การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการสอนแบบร่วมมือด้วยวิธี STAD วิชาความน่าจะเป็นและสถิติ เรื่องความน่าจะเป็น
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการจัดการเรียนด้วยวิธี STAD 2) หาดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียน 3) ศึกษาผลของเกรดเฉลี่ยสะสม และเกรดเฉลี่ยรวมคณิตศาสตร์ต่อคะแนนหลังเรียนจากการจัดการเรียน และ 4) ศึกษาความพึงพอใจของนักศึกษาต่อการจัดการเรียน ประชากรในการวิจัย ได้แก่ นักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร ที่ลงทะเบียนเรียนวิชาความน่าจะเป็นและสถิติ จำนวน 2 ห้องเรียน รวม 50 คน กลุ่มตัวอย่างเป็นนักศึกษา จำนวน
1 ห้องเรียน จำนวน 23 คน ที่ได้จากการสุ่มแบบแบ่งกลุ่ม เครื่องมือที่ใช้ คือ 1) แผนการจัดการเรียน
2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีค่าความยากง่ายอยู่ระหว่าง 0.40 – 0.91 ค่าอำนาจจำแนกอยู่ระหว่าง 0.20 – 0.83 และค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.84 3) แบบวัดความพึงพอใจต่อการจัดการเรียน มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.87 4)แบบสัมภาษณ์ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนีประสิทธิผล Paired – sample t test และสมการถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน
ผลการศึกษาพบว่า 1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังการจัดการเรียนรู้สูงกว่าก่อนการจัดการเรียนรู้ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) ดัชนีประสิทธิผล (E.I.) เท่ากับ 0.55 3) เกรดเฉลี่ยรวมคณิตศาสตร์มีผลต่อคะแนนหลังเรียน โดยมีสมการพยากรณ์ คือ คะแนนสอบหลังเรียน
( เมื่อคือ เกรดเฉลี่ยรวมรายวิชาคณิตศาสตร์) และ 4) ความพึงพอใจเฉลี่ยอยู่ในระดับมากทุกด้าน
Article Details
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิจัยราชภัฏพระนครเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร และคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
เอกสารอ้างอิง
Learning Achievement and Critical Thinking Skills in Mathematics of Pratomsuksa 6 Students.
M.Ed. Program in Curriculum and Instruction, Rambhai Barni Rajabhat University. (in Thai)
Khammani, T. (2014). Science of Teaching Pedagogy. 18th Edition.18th edition. Bangkok : Chulalongkorn University Press.
Kittika, J. (2014). The Development of Prathom 6 Students’ Mathematics Learning Outcome on Equation and Equation Solving through STAD Technique and Practice Kits. M.Ed. Program in Curriculum and Instruction, Mahasarakham Rajabhat University. (in Thai)
Pakika, P. (2016). The Development of Learning Achievement in Mathematics on Relation and
Function and Characteristic Responsibilities for Mathayomsuksa 4 Students by Using Cooperative Learning’s STAD Technique. M.Ed. Program in Curriculum and Instruction, Mahasarakham Rajabhat University. (in Thai)
Rangsiyanuphong, C. (2015). Development Achievement, Behavior of group work and attitude
of studying Mathematices in PROBABILITY of students in Mattayom 5/3 of Amphawan
Witthayalai based on STAD. Master of Science Program in Mathematics, Silpakorn University.
(in Thai)
Srimukda, C. (2013). Effects the Learning Application using Project-Based Approach Conjunction with the STAD Cooperative Learning of Mathematical Affeting Learning Achievements, Problem Solving abilities and Learning Satisfaction of Phathomsuksa 6 Students.
Suwannarat, P. (2016). Comparison of Learning Achievement Mathematic Entitled “Linear
Equation System” of grade 9 with the 4MAT learning management and the STAD cooperative learning technique. M.Ed. Program in Curriculum and Instruction, Mahasarakham Rajabhat University. (in Thai)