นางสาว บทบาท และพิธีกรรมของโต๊ะบอมอ (หมอชาวบ้าน) ในสังคมมลายูนราธิวาสกับการเยียวยาผู้มีภาวะความไม่มั่นคงทางอารมณ์
Main Article Content
บทคัดย่อ
ที่มาและวัตถุประสงค์: งานวิจัยเชิงคุณภาพนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาบทบาทของโต๊ะบอมอ (หมอบ้าน) ในการเยียวยาผู้มีภาวะความไม่มั่นคงทางอารมณ์ในสังคมมลายูจังหวัดนราธิวาส และ 2) ศึกษาลักษณะพิธีกรรมของโต๊ะบอมอ (หมอบ้าน) ในการเยียวยาผู้มีภาวะความไม่มั่นคงทางอารมณ์ในสังคมมลายูจังหวัดนราธิวาส
ระเบียบวิธีการศึกษา: เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้วิธีการสัมภาษณ์เชิงลึกด้วยประเด็นสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างกับกลุ่มผู้ให้ข้อมูลที่ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง ได้แก่ 1) ผู้มีภาวะความไม่มั่นคงทางอารมณ์ที่มีประสบการณ์ได้รับการรักษาด้วยพิธีกรรมจากโต๊ะบอมอ (หมอบ้าน) จำนวน 6 ราย 2) โต๊ะบอมอ (หมอบ้าน) ที่มีประสบการณ์ในการทำพิธีกรรมและการรักษาผู้ป่วยไม่น้อยกว่า 3 ปี จำนวน 6 ราย 3) สมาชิกในครอบครัวหรือผู้ใกล้ชิดกับผู้มีภาวะความไม่มั่นคงทางอารมณ์และมีประสบการณ์การได้รับการรักษามาแล้ว จำนวน 6 ราย ซึ่งคัดเลือกผู้ให้ข้อมูลโดยใช้เทคนิคสโนว์บอล (Snowball Sampling) และ 4) ผู้เชี่ยวชาญในด้านจิตวิทยาและจิตเวชชุมชน จำนวน 2 ราย รวมผู้ให้ข้อมูลจำนวนทั้งสิ้น 20 ราย
ผลการศึกษา: ผลการวิจัยพบว่า บทบาทของโต๊ะบอมอในการเยียวยาผู้มีภาวะความไม่มั่นคงทางอารมณ์สามารถจำแนกออกเป็น 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1) ผู้นำทางจิตวิญญาณและที่พึ่งทางใจของชุมชน 2) ผู้ประกอบพิธีกรรมและการเยียวยาด้วยวิถีศาสนา 3) ที่ปรึกษาและผู้แนะแนวทางชีวิต และ 4) ศูนย์กลางความไว้วางใจและเชื่อมโยงกับบริการสุขภาพ อื่น ๆ ในชุมชน โดยเป็นทางเลือกในการรักษาที่สอดคล้องกับวิถีวัฒนธรรมของสังคมมลายู เนื่องจากวิธีการรักษามีความสอดคล้องกับความเชื่อ ศาสนา และวิถีชีวิตของสังคมมลายู ทำให้ผู้ที่ประสบปัญหาทางอารมณ์หรือครอบครัวมักเลือกเข้ารับการเยียวยาจากโต๊ะบอมอก่อนหรือใช้ควบคู่กับการรักษาทางการแพทย์สมัยใหม่ ส่วนลักษณะของพิธีกรรมที่ใช้ในการเยียวยาพบว่ามีความหลากหลายและสอดคล้องกับวิถีชีวิตและความเชื่อในสังคมมลายู แบ่งออกเป็น 5 ลักษณะเด่น ได้แก่ 1) การอ่านดุอาอ์จากอัลกุรอานเพื่อรักษาโรคทางใจ 2) การเป่าลมพร้อมบทดุอาอ์ใส่น้ำหรือร่างกายผู้ป่วย 3) การใช้วัตถุมงคล เช่น น้ำซัมซัม 4) การใช้สมุนไพรควบคู่กับบทสวดเพื่อปรับสมดุลทางกายและใจ และ 5) การปฏิบัติตัวตามหลักศาสนาเพื่อความสงบภายใน
การประยุกต์ใช้: ผลการวิจัยครั้งนี้ช่วยขยายความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของโต๊ะบอมอในฐานะผู้รักษาแบบดั้งเดิม (traditional healer) ในสังคมมลายูจังหวัดนราธิวาส โดยชี้ให้เห็นว่าการเยียวยาผู้มีภาวะความไม่มั่นคงทางอารมณ์ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการรักษาทางการแพทย์สมัยใหม่เท่านั้น แต่ยังสัมพันธ์กับระบบความเชื่อ ศาสนา และวัฒนธรรมของชุมชนอย่างใกล้ชิด องค์ความรู้ที่ได้จากการศึกษานี้ช่วยอธิบายให้เห็นว่าพิธีกรรมและวิธีการรักษาของโต๊ะบอมอทำหน้าที่เป็นทางเลือกหนึ่งในการดูแลสุขภาวะทางจิตของคนในชุมชน ซึ่งมีความสอดคล้องกับวิถีชีวิตและโลกทัศน์ของสังคมมลายู นอกจากนี้ งานวิจัยยังช่วยเติมเต็มช่องว่างขององค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการบูรณาการความเข้าใจด้านสุขภาพจิตกับบริบททางวัฒนธรรมในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย โดยชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการทำความเข้าใจระบบการเยียวยาแบบดั้งเดิมควบคู่กับระบบบริการสุขภาพสมัยใหม่ อันจะนำไปสู่การพัฒนาแนวทางการดูแลสุขภาพจิตที่สอดคล้องกับบริบททางสังคมและวัฒนธรรมของชุมชนมากยิ่งขึ้น
บทสรุป: บทบาทของโต๊ะบอมอในการเยียวยาผู้มีภาวะความไม่มั่นคงทางอารมณ์สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเยียวยาแบบดั้งเดิมภายใต้บริบททางวัฒนธรรมและศาสนาของสังคมมลายูจังหวัดนราธิวาส พิธีกรรมการเยียวยาเป็นทางเลือกหนึ่งในการส่งเสริมสุขภาวะทางจิต ซึ่งมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับความเชื่อของชุมชน แนวปฏิบัติทางศาสนา และวิถีชีวิต การทำความเข้าใจระบบการเยียวยาแบบดั้งเดิมควบคู่กับบริการสุขภาพสมัยใหม่อาจมีส่วนช่วยในการพัฒนาแนวทางการดูแลสุขภาพจิตที่เหมาะสมกับบริบททางวัฒนธรรมของชุมชน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
[1] Supasitthumrong, T. (2023, June 21). EQ (Emotional quotient): Emotional intelligence. MedPark Hospital. https://www.medparkhospital.com/lifestyles/eq-emotional-quotient (In Thai)
[2] Muansen, T. (2024). Factors affecting stress and work efficiency of ophthalmic nurses [Master’s thesis, Chulalongkorn University]. Chulalongkorn University. (In Thai)
[3] Choompunuch, B., Chomeya, R., Fondee, W., Lebkhao, D., Phansri, G., Piyakun, A., Sariwat, L., Suk-erb, W., Tuklang, S., & Yurayat, P. (2025). Three symptoms among adolescents. Journal of Liberal Arts, Thammasat University, 25(1), 595–610. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/liberalarts/article/view/281454 (In Thai)
[4] Zhao, B. (2025). The effect of neuroticism on depressive symptoms in Chinese college students: Maternal parenting practices as moderators. Frontiers in Psychology, 16, 1–12. https://doi.org/10.3389/fpsyg.2025.1584212
[5] Department of Mental Health. (2023). Report on access to services for patients with depression in fiscal year 2025 (based on 2023 population data for calculation). https://www.thaidepression.com/www/report/main_report/pdf/ahb-05-25-mix_HDC.pdf (In Thai)
[6] World Health Assembly. (2012). Global burden of mental disorders and the need for a comprehensive, coordinated response from health and social sectors at the country level: Report by the Secretariat (Document A65/10). World Health Organization. https://iris.who.int/handle/10665/78898
[7] World Bank Group. (2023, October 11). Promoting resilience and mental health in Thailand’s conflict-scarred deep South. https://www.worldbank.org/th/news/feature/2023/10/11/promoting-resilience-and-mental-health-in-thailand-s-conflict-scarred-deep-south
[8] Vongmonta, A. (2024). Tok Bomoh’s mantra cure for disease in the Southern border provinces. Journal Rusamilae, 45(1), 25–55. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/rusamelae/article/view/272911 (In Thai)
[9] Junkhiew, J., Klangrit, S., & Siriphaprapagon, Y. (2025). Temple development and a new dimension of religious tourism: The participation of revered monks in enhancing spiritual values and community economy – A case study of Wat Pa Achiang, Krapho Subdistrict, Thatum District, Surin Province. Journal of Buddhist Educational Innovation, 1(1), 55–70. https://so14.tci-thaijo.org/index.php/jbei/article/view/1720 (In Thai)
[10] Varasayananda, V. (2024). An analysis of the Phi Fa ritual dance: Dimensions of healing and belief in Thai society. Journal of Language and Culture Studies, 3(1), 1–8. https://so11.tci-thaijo.org/index.php/jlcs/article/view/1697 (In Thai)
[11] Chuchuen, S. (2024). Analysis of Yao ritual: Traditional healing in modern medical context. Journal of Language and Culture Studies, 3(2), 18–31. https://so11.tci-thaijo.org/index.php/jlcs/article/view/1684 (In Thai)
[12] Klamthawi, P. (2025). Scientific knowledge management based on the Buddhist wisdom ecosystems. Journal of MCU Peace Studies, 13(1), 109–121. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/journal-peace/article/view/281548 (In Thai)
[13] Loyha, K., Sopapol, N., & Sukbot, A. (2024). A model of healthcare based on the cultural wisdom of Lao, Khmer, and Kui ethnic groups in the Southern Isan Region of Thailand. Journal of MCU Peace Studies, 12(3), 1150–1163. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/journal-peace/article/view/270853 (In Thai)