จากพุทธสถานศักดิ์สิทธิ์สู่ศูนย์กลางชุมชน: การวิเคราะห์เชิงวิวัฒนาการ ความหมาย และบทบาทร่วมสมัยของศาสนสถานในพระพุทธศาสนา
Main Article Content
บทคัดย่อ
บทความวิชาการฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์วิวัฒนาการของศาสนสถาน(เสนาสนะ)ในพระพุทธศาสนา จากจุดกำเนิดที่หยั่งรากลึกในพุทธบัญญัติสู่บทบาทอันซับซ้อนในฐานะศูนย์กลางชุมชนร่วมสมัย โดยนำเสนอข้อโต้แย้งหลักว่า รูปแบบทางกายภาพและหน้าที่ทางสังคมของศาสนสถานเป็นผลลัพธ์โดยตรงจากหลักการพื้นฐานของพระธรรมและพระวินัย การวิจัยนี้ใช้วิธีการเชิงคุณภาพผ่านการวิเคราะห์เอกสารแบบสหวิทยาการ ซึ่งบูรณาการการศึกษาคัมภีร์พระไตรปิฎกและอรรถกถาภาษาบาลีเข้ากับการวิเคราะห์เชิงประวัติศาสตร์ศิลปะสถาปัตยกรรมไทย และมุมมองเชิงสังคมวิทยาต่อบทบาทของสถาบันทางศาสนา ผลการศึกษาพบว่า 1) การสังคายนาครั้งที่ 1 ได้สร้าง "พิมพ์เขียว" เชิงหลักคำสอนและกฎระเบียบ ซึ่งเป็นตัวกำหนดความต้องการเชิงหน้าที่ของพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ 2) บทบาทของ "นวกัมมาธิษฐายี" หรือผู้ควบคุมการก่อสร้าง ได้ปรับเปลี่ยนไปตามพลวัตทางสังคมและการเมืองในแต่ละยุคสมัย 3) วิวัฒนาการของสถาปัตยกรรมพุทธศาสนาในประเทศไทยสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงทางอุดมการณ์ของรัฐ จากธรรมราชาในสมัยสุโขทัยสู่แนวคิดเทวราชาในสมัยอยุธยา และ 4) วัดในยุคปัจจุบันต้องเผชิญกับความท้าทายในการสร้างสมดุลระหว่างอัตลักษณ์ดั้งเดิมที่เน้นความสมถะ กับความเป็นจริงที่ต้องบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานที่ซับซ้อนเทียบเท่าสถาบันสาธารณะขนาดใหญ่ บทความนี้สรุปว่าศาสนสถานเป็นสถาบันที่มีพลวัตซึ่งสะท้อนความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่องแต่ปรับเปลี่ยนอยู่เสมอระหว่างหลักคำสอน รูปแบบสถาปัตยกรรม และหน้าที่ทางสังคม
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆ บทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด ๆ จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักอักษรจากวารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์ก่อนเท่านั้น
เอกสารอ้างอิง
ใจจงรัก ฤทธิ์รงค์. สถาปัตยกรรมไทยกับพระพุทธศาสนา. วารสารหน้าจั่ว: ว่าด้วยสถาปัตยกรรม การออกแบบ และสรรพสิ่งแวดล้อม. 2559.
เฉลิม รัตนทัศนีย. วิวัฒนาการศิลปสถาปัตยกรรมไทยพุทธศาสนา. (กรุงเทพมหานคร: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง. 2539.
ผศ.นวลวรรณ พูนวสุพลฉัตรและคณะ. รายงายการวิจัยเรื่อง พุทธนวัตกรรมเสนาสนะที่เป็นมิตรกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส นครปฐม. 2565. หน้าบทคัดย่อ.
พระประเศรียร อภิวณฺโณ (จันคํา). (2563). บทบาทและวิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระอานนท์เถระ. วารสารพุทธปรัชญาเมธีปริทรรศน์.
พระปัญญารัตนากร ดร..การบริหารงารสาธารณูปการ: วัด.(กรุงเทพมหานคร: หจก.แอลซีพี ฐิติพรการพิมพ์ 2566.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์พระพุทธศาสนาของธรรมสภา. 2555.
พระมหาสุชาญ โรจนญาโณ. (2555). การศึกษาบทบาทของพระมหาโมคคัลลานะในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.หน้าบทคัดย่อ.
พระอธิการสุรศักดิ์ สุขุมาโล (คงเมือง) “.วัดกับศูนย์กลางการเรียนรู้และพัฒนาของชุมชน.บทความ”มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์ชัยภูมิ 2563. หน้าบทคัดย่อ.
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. 2539.
ศ.วัชระ งามจิตรเจริญ. พุทธศาสนาเถรวาท (พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์2552).หน้า 71.
สมเด็จพระพุทธโฆสาจารย์ (ปยุทธ์ ปยุตฺโต ) พุทธธรรม ฉบับขยายความ (กรุงเทพมหานคร ครั้งที่ 56: สหธรรมมิก จำกัด 2564.
สันติ เล็กสุขุม. (2553). เจดีย์ ความเป็นมาและคำศัพท์เรียกองค์ประกอบเจดีย์ในประเทศไทย (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพมหานคร: มติชน. 2553.
สันติ เล็กสุขุม. . ศิลปะสุโขทัย 3.( (พิมพ์ครั้งที่ 3 กรุงเทพมหานคร: เมืองโบราณ 2555.
สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์. คูมือดูแลรักษาศาสนสถาน ฉบับปรับปรุง 2559 .(กรุงเทพมหานคร : อัมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ้ง จำกัด. 2559.
สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.. คู่มือและแนวปฏิบัติ โครงการวัด ประชา รัฐ สร้างสุข. (กรุงเทพมหานคร: 2566.
อรุณศักดิ์ กิ่งมณี และคณะ. การสร้างวัดแบบมีส่วนร่วมด้วยพลังบวรจังหวัดบึงกาฬ. วารสารวิจัยราชภัฏกรุงเก่า. 2567.