ความห่วงใยของคนสยามในมาเลเซียต่อสถานการณ์ ความขัดแย้ง ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย กรณีศึกษา: ทัศนะคนสยามในมาเลเซียในรัฐกลันตัน รัฐเคดาห์ และรัฐเปรัค

Main Article Content

Apiwat Samathi
Panu Thammasuwan
Korakod Tongkachok
Kriskorn Paleethunyawong

บทคัดย่อ

บทความฉบับนี้เป็นบทความที่คณะผู้วิจัยได้ศึกษาค้นคว้าและเข้าไปสำรวจ
ความคิดเห็นของคนสยามในประเทศมาเลเซียต่อความเข้าใจในสถานการณ์และแนวทาง
การแก้ไขปัญหาความคัดแย้งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ วิธีวิจัยโดยการเก็บ
แบบสอบถาม สัมภาษณ์ และการจัดเวทีเสวนา จากผลการดำเนินการวิจัยตามกรอบ
วัตถุประสงค์พบว่า ทัศนะต่อแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้
ของไทยยอย่างสันติวิธีตามกรอบนโยบายของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรอยู่
ในระดับมาก ส่วนรายละเอียดในแต่ละด้านของปัจจัยพบว่า แนวทางการแก้ไขปัญหา
ให้สำเร็จลุล่วงได้นั้นประกอบด้วยแนวทาง คือ ด้านการศึกษาควรมีการสนับสนุนให้เด็ก
และเยาวชนในพื้นที่ได้รับการศึกษาของรัฐบาลให้มากยิ่งขึ้นเพื่อให้เด็กและเยาวชนที่
จบออกมาได้มีงานทำควรมีการคัดสรรเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ดีและมีคุณภาพเข้ามาแก้ไข
ปัญหาความขัดแย้งในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ และควรทำให้ทั้งศาสนาพุทธ
อิสลามและศาสนาอื่น ๆ อยู่ร่วมกันบนพื้น ฐานของการเคารพในวัฒนธรรมซึ่งกันและ
กันและรัฐบาลต้องสร้างความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย และต้องสร้างฉันทามติของชาติ
ต่อการอยู่ร่วมกันบนพื้นฐานของความสันติสุข

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
Samathi, A., Thammasuwan, P., Tongkachok, K., & Paleethunyawong, K. (2018). ความห่วงใยของคนสยามในมาเลเซียต่อสถานการณ์ ความขัดแย้ง ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย กรณีศึกษา: ทัศนะคนสยามในมาเลเซียในรัฐกลันตัน รัฐเคดาห์ และรัฐเปรัค. วารสารปาริชาต, 31(2), 269–290. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/parichartjournal/article/view/158654
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

[1] สำนักงานวิชาการ สำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร. (2558). กระบวนการเพื่อสันติสุขในจังหวัดชายแดนภาคใต้: ศึกษาเปรียบเทียบกรณีมินดาเนา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์. กรุงเทพฯ: สภาผู้แทนราษฎร.
[2] อภิวัฒน์ สมาธิ และคณะ. (2558). การบริหารงานยุติธรรมบนพื้นฐานกระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ต่อแนวทางการสร้างความสันติสุขในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้กรณีศึกษา : จังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส.ทุนวิจัย จากงบประมาณเงินแผ่นดิน ประจำปี 2558 สถาบันวิจัยแห่งชาติและมหาวิทยาลัยทักษิณ. สงขลา: เพื่อนบัณฑิต.
[3] อภิวัฒน์ สมาธิ. (2554). การดำเนินนโยบายของรัฐภายใต้การบังคับใช้กฎอัยการศึกในสามจังหวัด ชายแดนภาคใต้. ดุษฏีนิพนธ์ มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย. กรุงเทพฯ: ฟิวเจอร์ปาร์คปริ้นติ้ง.
[4] อภิวัฒน์ สมาธิ และคณะ. (2556). การบริหารงานยุติธรรมภายใต้การบังคับใช้กฎอัยการศึกและพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในจังหวัดชายแดนภาคใต้. ทุนอุดหนุนงานวิจัยจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา). สงขลา: เพื่อนบัณฑิต.
[5] อภิวัฒน์ สมาธิ. (2559). วิทยาระเบียบวิธีวิจัยทางรัฐประศาสนศาสตร์. สงขลา. เพื่อนบัณฑิต.
[6] วีนัส พีชวณิชย์. (2537). สถิติสำหรับนักสังคมศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 7). ธรรมศาสตร์. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
[7] “2010 Population and Housing Census of Malaysia”. (2015). Department of Statistics, Malaysia. Date:17 June 2015. Malaysia.
[8] จุฑารัตน์ เอื้ออำนวย. (2548). การดำเนินกระบวนการยุติธรรมใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้:ปัญหาและแนวทางการแก้ไข (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สยามนครการพิมพ์.
[9] เลขานุการคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้. (2557). แผนปฏิบัติการการแก้ไขปัญหาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2558-2560. กรุงเทพฯ: ดิโอสยามการพิมพ์.
[10] กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) และศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.). (2557). ยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2555-2557. กรุงเทพฯ: ยะลาการพิมพ์.
[11] พรทิพย์ โรจนสุนันท์. (2552). กระบวนการยุติธรรมกับปัญหาในจังหวัดชายแดนใต้. นิตยสารหัวใจเดียวกัน. ฉบับที่ 2 มิถุนายน 2552, 45. กรุงเทพฯ: หจก.ควอลิตี้ออฟอาร์ต.
[12] คณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ. (2551). เรื่อง “แผนยุทธศาสตร์การพัฒนากระบวนการยุติธรรมในจังหวัดชายแดนใต้ พ.ศ.2553-2557”, รายงานประจำปี 2551-2552. กรุงเทพฯ: กระทรวงยุติธรรม.