การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง "บ้านสวนพันธุ์ผัก" เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการตลาด

Main Article Content

รวิธร ฐานัสสกุล
วัชรากรณ์ ถมจอหอ
วิษชญะ ศิลาน้อย

บทคัดย่อ

ที่มาและวัตถุประสงค์: การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง “บ้านสวนพันธุ์ผัก” เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการตลาด และ (2) ประเมินผลและถอดบทเรียนการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง “บ้านสวนพันธุ์ผัก” เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการตลาด
ระเบียบวิธีการศึกษา: การวิจัยใช้รูปแบบการวิจัยและพัฒนาแบบผสมผสาน โดยกลุ่มเป้าหมายเชิงคุณภาพ จำนวน 25 คน ประกอบด้วย ตัวแทนภาครัฐ จำนวน 5 คน ซึ่งคัดเลือกแบบเจาะจงและแบบบอกต่อ และตัวแทนภาคประชาชน จำนวน 20 คน ซึ่งคัดเลือกแบบเจาะจง ส่วนการประเมินเชิงปริมาณใช้การศึกษาแบบประชากรทั้งหมด (Census Study) จากสมาชิกผู้ปฏิบัติงานของวิสาหกิจชุมชน จำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบสัมภาษณ์เชิงลึก แบบสังเกตการณ์ภาคสนามแบบมีส่วนร่วม และแบบประเมินโดยใช้เทคนิคบันไดคุณภาพชีวิต (Bamboo Ladder Technique) วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา (Content Analysis) และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยค่าเฉลี่ย (X̅)
ผลการศึกษา: ก่อนการพัฒนา วิสาหกิจชุมชนมีข้อจำกัดด้านขีดความสามารถในการแข่งขันทางการตลาด ได้แก่ มีช่องทางการจำหน่ายเพียง 1–2 ช่องทาง ขาดการใช้สื่อดิจิทัลเพื่อการตลาดและการสื่อสารกับลูกค้า และการวางแผนการผลิตยังขาดการประสานงานอย่างเป็นระบบ กระบวนการพัฒนาใช้การอบรมเชิงปฏิบัติการแบบลงมือปฏิบัติจริงด้านการตลาดดิจิทัลและการบริหารจัดการ โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพตามกรอบ KSA Model ได้แก่ ความรู้ (Knowledge) ทักษะ (Skill) และทัศนคติ (Attitude) ผลการพัฒนาด้านความรู้พบว่า สมาชิกมีความเข้าใจเกี่ยวกับการตลาดดิจิทัล การสร้างเนื้อหา และการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์เพิ่มขึ้น ด้านทักษะ สมาชิกสามารถสร้างและบริหารจัดการ Facebook Page และ LINE Official Account (LINE OA) ถ่ายภาพสินค้าโดยใช้โทรศัพท์มือถือ และร่วมกันวางแผนและจัดตารางการผลิตได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น ส่วนด้านทัศนคติ พบว่าสมาชิกมีความเชื่อมั่นในการใช้ระบบออนไลน์เพิ่มขึ้น และมีการทำงานร่วมกันเป็นทีมอย่างเป็นระบบ ภายหลังการพัฒนา ช่องทางการจำหน่ายเพิ่มขึ้นจาก 1–2 ช่องทาง เป็น 4–5 ช่องทาง จำนวนผู้ติดตาม Facebook Page เพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 15 ภายในระยะเวลา 2 เดือน และสามารถขยายฐานลูกค้าไปยังกรุงเทพมหานครและจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผลการประเมินด้วยเทคนิคบันไดคุณภาพชีวิต พบว่า ศักยภาพโดยรวมของผู้ประกอบการเพิ่มขึ้นจากระดับในอดีต (X̅ = 2.98) เป็นระดับปัจจุบัน (X̅ = 6.40) และมีระดับความคาดหวังในอนาคตภายใน 2 ปี (X̅ = 8.32) โดยทักษะด้านการเปิดและบริหารจัดการสื่อออนไลน์มีพัฒนาการเพิ่มขึ้นสูงสุด 4.30 คะแนน
การประยุกต์ใช้: การวิจัยนำไปสู่องค์ความรู้จากกระบวนการพัฒนาในรูปแบบ “โมเดลการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลบนพื้นฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งประยุกต์ใช้นวัตกรรมดิจิทัลเป็นเครื่องมือในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพิ่มความสามารถในการปรับตัว ขยายช่องทางการตลาด และสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการตลาดของวิสาหกิจชุมชนอย่างยั่งยืน
บทสรุป: กระบวนการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการโดยบูรณาการการตลาดดิจิทัลและการบริหารจัดการตามกรอบ KSA Model สามารถเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันทางการตลาดของวิสาหกิจชุมชนได้ โดยเฉพาะด้านทักษะการเปิดและบริหารจัดการสื่อออนไลน์ ทั้งยังช่วยเพิ่มช่องทางการจำหน่าย ขยายฐานลูกค้า และเสริมสร้างความสามารถในการปรับตัวของวิสาหกิจชุมชน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการพัฒนาความสามารถในการแข่งขันทางการตลาดอย่างยั่งยืน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ฐานัสสกุล ร., ถมจอหอ ว., & ศิลาน้อย ว. (2026). การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชนศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง "บ้านสวนพันธุ์ผัก" เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการตลาด. วารสารปาริชาต, 39(5). https://doi.org/10.55164/pactj.v39i5.285584
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

[1] Phuchaloemtakun, S. (2022, September 7). Interview title. Source.

[2] Chantranukul, P. (2019). Development of community enterprise potential through digital marketing to enhance competitiveness. Suan Sunandha Rajabhat University Research and Development Journal, 11(2), 45–59.

[3] Department of Agricultural Extension. (2024). Report on the situation and limitations of online marketing of Thai community enterprises for the year 2023. Ministry of Agriculture and Cooperatives.

[4] Smith, J., & Jones, M. (2022). Enhancing entrepreneurial capacity in local economies through digital communication technologies. International Journal of Entrepreneurial Behavior & Research, 28(4), 945–963.

[5] Garcia, M., Rivas, A., & Santos, L. (2024). Digital transformation and skills gap in rural community enterprises: A longitudinal study. Journal of Rural and Community Development, 19(2), 88–105.

[6] Population and Community Development Association. (2023). Village Development Partnership (VDP). Population and Community Development Association. (In Thai)

[7] McClelland, D. C. (1973). Testing for competence rather than for "intelligence". American Psychologist, 28(1), 1–14.

[8] Porter, M. E. (1990). The competitive advantage of nations. Free Press.

[9] Srisombat, W. (2020). Strengthening community enterprises through teamwork and entrepreneurial attitudes. Journal of Community Development and Quality of Life, 8(1), 120–135.

[10] Kotler, P., & Keller, K. L. (2016). Marketing management (15th ed.). Pearson Education.

[11] Drucker, P. F. (1985). Innovation and entrepreneurship. Harper & Row.