รูปแบบการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนแบบมีส่วนร่วมเพื่อป้องกัน ปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด ตำบลทับพริก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว
Main Article Content
บทคัดย่อ
ที่มาและวัตถุประสงค์: ตำบลทับพริก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เป็นพื้นที่ชายแดนที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศกัมพูชา ด้วยลักษณะภูมิศาสตร์ดังกล่าวทำให้พื้นที่นี้เผชิญกับปัญหายาเสพติดที่มีแนวโน้มทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 เป็นต้นมา ปัญหานี้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนคุณภาพชีวิตและความเข้มแข็งของชุมชนโดยรวม การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงมิอาจอาศัยเพียงหน่วยงานภาครัฐเพียงลำพัง แต่จำเป็นต้องอาศัยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในทุกภาคส่วน งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพและสถานการณ์ปัญหายาเสพติด รวมถึงกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดในตำบลทับพริก และเพื่อพัฒนารูปแบบการเสริมสร้างพลังชุมชนแบบมีส่วนร่วมสำหรับใช้ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็นระบบและยั่งยืน
ระเบียบวิธีการศึกษา: การวิจัยครั้งนี้ใช้ระเบียบวิธีวิจัยแบบผสมผสาน (Mixed-Methods Approach) โดยแบ่งการเก็บข้อมูลออกเป็นสองส่วน ส่วนแรกคือข้อมูลเชิงคุณภาพ ซึ่งเก็บรวบรวมด้วยวิธีการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) การสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion) และแบบประเมินความพึงพอใจ จากกลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญ ได้แก่ ผู้นำชุมชน สมาชิกเครือข่าย และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในพื้นที่ รวมจำนวน 15 คน ส่วนที่สองคือข้อมูลเชิงปริมาณ ซึ่งเก็บรวบรวมด้วยแบบสอบถามจากกลุ่มตัวอย่างประชาชนที่อาศัยอยู่ในตำบลทัพพริก จำนวน 177 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified Random Sampling) เพื่อให้ได้กลุ่มตัวอย่างที่เป็นตัวแทนของประชากรในพื้นที่อย่างเหมาะสม
ผลการศึกษา: ผลการศึกษาพบว่า ตำบลทับพริกเป็นพื้นที่ชายแดนติดต่อกับประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปัญหายาเสพติดในพื้นที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ด้วยเหตุนี้ ชุมชนต่าง ๆ ภายในตำบลจึงเกิดความร่วมมือกันแก้ไขปัญหาภายใต้แนวคิดการมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบ ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ (1) ผู้นำชุมชนมีบทบาทสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้และรวมพลังสมาชิกในชุมชนให้เป็นหนึ่งเดียว (2) เกิดความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานท้องถิ่นในการดำเนินงานร่วมกัน และ (3) ประชาชนมีบทบาทเชิงรุกในการเฝ้าระวัง แจ้งเบาะแส และเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ของชุมชนอย่างต่อเนื่อง รูปแบบการเสริมสร้างพลังชุมชนแบบมีส่วนร่วมที่พัฒนาขึ้น มุ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือระหว่างกลุ่มต่าง ๆ ภายในชุมชน โดยเฉพาะการส่งเสริมบทบาทของเยาวชนและการใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหา นอกจากนี้ยังรวมถึงการจัดตั้ง "ศูนย์ปฏิบัติการร่วมทัพพริก" เพื่อเป็นกลไกกลางในการประสานความร่วมมือของชุมชนให้มีความเหมาะสมและยั่งยืนในการแก้ไขปัญหายาเสพติด
การประยุกต์ใช้: ผลการวิจัยนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางสำหรับหน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคีเครือข่ายในพื้นที่ชายแดนอื่น ๆ ที่มีบริบทปัญหายาเสพติดคล้ายคลึงกัน ในการออกแบบกลไกการมีส่วนร่วมของชุมชนที่เหมาะสมกับบริบทเฉพาะของแต่ละพื้นที่ นอกจากนี้ รูปแบบศูนย์ปฏิบัติการร่วมและแนวทางการส่งเสริมบทบาทเยาวชนร่วมกับการใช้เทคโนโลยี ยังสามารถนำไปเป็นต้นแบบสำหรับการพัฒนานโยบายและแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับพื้นที่และระดับประเทศต่อไป
บทสรุป: การแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่ชายแดนอย่างตำบลทับพริกจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ ทั้งผู้นำชุมชน หน่วยงานภาครัฐ และประชาชนในพื้นที่ รูปแบบการเสริมสร้างพลังชุมชนแบบมีส่วนร่วมที่พัฒนาขึ้นในการศึกษานี้ ซึ่งเน้นการบูรณาการความร่วมมือ การส่งเสริมบทบาทเยาวชน การใช้เทคโนโลยี และการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วม แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเป็นกลไกที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืนสำหรับการป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับชุมชนอย่างแท้จริง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
Office of the Narcotics Control Board, Bureau of Academic Affairs and Planning. (2023). Prevention and solution of drug problems in educational institutions. Prachumchangphim.
United Nations Office on Drugs and Crime. (2016). Our joint commitment to effectively addressing and countering the world drug problem. United Nations. https://www.unodc.org/postungass2016/
Kokklang, K., & Phengchan, S. (2019). Citizen participation in addressing drug problems in Thai society. Journal of Peace Review, 1(1), 27–37.
National Statistical Office. (2023). Public opinion survey on the implementation of the action plan under the national policy and plan on the prevention, suppression, and solution of drug problems [Report]. https://www.nso.go.th/nsoweb/storage/survey_detail/2023/20231004110423_58942.pdf
Jinda, A. (2025). Community power towards solving drug problems: Lessons learned from Thap Phrik Subdistrict, Aranyaprathet District, Sa Kaeo Province. ARU Research Journal Humanities and Social Sciences, 12(1), 112–124.
Radio Thailand Sa Kaeo. (2024). Tang Mai Ok gang disturbs the city: Aranyaprathet Police Station strictly patrols and seizes drugs, firearms, and motorcycles. Public Relations Department. https://radiosakaeo.prd.go.th/
Aranyaprathet District Office. (2024). Summary report on drug prevention and suppression at the subdistrict level: Thap Phrik Subdistrict [Report].
United Nations Office on Drugs and Crime. (2022). World drug report 2022. United Nations. https://www.unodc.org/unodc/data-and-analysis/world-drug-report-2022.html
Klinsukhon, W., Chaowsangrat, C., & Pakittawichit, T. (2025). Drug abuse management in Thailand: Challenges and development approaches. Journal of Social Science and Cultural, 9(1), 119–131. https://so06.tci-thaijo.org/index.php/JSC/article/view/278678
Arnstein, S. R. (1969). A ladder of citizen participation. Journal of the American Institute of Planners, 35(4), 216–224. https://doi.org/10.1080/01944366908977225
Phra Maha Chatphet Samajaro. (2023). Community leaders’ participation in preventing and solving drug problems in Lhub Subdistrict, Mueang District, Kalasin Province. Journal of Social Sciences and Contemporary Sciences, 4(1), 30–41.
Pretty, J. N. (1995). Participatory learning for sustainable agriculture. World Development, 23(8), 1247–1263. https://doi.org/10.1016/0305-750X(95)00046-F
Zimmerman, M. A. (2000). Empowerment theory: Psychological, organizational, and community levels of analysis. In J. Rappaport & E. Seidman (Eds.), Handbook of community psychology (pp. 43–63). Springer.
Murray, R., Caulier-Grice, J., & Mulgan, G. (2010). The open book of social innovation. The Young Foundation. [15] United Nations Office on Drugs and Crime. (2021). Preventing drug use and reducing drug-related harm among young people. United Nations Office on Drugs and Crime.