การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อพัฒนาชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนบ้านต้นโพธิ์ ตำบลบางขะแยง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาสภาพปัญหาของชุมชน และการบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อพัฒนาชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงชุมชนบ้านต้นโพธิ์ ตำบลบางขะแยง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี 2)เพื่อศึกษาระดับความสำเร็จในการพัฒนาชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงชุมชนบ้านต้นโพธิ์ ตำบลบางขะแยง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี และ 3) เพื่อนำเสนอแนวทางการบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อพัฒนาชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงชุมชนบ้านต้นโพธิ์ ตำบลบางขะแยง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี
ผลการวิจัย 1) สภาพปัญหาของชุมชน พบว่า ชุมชนมีปัญหาด้านเศรษฐกิจ ปัญหาด้านสังคมและวัฒนธรรม ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ปัญหาด้านการบริหารจัดการและภาวะผู้นำ และปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี และการบูรณาการหลักสัปปุริสธรรม 7 หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่น พบว่า การนำหลักธรรม หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และวิถีวัฒนธรรมท้องถิ่นมาบูรณาการเพื่อพัฒนาการเกษตรและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น การอนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมมอญ การเฝ้าระวังและเตือนภัย ซึ่งมีการบูรณาการในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.63 จากคะแนนเต็ม 5) 2) ระดับความสำเร็จในการพัฒนาชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงชุมชนบ้านต้นโพธิ์ ตำบลบางขะแยง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี พบว่า ภาพรวมความสำเร็จอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.75 จากคะแนนเต็ม 5 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า อยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน เรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ได้ดังนี้ ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Mean=4.90) ด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ (Mean=4.80) ด้านการเรียนรู้สืบทอดภูมิปัญญา (Mean=4.78) ด้านความสามารถในการพึ่งตนเอง (Mean=4.72) และด้านความสามัคคีและความร่วมมือ (Mean=4.53) 3) ข้อเสนอแนวทางการบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อพัฒนาชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง พบว่า การใช้หลัก สัปปุริสธรรม 7 ช่วยเสริมความเข้มแข็งของชุมชนบ้านต้นโพธิ์ ได้แก่ 1) ธัมมัญญุตา ชาวบ้านรู้จักเหตุและเลือกวิธีการทำเกษตรที่เหมาะสมกับทรัพยากร 2) อัตถัญญุตา ตระหนักถึงผลลัพธ์ระยะยาวจากการรักษาวัฒนธรรมและการเกษตรพอเพียง 3) อัตตัญญุตา รู้ขีดความสามารถ ไม่ทำเกินศักยภาพ 4) มัตตัญญุตา ผลิตเพื่อพอใช้ เหลือจึงขาย เน้นความพอประมาณ 5) กาลัญญุตา ดำเนินกิจกรรมตามกาลเวลา เช่น ปลูกพืชตามฤดูกาล 6) ปริสัญญุตา เข้าใจจุดแข็งและความต้องการของชุมชนเพื่อพึ่งพาตนเอง 7) ปุคคลัญญุตา จัดสรรบทบาทบุคคลตามทักษะที่เหมาะสม ส่งเสริมการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรจากวารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
พระธรรมธีรราชมหามุนี (โชดก ญฺาณสิทฺธิ). คำบรรยาย วิปัสสนากรรมฐาน. กรุงเทพมหานคร: บริษัท ประยูรวงศ์พริ้นท์ติ้ง จำกัด, 2550).
พระพุทธโฆษาจารย์. วิสุทธิมรรค. แปลโดย สมเด็จพระมหาวีรวงศ์. กรุงเทพฯ: มหามกุฏราชวิทยาลัย, 2542.
พระโสภณมหาเถระ (มหาสีสยาดอ). มหาสติปัฏฐานสูตรทางสู่นิพพาน. พระคันธสาราภิวงศ์ แปลและเรียบเรียง. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: ห้างหุ้นส่วนจำกัด ไทยรายวันการพิมพ์, 2549.
พุทธทาสภิกขุ. คู่มือมนุษย์. กรุงเทพฯ: ธรรมสภา, 2535.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2539.
สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระปรมนุชิตชิโนรส. ปฐมสมโพธิกถา. กรุงเทพมหานคร: กรมศิลปากร, 2539.
Mahāsi Sayadaw. Practical Insight Meditation. Rangoon: Buddha Sasana Nuggaha Organization, 1994.