ขนาดตัวอย่างและการสุ่มตัวอย่างของการวิจัยเชิงคุณภาพ
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอวิธีการหาขนาดหรือจำนวนกลุ่มตัวอย่างและวิธีการ
สุ่มตัวอย่างหรือการคัดเลือกผู้ให้ข้อมูลสำคัญจากประชากรของการวิจัยเชิงคุณภาพจากการทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง พบว่า ขนาดหรือจำนวนกลุ่มตัวอย่างขึ้นอยู่กับความต้องการ 2 ประการคือ (1) ความต้องการกลุ่มตัวอย่างขนาดเล็กสามารถพิจารณาได้ความจุดอิ่มตัวหรือความซ้ำซ้อนของข้อมูลนั่นคือข้อสรุปจำนวนของกลุ่มตัวอย่างจะต้องมีขนาดเท่าใด และ (2) ความต้องการกลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่เพื่อแสดงถึงความเปลี่ยนแปลงภายในกลุ่มเป้าหมายที่ต้องใช้กลุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่เพื่อประเมินความหลากหลายหรือรูปแบบที่เหมาะสมและน่าสนใจที่แสดงออกโดยประชากรกลุ่มเป้าหมาย ขนาดหรือจำนวนของกลุ่มตัวอย่างในลักษณะนี้จะขึ้นอยู่กับเป้าหมายของการวิจัยและวิธีการเก็บรวบรวมข้อมูลสามารถใช้หลักของการประมาณการหรือกฎของหัวแม่มือ (Rule of thumb) เช่นการศึกษาปรากฏการณ์ทางสังคมใช้กลุ่มตัวอย่างประมาณ 10 คน (หากข้อมูลเพียงพอและถึงจุดอิ่มตัวหรือซ้ำซ้อนแล้วอาจใช้กลุ่มตัวอย่างน้อยลง) การสัมภาษณ์เชิงลึกใช้กลุ่มตัวอย่างประมาณ 30 คนการสนทนากลุ่มใช้กลุ่มตัวอย่างโดยเฉลี่ย 5-10 คนต่อกลุ่มเป็นต้น ด้านวิธีการสุ่มตัวอย่างหรือการคัดเลือกผู้ให้ข้อมูลสำคัญของการวิจัยเชิงคุณภาพจะใช้หลักของความเหมาะสมของกลุ่มตัวอย่าง และมักใช้วิธีการที่มีลักษณะเฉพาะและมีความหลากหลายเช่นการคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเข้มข้น การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างตามเกณฑ์ที่กำหนดซึ่งคือกลุ่มตัวอย่างที่มีลักษณะเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับคำถามการวิจัย โดยกลุ่มตัวอย่างที่สุ่มหรือคัดเลือกมานั้นสามารถให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือและเพียงพอต่อการนำไปวิเคราะห์เพื่อตอบคำถามของการวิจัยได้
Article Details
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิจัยราชภัฏพระนครเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
เอกสารอ้างอิง
Camic, P. M., Rhodes, J. E. & Yardley, L. E. (2003). Qualitative research in psychology: Expanding perspectives in methodology and design. Washington, DC : American Psychological Association.
Charmaz, K. (2003). Grounded theory: Objectivist and constructivist methods. In N. K. Denzin, & Y. S. Lincoln (Eds.), Strategies for qualitative inquiry, 249-291. Thousand Oaks : Sage Publications.
Coyne, I. T. (1997). Sampling in qualitative research. Purposeful and theoretical sampling; merging or clear boundaries?. Journal of advanced nursing, 26(3).
Creswell, J.W. (1998) Qualitative Inquiry and Research Design Choosing among Five Traditions. Sage, Thousand Oaks, CA.
DiCicco‐Bloom, B., & Crabtree, B. F. (2006). The qualitative research interview. Medical education. 40(4), 314-321.
Gonzalez, C. (2009). Conceptions of, and approaches to, teaching online: a study of lecturers teaching postgraduate distance courses. Higher Education, 57(3), 299–314.
Guest, G., Bunce, A., & Johnson, L. (2006). How Many Interviews Are Enough?: An Experiment with Data Saturation and Variability. Field Methods, 18(1), 59–82.
Intaprom, W. (2018). Research in Public Administration. (2ndEdition). Bangkok : Mega Media Corporation. (in Thai).
Legard, R., Keegan, J. & Ward, K. (2003). In-depth interviews. In Jane, R. & Jane, L. (Eds.), Qualitative research practice: A guide for social science students and researchers, 138- 169. Thousand Oaks : Sage Publications.
Marshall, M. N. (1996). Sampling for qualitative research. Family practice, 13(6).
Morse, J. M. (1994). Designing funded qualitative research. In N. K. Denzin & Y. S. Lincoln (Eds.), Handbook of qualitative research (pp. 220-235). Thousand Oaks, CA, US: Sage Publications, Inc.
Nastasi B.K., Moore R.B. & Varjas, K.M. (2004). Applying psychology to the schools. School-based mental health services: Creating comprehensive and culturally specific programs. Washington, DC : American Psychological Association.
Patton, M. Q. (2001). Qualitative Research and Evaluation Methods. 2nd edition. Thousand Oaks : Sage Publications.