ภาวะผู้นำของผู้บริหารที่มีผลต่อการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดนครพนม
คำสำคัญ:
ภาวะผู้นำ, การบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบทคัดย่อ
การวิจัยเรื่องภาวะผู้นำของผู้บริหารที่มีผลต่อการบริหารจัดการองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดนครพนม มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาภาวะผู้นำของผู้บริหารที่มีผลต่อการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดนครพนม 2) เพื่อศึกษาปัจจัย ด้านภาวะผู้นำที่มีผลต่อการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดนครพนม 3) เพื่อศึกษาการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดนครพนม และ 4) เพื่อศึกษาข้อเสนอแนะและแนวทางในการพัฒนาภาวะผู้นำที่มีผลต่อการบริหารจัดการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดนครพนม กลุ่มตัวอย่าง คือ บุคลากรในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดนครพนม จำนวน 351 คน และผู้บริหาร สมาชิกสภา และหัวหน้าส่วนราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดนครพนม จำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์สหสัมพันธ์พหุคูณ และการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการศึกษาพบว่า 1) ภาวะผู้นำของผู้บริหารที่มีผลต่อการบริหารจัดการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดนครพนม ในภาพรวม อยู่ในระดับมาก 2) การบริหารจัดการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดนครพนม พบว่า ภาวะผู้นำของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดนครพนม ในภาพรวม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก 3) ปัจจัยทุกด้านมีความสัมพันธ์ทางบวกกับการบริหารจัดการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดนครพนม อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ .05 4) ปัจจัยด้านภาวะผู้นำที่มีอำนาจในการพยากรณ์การบริหารจัดการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดนครพนม ได้แก่ ปัจจัยด้านความรับผิดชอบ ปัจจัยด้านการติดต่อสื่อสาร และปัจจัยด้านคุณธรรมและจริยธรรม มีค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์พหุคูณ (R) เท่ากับ .53 5) แนวทางการพัฒนาการติดต่อสื่อสารของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดนครพนม ให้มีประสิทธิภาพ 6 แนวทาง ได้แก่ 1) พัฒนาการสื่อสารให้ชัดเจน 2) พัฒนากิริยาการสื่อสารที่เหมาะสม 3) พัฒนาความกล้าในการแสดงความคิดเห็น 4) สุภาพอ่อนโยน 5) รู้จักสังเกตและเรียนรู้บุคคลอื่น 6) มนุษย์สัมพันธ์ดี 7) แนวทางในการพัฒนาคุณธรรมและจริยธรรม ของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในเขตจังหวัดนครพนม ประกอบด้วย 3 แนวทาง ได้แก่ 1) การแสดงตนเพื่อเป็นแบบอย่าง 2) การสื่อสารหลักเกณฑ์ทางจริยธรรม และ3) การใช้ระบบรางวัล
เอกสารอ้างอิง
กรม, ปกครองส่วนท้องถิ่น. (2551). กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น. รวมกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. ฉะเชิงเทรา : ประสานมิตร.
กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น. (2552). รายงานข้อมูลจำนวนองค์กรปกครรองส่วนท้องถิ่น ปี พ.ศ. 2552. กรุงเทพมหานคร : กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น.
ฉลอง มาปรีดา. (2537). คุณธรรมสำหรับผู้บริหาร. กรุงเทพมหานคร : โอ. เอส. พริ้นติ้งเฮาส์.
ถวิลวดี บุรีกุล. (2547). จับชีพจรประเทศไทย : ตัวชี้วัดประชาธิปไตยและธรรมาภิบาล. นนทบุรี : สถาบันพระปกเกล้า.
ทศพร ศิริสัมพันธ์. (2548). “การบริหารผลการดำเนินงาน (Performance Management),” รวมบทความวิชาการ 100 ปี รัฐประศาสนศาสตร์ไทย. ภาควิชารัฐประศาสนศาสตร์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
เบญจพร แก้วมีศรี. (2545). การนำเสนอรูปแบบการพัฒนาคุณลักษณะภาวะผู้นำของผู้บริหารวิทยาลัยพยาบาล สังกัดกระทรวงสาธารณสุข. วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต ภาควิชาบริหารการศึกษา บัณฑิตวิทยาลัย : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ประทาน คงฤทธิศึกษากร. (2541). การปกครอง และการบริหารที่ดีกับการตรวจสอบของประชาชน. เอกสารประกอบการประชุมสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของประชากรในการปกครองท้องถิ่น.
ประเวศ วะสี. (2542). ยุทธศาสตร์ชาติ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานกองทุนเพื่อสังคม.
ประเวศ วะสี.(2550). ประเวศ วะสี. คุณธรรมนำการพัฒนายุทธศาสตร์สังคมคุณธรรม. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน).
ประหยัด หงส์ทองคำ. (2526). การพัฒนาทางการเมืองโดยกระบวนการปกครองท้องถิ่น. กรุงเทพมหานคร : นำอักษรการพิมพ์.
มนูญ จันทร์สมบูรณ์. (2550). วัฒนธรรมธรรมาภิบาลของผู้นำท้องถิ่นและประชาชนในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล. ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. สาขาวิชาสหวิทยาการ. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
วรารัตน์ เขียวไพรี. (2553). ความรู้เกี่ยวกับการจัดการ. กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี.
วสันต์ ใจเย็น. (2549). ปัญหาความรับผิดชอบในการบริหารงานภาครัฐ. วารสารการพัฒนาท้องถิ่น 2549;1(1):39-56.
วีระ ภู่ระหงษ์. (2550). คุณลักษณะที่พึงประสงค์ของนายกเทศมนตรีในทัศนของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง : กรณีศึกษาเทศบาลบางเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ. ปริญญานิพนธ์ รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยบูรพา.
อนุวัฒน์ พุทธิพิพัฒน์ขจร. (2550). คุณลักษณะของนายกองค์การบริหารส่วนตำบลที่พึงปรารถนาของประชาชน กรณีศึกษาตำบลหนอนนาง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี. งานนิพนธ์ รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา.
Bateman, T. S., & Crant, J. M. (1993). The proactive component of organizational behavior: A measure and correlates. Journal of Organizational Behavior. Vol.14 No.103–118.
Best, J. W.(1977). Research in Education. 3rded. New jersey : Prentice Hall.
Carral, M. R., Kuzmits, F. E. & Elbert, N F. (1992). Personnel Human Resource management. New York : Macmillan.
Delahaye, B. L. (2000). Human resource development. Singapore : John Wiley & Sons.
Dessler, S. L. (1997). Human Resource Management. (7th ed.) New Jersey. Englewood-Cliffs : Prentice-Hall. Jersey : Houghton Mifflin Company.
Eakin, Cavolyn Joyce Killman. (1997). “perceptions of Principals and Teahers Concerning Desirable leadership Traits for Primcipals in St. Louis Elementary Schools (St. Louis, Missourri),” Dissertation Abstracts International. Vol. 58 No. 01 : 39 –A.
Fitzgerald R. M. and Durant, F. (1980). “Citizen evaluations and urban management : service delivery in an era of protest,” Public Administration Review. Vol. 40(6) No. 585-594.
Hater, J. J., and B.M. Bass. (1988). Superiors Evaluations and Subordinates Perception of Transformational Leadership. Journal of Applied Psychology.
Hoy, W.K., & Miskel, C.G. (2001). Educational Administration: Theory, Research and Practice (6thed.). New York: McGraw Hill.
Huther, J., & Shah .(1998). A simple measure of good governance and its aplication to the debate on the appropriate level of fiscal decentralization. Washington, DC : The World Bank.
McCarthy, E. Jerome and Perreault William D, Jr. (1990). Basic Marketing. (10th ed). Illinois. Ridchard D. Irwin, Inc.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยปทุมธานี
ข้อความที่ปรากฎในบทความแต่ละเรื่อง เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว