อิทธิพลของสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตต่อการขับเคลื่อนอุดมการณ์ทางการเมืองในคาบสมุทรเกาหลี 1945-1953

Main Article Content

รัฐปกร ฟักอ่อน
เบญจมาศ มาตย์สุรีย์

บทคัดย่อ

บทความวิจัยฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการดำเนินการทางอุดมการณ์ทางการเมืองของมหาอำนาจ ระหว่างสหรัฐอเมริกา และสหภาพโซเวียตที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ของเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ปี ค.ศ. 1945-1953 โดยผู้ศึกษาได้กำหนดประเด็นในการศึกษาไว้ 3 หัวข้อ ได้แก่ 1) อิทธิพลของสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียต มีผลชี้นำต่อการแบ่งแยกคาบสมุทรเกาหลีในช่วง 1945-1953 หรือไม่ 2) การดำเนินการทางการเมืองของสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตหลังสงครามเกาหลีเป็นอย่างไร และ 3) สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองของสองเกาหลีในปัจจุบันมีทิศทางอย่างไร สามารถสรุปได้ว่า ตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน สหรัฐอเมริกา และสหภาพโซเวียต มีส่วนในการสนับสนุนสองเกาหลีให้แบ่งแยกดินแดน และผู้นำของทั้งสองเกาหลีต่างเต็มใจ เนื่องจากผลประโยชน์และอำนาจทางการเมือง สหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตต่างต้องรักษาอำนาจของตนไว้ในคาบสมุทรเกาหลี เพื่อใช้เป็นดินแดนกันชนระหว่างเขตประเทศอุดมการณ์ทางการเมืองของตน เมื่อเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในปัจจุบันสามารถวิเคราะห์ได้เช่นกันว่า การที่เกาหลีเหนือส่งมอบอาวุธให้รัสเซีย เพื่อใช้ต่อสู้กับยูเครนกว่า 1 พันตู้คอนเทนเนอร์นั้น หมายความว่า เกาหลีเหนือและรัสเซียยังคงความร่วมมือที่ดีต่อกัน การยั่วยุของเกาหลีเหนือในครั้งนี้ อาจไม่ใช่การยั่วยุเพื่อเรียกร้องศักดิ์ศรีคานอำนาจ แต่หมายถึงการท้าทายสหรัฐเมริกาอย่างตั้งใจ ดังนั้น หากเกิดการปะทุของสงครามขึ้น บทบาทความขัดแย้งของสองเกาหลีจะมิได้เป็นเพียงปัญหาในคาบสมุทรเท่านั้น หากแต่เป็นความขัดแย้งที่ถูกแทรกแซงอย่างตั้งใจของมหาอำนาจระหว่างสหรัฐอเมริกา และรัสเซีย

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ฟักอ่อน ร., & มาตย์สุรีย์ เ. (2025). อิทธิพลของสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตต่อการขับเคลื่อนอุดมการณ์ทางการเมืองในคาบสมุทรเกาหลี 1945-1953. วารสารรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์, 16(2), 1–20. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/polscicmujournal/article/view/276778
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

BBCNews ไทย. (2560). “เปรียบมวย” เกาหลี เหนือ-ใต้ จาก ส่วนสูง สู่ กำลังพล. สืบค้นเมื่อ 29 มกราคม 2568, จาก https://www.bbc.com/thai/international-41398982

Wasawat Lukharang. (2561). ประชุมสุดยอดเกาหลี: มองการแบ่งแยกในคาบสมุทรผ่านประสบการณ์ทหารไทย. สืบค้นเมื่อ 30 มกราคม 2568, จาก https://www.bbc.com/thai/thailand-43911056

โกวิท วงศ์สุรวัฒน์. (2567). ภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) คืออะไร?. สืบค้นเมื่อ 17 เมษายน 2568, จาก https://www.matichon.co.th/columnists/news_4573267

จอห์น เค แฟร์แบงค์, เอ็ดวิน โอ ไรเชาเออร์, และแอลเบิร์ต เอ็ม เครก. (2564). เอเชียตะวันออกยุคใหม่: จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน [East Asia the Modern Transformation] (เพ็ชรี สุมิตร, ศรีสุข ทวิชาประสิทธิ์, กุสุมา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, ชัยโชค จุลศิริวงศ์, และวิสาขา เลห์แมน, ผู้แปล) (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพฯ: มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์. (ต้นฉบับพิมพ์ปี 2021)

จักรกริช สังขมณี. (2563). 40 ปี การสังหารหมู่ที่ควังจู: ช็อนดูฮวัน ภาพความทรงจำ และความยุติธรรมที่ยังเปลี่ยน 101.World. สืบค้นเมื่อ 12 กันยายน 2567, จาก https://www.the101.world/gwangju-uprising/

จุฬาพร เอื้อรักสกุล. (2554). สงครามเวียดนาม. สืบค้นเมื่อ 25 เมษายน 2568, จาก https://kpi.ac.th/index.php?title=สงครามเวียดนาม

ฉัตรวดี จินดาวงษ์. (2563). บทบาทไทยในการขับเคลื่อนความร่วมมือทางทะเลตามเอกสารมุมมองอาเซียนต่ออินโด-แปซิฟิก (AOIP) (รายงานการศึกษาส่วนบุคคล). กรุงเทพฯ: สถาบันการต่างประเทศเทวะวงศ์วโรปการ กระทรวงการต่างประเทศ.

ไชยวัฒน์ ค้ำชู. (2561). อนาคตของสันติภาพคาบสมุทรเกาหลี. สืบค้นเมื่อ 16 เมษายน 2568, จาก https://www.chula.ac.th/cuinside/8084

ณรจญา ตัญจพัฒน์กุล. (2566). ตรรกะการเมืองโลกและการกลับมาของภูมิรัฐศาสตร์ – คุยกับ มาร์ค ศักซาร์. สืบค้นเมื่อ 12 กันยายน 2567, จาก https://www.the101.world/marc-saxer-interview/

ดวงเด่น นุเรมรัมย์. (2547). สงครามที่เป็นธรรม. วารสารเสนาธิปัตย์, (18), 110-123.

นที เจียมเจริญ. (2545). การเข้าร่วมเป็นพันธมิตรของไทย กับสหรัฐอเมริกาในสงครามเกาหลี (พ.ศ.2493). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

บุญวัฒน์ สว่างวงศ์. (2559). พัฒนาการทางการเมืองและเส้นทางสู่ประชาธิปไตยของไทยและเกาหลี. วารสารสหวิทยาการวิจัย: ฉบับบัณฑิตศึกษา, 5(1), 69-70.

บุษยพรรณ ลิ้มยิ่งเจริญ. (2562). บทบาทของเกาหลีใต้กับปัญหานิวเคลียร์บทคาบสมุทรเกาหลี ระหว่างปี ค.ศ. 2000-2018. กรุงเทพฯ: คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ภาสุรี พัฒนาวิสุทธ. (2563). การดำเนินมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของไทยต่อเกาหลีเหนือ (ค.ศ. 2007-2019). กรุงเทพฯ: คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

มัณฑน์นันท์ ขุนฤทธิ์. (2522). บทบาทของสหภาพโซเวียตและรัสเซียในคาบสมุทรเกาหลีตั้งแต่ช่วงสงครามเกาหลีถึงปัจจุบัน. ปทุมธานี: คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

วิเชียร อินทะสี. (2543). นโยบายการรวมเกาหลี: พัฒนาการและแนวโน้มทางปฏิบัติ. ปทุมธานี: สถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

วิเชียร อินทะสี. (2551). ประสบการณ์การพัฒนาของเกาหลีใต้. วารสารเอเชียตะวันออกศึกษา, 13(1), 57-79.

วิเชียร อินทะสี. (2559). ความขัดแย้งและความร่วมมือระหว่างสองเกาหลีในยุคหลังสงครามเย็น. International Journal of East Asian Studies, 21(1), 1-20.

วิเชียร อินทะสี. (2561). เกาหลีในช่วงอลหม่าน. พิษณุโลก: มหาวิทยาลัยนเรศวร.

สาธิน สุนทรพันธุ์. (2565). เอกสารประกอบการสอนวิชาการเมืองระหว่างประเทศในเอเชียตะวันออก POL4238. กรุงเทพฯ: ศูนย์เอกสารทางวิชาการ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

อรพรรณ จันทร์เทา. (2561). กลยุทธ์ของรัฐบาลเกาหลีใต้กับประชาคมระหว่างประเทศที่มีต่อการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ. วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี, 14(1), 221-254.

Baik, Y. S. (2021). The 1919 Independence Movement in Korea and Interconnected East Asia: The Incremental Unfolding of a Revolution. The Asia-Pacific Journal, 19(21), 1-17.

Kim, S. S. (2009). The Two Koreas and the Great Powers. London: Cambridge University Press.

Michael, H. A. (2001). Korea: A Geopolitical Overview. Retrieved April 25, 2025, from https://www.brookings.edu/articles/korea-a-geopolitical-overview/

Rahiman, M. A., & Mahat, N. A. A. (2018). The Influence of Domino Theories in Preventing Construction Accidents. In 3rd Undergraduate Seminar on Built Environment and Technology 2018 (USBET2018) (pp. 302-303). Perak, Malaysia: Universiti Teknologi MARA (UiTM) Perak Branch. https://ir.uitm.edu.my/id/eprint/46755/

Yun, S. W. (2017). Chon-Il’s Life and Independence Movement in the Japanese Colonial Period. Journal of Korean Independence Movement Studies, (59), 111-141. https://doi.org/10.15799/kimos.2017..59.004