การศึกษาอัตลักษณ์ว่าววงเดือนเพื่อการออกแบบเครื่องประดับโดยใช้แนวคิดโมดูล่าร์
Main Article Content
บทคัดย่อ
ที่มาและวัตถุประสงค์: ว่าวไทยนับเป็นงานหัตถศิลป์พื้นบ้านที่กำลังได้รับความนิยมน้อยลง ส่งผลให้ภูมิปัญญาในการประดิษฐ์มีแนวโน้มที่จะสูญหายไป โดยเฉพาะ “ว่าววงเดือน” ของจังหวัดนราธิวาส ซึ่งมีเอกลักษณ์โดดเด่นทั้งด้านรูปทรง ลวดลาย และเสียง งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาดังกล่าว โดยศึกษารูปทรง ลวดลาย และอัตลักษณ์ของว่าววงเดือน ศึกษาแนวคิดและทฤษฎีการออกแบบโมดูลาร์ (Modular Design) และศิลปะจลนศาสตร์ (Kinetic Art) และออกแบบและพัฒนาเครื่องประดับร่วมสมัยจากอัตลักษณ์ของว่าววงเดือน โดยประยุกต์ใช้แนวคิดการออกแบบโมดูลาร์และศิลปะจลนศาสตร์เพื่อสร้างความน่าสนใจและเพิ่มมิติทางการออกแบบ อันเป็นแนวทางหนึ่งในการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย
ระเบียบวิธีการศึกษา: การวิจัยนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพ โดยเริ่มจากการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับว่าววงเดือนจากแหล่งข้อมูลทุติยภูมิและการสัมภาษณ์เชิงลึกจากปราชญ์ชุมชนและผู้เชี่ยวชาญ ควบคู่ไปกับการศึกษาแนวคิดและทฤษฎีการออกแบบโมดูลาร์และศิลปะจลนศาสตร์ กลุ่มตัวอย่างใช้การเลือกแบบเจาะจง ประกอบด้วยปราชญ์ชุมชนผู้มีความรู้ด้านว่าววงเดือน 1 คน ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบเครื่องประดับ 1 คน และผู้เชี่ยวชาญด้านการผลิตเครื่องประดับ 1 คน โดยผู้เชี่ยวชาญแต่ละท่านมีประสบการณ์ในการทำงานไม่น้อยกว่า 10 ปี
ผลการศึกษา: ผลการวิจัยเชิงคุณภาพสรุปได้เป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ 1) การศึกษารูปทรงและอัตลักษณ์ของว่าววงเดือน พบว่าอัตลักษณ์ของว่าววงเดือนแบ่งออกเป็น 3 ด้าน ได้แก่ วัสดุ โครงสร้างรูปทรงภายนอก และลวดลาย โดยโครงสร้างรูปทรงภายนอกเป็นองค์ประกอบที่มีความโดดเด่นและเหมาะสมที่สุดสำหรับนำไปประยุกต์ใช้ในการออกแบบเครื่องประดับ และ 2) การศึกษาแนวคิดและทฤษฎีการออกแบบโมดูลาร์และศิลปะจลนศาสตร์ พบว่าการออกแบบโมดูลาร์ที่ใช้ชิ้นส่วนซึ่งมีรูปร่างแตกต่างกันแต่สามารถเชื่อมต่อและนำมาใช้งานร่วมกันได้ มีความเหมาะสมต่อการออกแบบเครื่องประดับ เนื่องจากช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและความหลากหลายในการสร้างสรรค์ ส่วนศิลปะจลนศาสตร์ประเภทการเคลื่อนไหวจริง (Actual Movement) สามารถสร้างความน่าสนใจและความมีชีวิตชีวาให้แก่ชิ้นงาน จึงเหมาะสมสำหรับการประยุกต์ใช้กับเครื่องประดับเพื่อเพิ่มมิติและการเคลื่อนไหวให้แก่ผลงาน
การประยุกต์ใช้: งานวิจัยนี้นำอัตลักษณ์ด้านโครงสร้างรูปทรงของว่าววงเดือนมาผสานเข้ากับหลักการออกแบบโมดูลาร์และศิลปะจลนศาสตร์ เพื่อสร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับร่วมสมัย โดยสามารถพัฒนาแบบร่างได้จำนวน 193 แบบ และคัดเลือกและผลิตเป็นผลงานจริงจำนวน 63 แบบ
บทสรุป: การประยุกต์ใช้อัตลักษณ์ด้านโครงสร้างรูปทรงของว่าววงเดือนร่วมกับหลักการออกแบบโมดูลาร์และศิลปะจลนศาสตร์ สามารถพัฒนาเป็นผลงานเครื่องประดับร่วมสมัยจำนวน 63 แบบ ภายใต้ 6 คอลเลกชัน ได้แก่ The Aesthetic of Wabula, The Charm of Wabula, The Modular of Wabula, The Nature of Wabula, The Deconstruction of Wabula และ The Pattern of Wabula ผลงานที่พัฒนาขึ้นสะท้อนความงามและอัตลักษณ์ของภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านแนวทางการออกแบบร่วมสมัย และมีศักยภาพในการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนให้แก่ชุมชน
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
[1] SACIT. (2017). Crescent kite: A handicraft reflecting the identity of the Muslim community. https://www.sacit.or.th (In Thai)
[2] Museumthailand. (2017). Vabulae Crescent Kite from Ritual to Relationship-building Activity. https://www.museumthailand.com/th/3239/storytelling/%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B9%81%E0%B8%A5-%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99/ (In Thai)
[3] Friedman, B. G. (2020). What is modular design. Medium. https://brettgfriedman.medium.com/what-is-modular-design-10d48920dbd4
[4] The Government Public Relations Department. (2015). Crescent kite is called “Vabula” or “Vabulan”. https://radionarathiwat.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/263566 (In Thai)