ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกับ ความพึงพอใจต่อการใช้บริการโฮมสเตย์ในจังหวัดปทุมธานี

Main Article Content

พัชราภรณ์ จันทรฆาฎ
กานต์มณี ไวยครุฑ
ภัทราพร จันทร์สุริย์

บทคัดย่อ

ที่มาและวัตถุประสงค์: แนวโน้มการท่องเที่ยวในปัจจุบันให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยเฉพาะภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้นักท่องเที่ยวมีแนวโน้มเลือกกิจกรรมที่ใกล้ชิดธรรมชาติ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย และคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกัน การท่องเที่ยวรูปแบบโฮมสเตย์มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงนักท่องเที่ยวกับชุมชน วิถีชีวิต และทรัพยากรท้องถิ่น จังหวัดปทุมธานีเป็นพื้นที่ปริมณฑลที่มีทรัพยากรชุมชนและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่หลากหลาย รวมทั้งมีโฮมสเตย์ที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม ยังมีข้อจำกัดด้านองค์ความรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกับความพึงพอใจต่อบริการโฮมสเตย์ในบริบทพื้นที่ดังกล่าว การศึกษานี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมของนักท่องเที่ยว 2) ศึกษาความพึงพอใจต่อบริการโฮมสเตย์ และ 3) วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกับความพึงพอใจต่อบริการโฮมสเตย์ในจังหวัดปทุมธานี


ระเบียบวิธีการศึกษา: การวิจัยเชิงปริมาณ กลุ่มตัวอย่างคือ นักท่องเที่ยวที่เคยเข้าพัก  โฮมสเตย์ในจังหวัดปทุมธานี จำนวน 385 คน กำหนดขนาดตัวอย่างตามแนวคิดของ Cochran สำหรับกรณีที่ไม่ทราบจำนวนประชากรที่แน่นอน และใช้วิธีการเลือกตัวอย่างแบบตามสะดวก โดยกำหนดคุณสมบัติให้เป็นผู้ที่เคยเข้าพักโฮมสเตย์ในจังหวัดปทุมธานีภายในระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมาอย่างน้อย 1 ครั้ง เครื่องมือที่ใช้คือแบบสอบถาม ครอบคลุมพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตามแนวคิด 7 Greens และความพึงพอใจตามองค์ประกอบการท่องเที่ยว 5A โดยเครื่องมือผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน มีค่า IOC ระหว่าง 0.67–1.00 และมีค่าความเชื่อมั่น Cronbach’s alpha เท่ากับ 0.89 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ .01
ผลการศึกษา:พบว่า พฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยรวมอยู่ในระดับมาก (X̄ = 3.987, S.D. = 0.562) หัวใจสีเขียว มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด (X̄ = 4.417, S.D. = 0.577) รองลงมาคือ กิจกรรมสีเขียว (X̄ = 4.237, S.D. = 0.641) และแหล่งท่องเที่ยวสีเขียว (X̄ = 4.233, S.D. = 0.520) ความพึงพอใจต่อบริการโฮมสเตย์โดยรวมอยู่ในระดับมากเช่นกัน (X̄ = 4.011, S.D. = 0.640) ด้านการบริการที่พัก มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด (X̄ = 4.319, S.D. = 0.543) รองลงมาคือ ด้านกิจกรรมการท่องเที่ยว (X̄ = 4.279, S.D. = 0.583) ผลการทดสอบความสัมพันธ์พบว่า พฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความพึงพอใจต่อบริการโฮมสเตย์ในหลายมิติอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 กิจกรรมสีเขียวมีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับสูงมากกับด้านกิจกรรมการท่องเที่ยว (r = .861) แหล่งท่องเที่ยวสีเขียว มีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับสูงมากกับด้านการบริการที่พัก (r = .845) และ หัวใจสีเขียว มีความสัมพันธ์เชิงบวกในระดับสูงกับ   ด้านการบริการที่พัก (r = .781)
การประยุกต์ใช้: ผลการวิจัยสามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลสำหรับผู้ประกอบการโฮมสเตย์ ชุมชน และหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวในการพัฒนาบริการให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม โดยควรเน้นการออกแบบกิจกรรมสีเขียวที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมกับวิถีชุมชน การเรียนรู้และกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการยกระดับที่พักให้มีการจัดการพลังงาน ทรัพยากร และของเสียอย่างเหมาะสม ตลอดจนประยุกต์แนวคิด 7 Greens เป็นกรอบในการพัฒนาคุณภาพบริการและการสื่อสารการตลาดด้านความยั่งยืน
บทสรุป: การศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นว่า พฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับความพึงพอใจต่อบริการโฮมสเตย์ในจังหวัดปทุมธานี โดยเฉพาะด้านกิจกรรม การบริการที่พัก และความตระหนักด้านสิ่งแวดล้อม ดังนั้น การพัฒนา โฮมสเตย์โดยบูรณาการหลักการท่องเที่ยวสีเขียวเข้ากับการออกแบบกิจกรรมและการบริการจึงมีศักยภาพในการตอบสนองความคาดหวังของนักท่องเที่ยวและสนับสนุนการพัฒนาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
จันทรฆาฎ พ., ไวยครุฑ ก., & จันทร์สุริย์ ภ. (2026). ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกับ ความพึงพอใจต่อการใช้บริการโฮมสเตย์ในจังหวัดปทุมธานี. วารสารปาริชาต, 39(5). https://doi.org/10.55164/pactj.v39i5.284047
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

[1] National Tourism Policy Committee. (2023). Strategic Tourism Development Plan No. 3 (2023–2027). Royal Gazette, 140(Special Part 70 Ng), 1. (In Thai)

[2] Ministry of Tourism and Sports. (2022). Annual operational plan of the Ministry of Tourism and Sports 2022. Strategy and Planning Division, Office of the Permanent Secretary. (In Thai)

[3] Bank of Thailand. (2021). Sustainable tourism: Emerging opportunities and challenges in Thailand’s tourism industry. https://www.bot.or.th/th/research-and-publications/articles-and-publications/articles/regional-articles/reg-article-2021-16.html (In Thai)

[4] World Tourism Organization. (2017). International Year of Sustainable Tourism for Development. https://www.untourism.int/tourism4development2017

[5] Tourism Authority of Thailand. (2022). 7 Greens Concept: A new travel style under the 7 Greens framework. Tourism Authority of Thailand. https://7greens.tourismthailand.org/en/ (In Thai)

[6] Cochran, W. G. (1953). Sampling techniques. John Wiley & Sons.

[7] Sincharu, T. (2014). Research and statistical data analysis using SPSS and AMOS. Business R&D Partnership. (In Thai)

[8] Chodchuang, S., Pianroj, N., Ratcharak, N., & Kongrithi, W. (2018). Tourists’ attitudes toward 7 greens affecting tourism image perception on Samui Island. Journal of Business, Innovation and Sustainability (JBIS), 13(1), 124–136. (In Thai)

[9] Taweephol, R. (2022). Accommodation attributes affecting staycation customers’ satisfaction at the Intercontinental Pattaya Resort. Journal of Liberal Arts and Management Science, 9(1), 1–16. (In Thai)

[10] World Tourism Organization. (2017). Sustainable tourism. United Nations. https://sdgs.un.org/topics/sustainable-tourism

[11] Kim, Y. J., & Kim, H. S. (2022). The impact of hotel customer experience on customer satisfaction through online reviews. Sustainability, 14(2), 848. https://doi.org/10.3390/su14020848

[12] Katpiyarat, P. (2021). Tourism experiences affecting the satisfaction of Thai tourists visiting farmstay in Nakhon Ratchasima Province. Journal of Local Governance and Innovation, 5(2), 61–74. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JLGISRRU/article/view/250996 (In Thai)