาจ นัยพัฒน์. (2551). การออกแบบการวิจัย: วิธีการเชิงปริมาณ เชิงคุณภาพและผสมผสานวิธีการ. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
[11] ธาดา สืบหลินวงศ์. (2551). แนวทางจริยธรรม การทำวิจัยในประเทศไทยพ.ศ.2550. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
[12] สุปรียา จรทะผา. (2555). ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างทักษะชีวิตในการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ต่อพฤติกรรมการป้องกันการตั้งครรภ์ในนักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น อำเภอสมเด็จ จังหวัดกาฬสินธุ์. งานนิพนธ์สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.
[13] ธีรวุฒิ เอกะกุล. (2550). “การวิจัยเชิงปฏิบัติการ : องค์ความรู้และการประยุกต์ใช้”, วารสารครุทัศน์. 19(9), 67-74.
[14] พอเพ็ญ ไกรนรา เมธิณี เกตวาธิมาตร และมัณฑนา มณีโชติ. (2556). “ผลของโปรแกรมป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อมโดยแกนนำนักศึกษาพยาบาลต่อความรู้ ทัศนคติและความตั้งใจในการป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อมของวัยรุ่นตอนต้น”,
วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา. 19(2), 20-30.
[15] สายฝน เอกวรางกูร และนัยนา หนูนิล. (2556). “กระบวนการมีส่วนร่วมสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศด้วยการพัฒนาต้นทุนชีวิต เด็กและเยาวชน ภาคใต้ตอนบน”, วารสารเกื้อการุณย์. 20(1), 103-118.
[16] สำนักอนามัยการเจริญพันธุ์. (2559). สถานการณ์อนามัยการเจริญพันธุ์ในวัยรุ่นและเยาวชน ปี 2558. สืบค้นเมื่อ 27 ธันวาคม 2559, จาก http://rh.anamai.moph.go.th/ewt_dl_link.php?nid=86.