การสื่อสารภายในองค์กรของสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน)
คำสำคัญ:
การสื่อสารภายในองค์กร, สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน), รูปแบบการสื่อสารบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1) รูปแบบการสื่อสารภายในองค์กร 2) ความพึงพอใจต่อการสื่อสารภายในองค์กร 3) ความต้องการการสื่อสารภายในองค์กร 4) ปัญหาด้านการสื่อสารภายในองค์กร 5) เปรียบเทียบลักษณะทางประชากรกับความพึงพอใจต่อการสื่อสารภายในองค์กร และ 6) เปรียบเทียบลักษณะทางประชากรกับความต้องการการสื่อสารภายในองค์กรของบุคลากรสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ บุคลากรของสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) จำนวน 96 คน โดยศึกษาจากประชากร และผู้บริหารของสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ จำนวน 3 คน เลือกตัวอย่างแบบเจาะจง เครื่องมือการวิจัย ได้แก่ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ เก็บรวบรวมข้อมูลโดยการใช้แบบสอบถามและการสัมภาษณ์เชิงลึก การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณใช้สถิติค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวน และการเปรียบเทียบรายคู่ของฟิชเชอร์ ส่วนการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพใช้วิธีการพรรณนาเชิงวิเคราะห์ ผลการวิจัย พบว่า 1) รูปแบบการสื่อสารภายในองค์กรของสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ ส่วนใหญ่เป็นการสื่อสารแบบเป็นทางการ การสื่อสารแบบสองทาง และการสื่อสารแบบต่างหน่วยงาน โดยใช้สื่อโทรศัพท์ อีเมล ไลน์ เฟซบุ๊ก และอินทราเน็ต 2) กลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจต่อการสื่อสารภายในองค์กรในระดับมาก 3) กลุ่มตัวอย่างมีความต้องการการสื่อสารภายในองค์กรในระดับมาก 4) ปัญหาด้านการสื่อสารภายในองค์กร ประกอบด้วย ข่าวสารไม่เป็นปัจจุบัน สื่อขาดความทันสมัย บุคลากรขาดทักษะการวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสารและขาดทักษะการใช้สื่อใหม่ 5) เพศและการศึกษาของบุคลากรฯ ที่แตกต่างกัน มีความพึงพอใจต่อการสื่อสารภายในองค์กรแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 และ 6) เพศ อายุ การศึกษา หน้าที่รับผิดชอบ และอายุงานของบุคลากรฯ ที่แตกต่างกัน มีความต้องการด้านการสื่อสารภายในองค์กรแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
References
2.จันทรา มังกรศักดิ์สิทธิ์. (2556). ความคิดเห็นของพนักงานต่อการสื่อสารองค์การ: กรณีศึกษาโรงพยาบาลนนทเวช. วิทยานิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์.
3.เบญจพร ยิฐธรรม. (2553). ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการติดต่อสื่อสาร และการสนับสนุนทางสังคมในองค์การ กับขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานกรณีศึกษา ข้าราชการสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
4.เบญจวรรณ แจ่มจำรุญ. (2557). ปัจจัยบรรยากาศในการสื่อสารภายในองค์กร กระบวนการในการสื่อสาร และสื่อสังคมออนไลน์ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการสื่อสารภายในองค์กรของบริษัทเอกชนในเขตกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.
5.ธัญญารัตน์ อินทร์เมือง. (2555). ประสิทธิภาพการสื่อสารภายในองค์กรกับความสำเร็จในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยนเรศวร. วิทยานิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยนเรศวร.
6.ปัทมา สมพรชัยกิจ. (2556). การสื่อสารภายในองค์การของสำนักเทศกิจ กรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญาวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนมหาบัณฑิต.มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
7.ภัทราวรรณ แก้วมะยม. (2554). รูปแบบการสื่อสารภายในองค์การและความพึงพอใจต่อการสื่อสารภายในองค์การของพนักงานเจ้าหน้าที่สานักงานเลขาธิการคุรุสภา. วิทยานิพนธ์ปริญญาวารสารศาสตร์มหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
8.ภัสวลี นิติเกษตรสุนทร. (2550). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการสื่อสารและพฤติกรรมการสื่อสาร ในเอกสารการสอนชุดวิชาทฤษฎีและพฤติกรรมการสื่อสาร. นนทบุรี: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
9.ยุบล เบ็ญจรงค์กิจ. (2542). การวิเคราะห์ผู้รับสาร. กรุงเทพฯ: คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
10.รสชงสพร โกมลเสวิน. (2554). พฤติกรรมการสื่อสารองค์กร ใน เอกสารการสอนชุดวิชาทฤษฎีและพฤติกรรมการสื่อสาร หน่วยที่ 9. นนทบุรี: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช.
11.รุ่งรัตน์ ชัยสำเร็จ. (2558). การสื่อสารในองค์กร. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
12.ศรีสุนันท์ อนุจรพันธุ์. (2552). พฤติกรรมด้านการสื่อสารภายในองค์กรที่มีผลต่อความพึงพอใจของพนักงานซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาองค์กร กรณีศึกษา บริษัท บิซิเนส ออนไลน์ จำกัด (มหาชน). วิทยานิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยรังสิต.
Downloads
เผยแพร่แล้ว
How to Cite
ฉบับ
บท
License
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยปทุมธานี
ข้อความที่ปรากฎในบทความแต่ละเรื่อง เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว