บทบาทของหลักสาราณียธรรมในการจัดการความขัดแย้ง เพื่อการพัฒนาชุมชนสันติสุข

Main Article Content

พระครูวชิรคุณาภิวัฒน์ (สมคิด ญาณทีโป)

บทคัดย่อ

บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอหลักสาราณียธรรม 6 ประการที่ปรากฏในคัมภีร์พระไตรปิฎกเถรวาท และวิเคราะห์บทบาทของหลักธรรมดังกล่าวในการจัดการความขัดแย้งและเสริมสร้างชุมชนสันติสุข หลักสาราณียธรรมประกอบด้วย 1) เมตตากายกรรม 2) เมตตาวจีกรรม 3) เมตตามโนกรรม 4) การแบ่งปันผลประโยชน์ 5) การมีศีลเสมอกัน และ 6) การมีความเห็นชอบร่วมกันในทางธรรม ล้วนเป็นหลักธรรมที่มุ่งเน้นการอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียวบนพื้นฐานของความเมตตา ความไว้วางใจ และความเคารพซึ่งกันและกัน การประยุกต์ใช้หลักธรรมเหล่านี้สามารถลดความขัดแย้งภายในชุมชน ส่งเสริมการสื่อสารที่เปิดกว้าง ความร่วมมือ และจิตสำนึกร่วมในการแก้ไขปัญหา หลักสาราณียธรรมมิใช่เพียงหลักการทางศีลธรรม แต่ยังเป็นเครื่องมือทางสังคมที่ทรงพลังในการสร้างวัฒนธรรมแห่งความกลมเกลียวซึ่งส่งเสริมการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน การส่งเสริมการรักษาศีลในระดับที่เท่าเทียมกันก่อให้เกิดมาตรฐานทางคุณธรรมร่วม ขณะที่การมีทิฏฐิร่วมกันในทางธรรมช่วยสร้างกรอบคิดที่สอดคล้อง ซึ่งเอื้อให้เกิดเอกภาพทางสังคม ลดความร้าวฉาน และหลีกเลี่ยงความเห็นต่างที่นำไปสู่ความแตกแยก จากกรณีศึกษาชุมชนที่มีการนำหลักสาราณียธรรมไปประยุกต์ใช้ในระดับนโยบายและกิจกรรมประจำชุมชน พบว่า ชุมชนสามารถพัฒนาไปในทิศทางที่สงบสุข มีความสามัคคี และมีแนวโน้มในการแก้ไขปัญหาภายในได้อย่างสันติ สมาชิกมีความรู้สึกเป็นพวกเดียวกัน มีเจตนารมณ์ร่วมในการรักษาชุมชนให้น่าอยู่ และสามารถจัดการความขัดแย้งได้โดยไม่ใช้ความรุนแรง ดังนั้น การใช้หลักสาราณียธรรม 6 เป็นกลไกในการพัฒนาชุมชนมิใช่เพียงการส่งเสริมคุณธรรมเฉพาะบุคคลเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้าง “วัฒนธรรมแห่งความกลมเกลียว” ซึ่งสามารถยกระดับจิตใจและวิถีชีวิตของผู้คนให้มีความเข้าใจ เห็นใจ และสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมั่นคงและสันติสุข

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สมคิด ญาณทีโป พ. . (2025). บทบาทของหลักสาราณียธรรมในการจัดการความขัดแย้ง เพื่อการพัฒนาชุมชนสันติสุข. วารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์ , 11(3), 1247–1262. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/Palisueksabuddhaghosa/article/view/281594
ประเภทบทความ
บทความวิชาการ

เอกสารอ้างอิง

กลุ่มวิทยาลัยครูใต้. ความเข้าใจเกี่ยวกับสังคม. กรุงเทพมหานคร: กรุงสยามการพิมพ์, 2526.

คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. ทฤษฎีของการจัดช่วงชั้นทางสังคม. [ออนไลน์], แหล่งที่มา: http://www.tjanews.org/cms/index.php?option =1914&I temid =56& lang [28 พฤษภาคม 2568].

ทองหลอ เดชไชย. ทักษะการจัดการทรัพยากรมนุษย์ของผู้นํา: การจัดการและแก้ไขความขัดแย้ง. [ออนไลน์], แหล่งที่มา: http://www.pncc.ac.th [28 พฤษภาคม 2568].พระมหาธรรมรัตอริยธมฺโม. “การศึกษาเชิงวิเคราะห์หลักรัฐศาสตร์ที่มีในพระไตรปิฎก”. วิทยานิพนธ์ศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสน์ศึกษา. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2543.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์. พิมพ์ครั้งที่ 31. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2561.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2539.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. อรรถกถาภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2534.

มหามกุฏราชวิทยาลัย. ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่มที่ 1 ภาคที่ 2 ตอนที่ 3. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพมหานคร: มหามกุฏราชวิทยาลัย, 2543.

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. พิมพ์ครั้งที่ 41. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2561.

Malalasekera G.P.. Dictionary of Pali ProPer Names Vol. II. New Delhi: Munshiram Manoharlal Publishers Pvt. Ltd, 1998.