รูปแบบการอนุรักษ์สืบสานคัมภีร์โบราณทางพระพุทธศาสนา ของวัดไก่เตี้ย เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ 1) เพื่อศึกษาแนวทางการอนุรักษ์คัมภีร์โบราณตามแนวทางของกรมศิลปากร 2) เพื่อศึกษาการอนุรักษ์สืบสานคัมภีร์โบราณทางพระพุทธศาสนาของวัดไก่เตี้ย เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร และ 3) เพื่อเสนอรูปแบบการอนุรักษ์สืบสานคัมภีร์โบราณทางพระพุทธศาสนาของวัดไก่เตี้ย เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพโดยเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์เชิงลึกเป็นหลัก ผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวน 24 รูป/คน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา นำเสนอเชิงพรรณนา
ผลการวิจัยพบว่า การอนุรักษ์สืบสานคัมภีร์โบราณทางพระพุทธศาสนาของวัดไก่เตี้ย
เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร ในกระบวนการมีส่วนร่วมและสร้างเครือข่ายในการวางแผน กำหนดรูปแบบ การบริหาร ประเมินผลตลอดจนการตัดสินใจ การแสวงหาความร่วมมือทุกภาคส่วนนำไปสู่การพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพมีเป้าหมายเชื่อมโยงการปลูกจิตสำนึก นำระบบเทคโนโลยีทันสมัยมาใช้เผยแพร่องค์ความรู้ เพื่อบริหารจัดการ จัดทำทะเบียนตามระบบสากล สำรวจ ซ่อมแซมคัมภีร์ใบลานที่ชำรุดเสียหายให้คงสภาพที่ดี จัดทำสำเนาด้วยระบบดิจิทัลเพื่อการสืบค้น ควบคุมอุณหภูมิห้องให้เหมาะสม ปริวรรต คัดลอก ถ่ายถอด และแปลคัมภีร์ใบลาน ให้เป็นภาษาปัจจุบันและภาษาต่างประเทศ สนับสนุนงบประมาณ สร้างความพร้อม สร้างบุคลากรในลักษณะกระบวนการอนุรักษ์แบบมีส่วนร่วม รูปแบบการอนุรักษ์สืบสานคัมภีร์โบราณทางพระพุทธศาสนาของวัดไก่เตี้ย เขตตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร คือ โมเดล “CKPBL” ซึ่งประกอบด้วย 6 ด้าน คือ 1) การปลูกจิตสำนึก (C) 2) ความเข้าใจ (K) 3) การเผยแพร่ (P) 4) การมีส่วนร่วม (P) 5) งบประมาณ (B) 6) กิจกรรมการเรียนรู้ (L) ก่อนที่จะดำเนินการรูปแบบการอนุรักษ์ (Format Conservation) เพื่อสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Susfainable Development) ซึ่งจะทำให้ทุกภาคส่วนให้ความสนใจจากการอนุรักษ์สู่การพัฒนาอย่างยั่นยืนโดยให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรจากวารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
กรมศิลปากร. คู่มือการอนุรักษ์คัมภีร์ใบลาน. กรุงเทพมหานคร: สำนักหอสมุดแห่งชาติ, 2558.
กรมศิลปากร. รายงานการสำรวจและอนุรักษ์เอกสารโบราณในเขตกรุงเทพมหานคร. กรุงเทพมหานคร: กรมศิลปากร, 2565.
กรมศิลปากร. เอกสารโบราณและการจัดเก็บในหอธรรม. กรุงเทพมหานคร: สำนักหอสมุดแห่งชาติ, 2561.
กลุ่มหนังสือตัวเขียนและจารึก สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร. แนวทางการซ่อมแซมและการเก็บรักษาคัมภีร์ใบลาน. กรุงเทพมหานคร: กรมศิลปากร, 2560.
ดอกรัก พยัคศรี. เอกสารโบราณในฐานะมรดกทางวัฒนธรรม. กรุงเทพมหานคร: งานฐานข้อมูลเอกสารโบราณภาคตะวันตก ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน), 2560.
พิสิฐ เจริญวงศ์. การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการอนุรักษ์เอกสารโบราณ. (เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, 2560.
มูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ. แนวทางการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.). โดยภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: บทคัดย่อ กรุงเทพมหานคร: มูลนิธิหอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ. 2556.
วัฒนา พึ่งชื่น. เอกสารโบราณ “วัดไก่เตี้ย” ต้นแบบการอนุรักษ์ครั้งยิ่งใหญ่. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: https://www.thaipost.net [22 กรกฎาคม 2566].
วีณา วีสเพ็ญ. “การปริวรรตใบลานในเขตตำบลท่าขอนยาง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม”. รายงานวิจัย. ศิลปวัฒนธรรมและกิจการพิเศษ: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2546.
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน). ฐานข้อมูลเอกสารโบราณภูมิภาคตะวันตกในประเทศไทย. กรุงเทพมหานคร: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร. 2558.
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. รายงานโครงการส่งเสริมการอนุรักษ์คัมภีร์โบราณ. กรุงเทพมหานคร: สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ, 2560.
สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร. การบริหารจัดการคัมภีร์ใบลาน. กรุงเทพมหานคร: กรมศิลปากร, 2559.
สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร. รายงานการเก็บรักษาและอนุรักษ์คัมภีร์ใบลาน. กรุงเทพมหานคร: กรมศิลปากร, 2561.
สุมน อมรวิวัฒน์. การมีส่วนร่วมของชุมชนกับการพัฒนา. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์, 2556.