เครื่องรางและของขลัง : ความเชื่อ ประเภท และรูปแบบการใช้เสริมบารมีนักแสดงหมอลำเรื่องต่อกลอนในภาคอีสาน

Main Article Content

เฉลิมวงศ์ ธรรมพิชิตศึก
จรณ์ ส่งเสริม
ประชาธิป มากมูล
ปรียาชนก เกษสุวรรณ

บทคัดย่อ

ที่มาและวัตถุประสงค์: วัฒนธรรมพื้นบ้านอีสานเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่สะท้อนอัตลักษณ์ ความเชื่อ และวิถีชีวิตของผู้คนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย หมอลำเป็นศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่มีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดเรื่องราว คติธรรม ความเชื่อ และภูมิปัญญาท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่น หมอลำเรื่องต่อกลอนพัฒนาจากการลำเดี่ยวและลำคู่ไปสู่การแสดงที่มีองค์ประกอบหลากหลาย ทั้งการแสดง ดนตรี ฉาก แสง สี เสียง และการแต่งกาย เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับ โดยเฉพาะเครื่องรางและของขลัง เป็นสื่อที่สะท้อนความเชื่อ ค่านิยม และภูมิปัญญาที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ รวมถึงช่วยเสริมบารมีและความมั่นใจให้แก่ผู้แสดง ในยุคดิจิทัล การแสดงหมอลำได้เผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น YouTube, Facebook Live และ TikTok ทำให้ผู้ชมสามารถเห็นรายละเอียดของเครื่องรางและของขลังได้ชัดเจนยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ความหมายเชิงสัญลักษณ์ของเครื่องรางเหล่านี้อาจไม่ได้รับการทำความเข้าใจอย่างแท้จริง การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความเชื่อ ประเภท และรูปแบบการใช้เครื่องรางและของขลังของนักแสดงหมอลำเรื่องต่อกลอนในภาคอีสาน รวมถึงการปรับตัวและการดำรงอยู่ของความเชื่อในบริบทสังคมยุคดิจิทัล และอิทธิพลของความเชื่อต่อการปฏิบัติทางวิชาชีพและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของนักแสดง
ระเบียบวิธีการศึกษา: การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพภาคสนาม โดยใช้การเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง คัดเลือกคณะหมอลำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 คณะ ได้แก่ คณะระเบียบวาทะศิลป์ คณะประถมบันเทิงศิลป์ และคณะรัตนศิลป์อินตาไทยราษฎร์ คัดเลือกนักแสดงหลักจำนวน 12 คน คณะละ 4 คน ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์การแสดงและมีความรู้เกี่ยวกับประเพณีและความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับเครื่องรางและของขลัง เก็บข้อมูลระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงธันวาคม พ.ศ. 2567 โดยใช้แบบสำรวจ การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วมจากการแสดง 10 ครั้ง และการสัมภาษณ์เชิงลึกแบบกึ่งโครงสร้าง ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลด้วยการตรวจสอบแบบสามเส้า ได้แก่ ด้านข้อมูล ด้านแหล่งข้อมูล และด้านทฤษฎี
ผลการศึกษา: ผลการศึกษาพบว่า ความเชื่อเกี่ยวกับเครื่องรางและของขลังสามารถแบ่งออกเป็น 3 มิติที่สัมพันธ์กัน ได้แก่ 1) มิติด้านการปกป้องคุ้มครอง เกี่ยวข้องกับการป้องกันอันตรายทางกายภาพและจิตวิญญาณ รวมถึงการรักษาสมดุลทางร่างกายและจิตใจระหว่างการแสดง 2) มิติด้านความสำเร็จในการแสดง เกี่ยวข้องกับการเสริมบารมี ความสามารถในการแสดง การร้องและการด้นกลอน การสร้างความสัมพันธ์กับผู้ชม และการประกอบพิธีกรรมสำคัญของหมอลำ เช่น การไหว้ครูและพิธีที่เกี่ยวข้องกับบรรพบุรุษ และ 3) มิติด้านความมั่นคงทางอาชีพ เกี่ยวข้องกับการสร้างโอกาสในการรับงาน การรักษาความสัมพันธ์กับแฟนคลับ การเสริมสร้างชื่อเสียง และการสร้างรายได้จากทั้งการแสดงสดและช่องทางดิจิทัล นอกจากนี้ เครื่องรางและของขลังสามารถจำแนกได้เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทางพุทธศาสนา ธรรมชาติและสมุนไพร พิธีกรรมพื้นบ้านและสิ่งที่เกี่ยวข้องกับบรรพบุรุษ และเครื่องรางดิจิทัลที่ผสานเทคโนโลยีร่วมสมัย เช่น แอปพลิเคชัน คิวอาร์โค้ด และเนื้อหาคาถาในรูปแบบดิจิทัล
การประยุกต์ใช้: ผลการศึกษาสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการอนุรักษ์และถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นผ่านการจัดทำเอกสารและฐานข้อมูลดิจิทัล การพัฒนาหลักสูตรด้านศิลปะการแสดงพื้นบ้าน การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการพัฒนานวัตกรรมเครื่องรางดิจิทัลที่ผสานความเชื่อดั้งเดิมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับการศึกษาเปรียบเทียบความเชื่อของศิลปินพื้นบ้านกลุ่มต่าง ๆ และสนับสนุนการพัฒนาการตลาดและการสื่อสารการแสดงหมอลำในยุคดิจิทัล
บทสรุป: วัฒนธรรมการแสดงหมอลำในภาคอีสานสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบททางสังคมและเทคโนโลยีร่วมสมัย โดยยังคงรักษาคุณค่าดั้งเดิมไว้ เครื่องรางและของขลังจึงไม่ได้เป็นเพียงสิ่งสะท้อนความเชื่อทางวัฒนธรรม แต่ยังเป็นกลไกที่สนับสนุนความมั่นใจ การประกอบอาชีพ ความสัมพันธ์กับผู้ชม และความต่อเนื่องทางอาชีพของนักแสดง การปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลกับความเชื่อดังกล่าวสะท้อนถึงความยืดหยุ่นของวัฒนธรรมหมอลำ และศักยภาพในการอนุรักษ์อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ธรรมพิชิตศึก เ., ส่งเสริม จ., มากมูล ป., & เกษสุวรรณ ป. (2026). เครื่องรางและของขลัง : ความเชื่อ ประเภท และรูปแบบการใช้เสริมบารมีนักแสดงหมอลำเรื่องต่อกลอนในภาคอีสาน. วารสารปาริชาต, 39(5). https://doi.org/10.55164/pactj.v39i5.283417
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

Buahapakdee, A. (2018). Mor lam: The performance of Isan spiritual life. Journal of Culture, 57(3), 88–93. (In Thai)

Ketkaew, B. (1978). Traditional folk games in the northeastern region (Mor Lam-Mor Khaen). Fine Arts Department. (In Thai)

Thammaphichitsuk, C. (2025). Mor lam influencer: Identity construction and communication strategies through digital online media—A case study of Mor Lam Khana Sao Noi Phet Ban Phaeng. In Proceedings of the 11th National and International Conference on Fine Arts and Applied Arts. Faculty of Fine Arts, Khon Kaen University. (In Thai)

Deesuankoke, C. (2009). Mor lam and the Isan way of life. Thammathat, 9(3), 58–62. (In Thai)

Thammawat, C. (2005). Folklore values for Thai society: Impacts on quality of life development. Rajabhat Maha Sarakham University. (In Thai)

Chonpairoj, J. (2020). Mor lam mor khaen: Versatile wisdom of the Isan people. Thang Isan, 95, 99–105. (In Thai)

Champadaeng, S., Thammaphichitsuk, C., Sirifa, S., & Pornkuna, S. (2024). Mor lam phi fa: The learning process of culture and healing rituals. International Journal of Education and Literacy Studies, 12(4), 88–92.

Preechasilpakul, S. (2019). Ancestral spirits in Isan rituals. Journal of Thai Culture, 15(2), 45–67. (In Thai)

Humanities, Social Sciences and Education, 8(2), 252–287. (In Thai)

Wongphut, T., Sungsumarn, N., & Chaiwanichaya, S. (2016). Shared beliefs about amulets and talismans in the Thai-Lao-Cambodian border towns. Journal of Liberal Arts, Ubon Ratchathani University, 12(1), 307–331. (In Thai)

Kaewmat, W. (2025). Beliefs about the wai khru ritual of Mor Lam Maeng Tap Tao Thai Loei. Journal of Humanities, Social Sciences and Education, 8(2), 252–287. (In Thai)

Phakmruek, S. (2023). Beliefs and cultural management of the Isan people. Thang Isan, 12(139), 56–68. (In Thai)

Malinowski, B. (1922). Argonauts of the Western Pacific: An account of native enterprise and adventure in the archipelagoes of Melanesian New Guinea. Routledge & Kegan Paul.

Blumer, H. (1969). Symbolic interactionism: Perspective and method. Prentice-Hall.

Bhabha, H. K. (1994). The location of culture. Routledge.

Wongthet, P. (2005). The twelve-month traditions: In the history of socio-culture for people's survival. Ngan Dee. (In Thai)

Wasi, P. (2007). Thai wisdom: The integration of faith and life. Matichon Publishing House. (In Thai)

Comaroff, J., & Comaroff, J. L. (1999). Occult economies and the violence of abstraction: Notes from the South African postcolony. American Ethnologist, 26(2), 279–303. https://doi.org/10.1525/ae.1999.26.2.279

Taussig, M. (1980). The devil and commodity fetishism in South America. University of North Carolina Press.

Horst, H. A., & Miller, D. (Eds.). (2012). Digital anthropology. Berg.