การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมการสื่อสารทางการเมืองของนักการเมืองระดับท้องถิ่นในเทศบาลเมืองดอกคำใต้ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา

Main Article Content

พระมหารุ่งวิกรัย วรญาณเมธี ชัยวร

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษาระดับการสื่อสารทางการเมืองของนักการเมืองระดับท้องถิ่นในเทศบาลเมืองดอกคำใต้ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา 2. เพื่อเปรียบเทียบการสื่อสารทางการเมืองของนักการเมืองระดับท้องถิ่นในเทศบาลเมืองดอกคำใต้ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และ 3. เพื่อนำเสนอการบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมการสื่อสารทางการเมืองของนักการเมืองระดับท้องถิ่นในเทศบาลเมืองดอกคำใต้ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ใช้รูปแบบการวิจัยแบบผสานวิธี ได้แก่ การวิจัยเชิงปริมาณ เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แบบสอบถาม ใช้สถิติเพื่อวิเคราะห์ข้อมูล โดยหาค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานโดยทดสอบค่า t-test ค่า F-test ประชากรจำนวน 10,532 คน คน ได้ประชากรกลุ่มตัวอย่างจำนวน 385 คน จากสูตรของทาโร่ ยามาเน่ และการวิจัยเชิงคุณภาพ เครื่องมือที่ใช้ได้แก่แบบสัมภาษณ์ กลุ่มผู้ให้ข้อมูลสำคัญจำนวนทั้งสิ้น 9 คน วิเคราะห์เนื้อหาโดยการพรรณนาวิเคราะห์


ผลการวิจัยพบว่า 1) ระดับการสื่อสารทางการเมืองของนักการเมืองระดับท้องถิ่น ในเทศบาลเมืองดอกคำใต้ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา รวมทุกด้าน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ผลรวมค่าเฉลี่ย (X ̅)= 4.09 เมื่อจำแนกเป็นรายข้อพบว่า ด้านช่องทางการสื่อสาร อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย (X ̅)= 3.65 รองลงมาเท่ากัน ได้แก่ ด้านผู้ส่งสาร และด้านสาร อยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย (X ̅)= 3.64 และด้านผู้รับสาร อยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ย (X ̅)= 2.99 เป็นลำดับสุดท้าย ตามลำดับ


2) เปรียบเทียบการสื่อสารทางการเมืองของนักการเมืองระดับท้องถิ่นในเทศบาลเมืองดอกคำใต้ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา โดยจำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล พบว่า ประชากรกลุ่มตัวอย่างที่มีเพศ อายุ ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ต่างกัน โดยภาพรวมไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว้


3) การนำเสนอการบูรณาการหลักปาปณิกธรรมเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำทางการเมืองของนักการเมืองท้องถิ่นในเทศบาลเมืองดอกคำใต้ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา พบว่า 1) ด้านการงดเว้นจากการพูดเท็จ คือการสร้างสัจจวาจา และ วัฒนธรรมซื่อสัตย์ โดยการระบุแหล่งที่มา/หลักฐาน ที่ชัดเจน และมีกลไกตรวจสอบ/ลงโทษ เพื่อให้ข้อมูลทั้งหมด ตรวจสอบได้ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในท้องถิ่น 2) การงดเว้นการพูดส่อเสียด คือการส่งเสริมให้นักการเมืองระดับท้องถิ่นเปลี่ยนจากการสื่อสารที่ทำลายชื่อเสียงบุคคล ไปสู่การวิเคราะห์นโยบาย/ข้อเท็จจริง โดยมุ่งเน้น วิพากษ์วิจารณ์อย่างสร้างสรรค์ ที่เนื้อหาและโครงการ (ไม่กล่าวถึงบุคคลหรือความผิดพลาดในอดีต) เพื่อสร้างสามัคคีวาจา และความร่วมมือข้ามฝ่ายในการพัฒนาท้องถิ่น 3) การงดเว้นจากการพูดหยาบคาย คือการส่งเสริมให้นักการเมืองสร้างภาวะผู้นำทางอารมณ์ โดยควบคุมตนเองจากโทสะ และใช้ปิยวาจา สื่อสารด้วยเหตุผล/ข้อมูล (ไม่ใช้อารมณ์) เพื่อแสดงความเคารพและเป็นแบบอย่างที่ดีในการโต้แย้งที่สร้างสรรค์ 4) การงดเว้นจากการพูดเพ้อเจ้อ คือการส่งเสริมให้นักการเมืองท้องถิ่นควรมุ่งเน้นการสื่อสารที่กระชับ ตรงประเด็น อิงข้อเท็จจริง และสร้างความน่าเชื่อถือผ่านสาระที่หนักแน่น เพื่อแสดงความจริงจังในการทำงานและรับผิดชอบต่อการบริหารท้องถิ่น

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ชัยวร พ. ว. (2026). การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมการสื่อสารทางการเมืองของนักการเมืองระดับท้องถิ่นในเทศบาลเมืองดอกคำใต้ อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา. วารสาร มจร บาฬีศึกษาพุทธโฆสปริทรรศน์ , 12(1), 179–196. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/Palisueksabuddhaghosa/article/view/285262
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กนกรัตน์ เลิศชูสกุล. “ผลกระทบของมาตรา 44 ต่อสิทธิเสรีภาพประชาชน”. ใน รัฐศาสตร์สาร 37. 2 (2560).

ชัยวัฒน์ สถาอานันท์. “วาทกรรมและความรุนแรงในสังคมการเมืองไทย”. ใน สันติประชาธรรม (กรุงเทพฯ: เสฐียรโกเศศ-นาคะประทีป. 2558).

เทศบาลเมืองดอกคำใต้. แผนพัฒนาท้องถิ่น พ.ศ. 2566–2570. (พะเยา: เทศบาลเมืองดอกคำใต้. 2565).

ธเนศวร์ เจริญเมือง. การเมืองภาคพลเมืองและประชาธิปไตยไทย. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2556.

พระครูธรรมธรบุญเที่ยง พุทฺธสาวโก (ลักษณ์พลวงค์). “การบูรณาการหลักพุทธธรรมกับการสื่อสารทางการเมืองเพื่อเสริมสร้างความสมานฉันท์”. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. 2564.

พระชินกร สุจิตฺโต (ทองดี). “การบูรณาการหลักพุทธธรรมเพื่อส่งเสริมการสื่อสารทางการเมืองสำหรับประชาชนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา”. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์. (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. 2564).

พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต). พุทธธรรม. กรุงเทพฯ: มหามกุฏราชวิทยาลัย. 2560.

พระนุชิต นาคเสโน (โพวิชัย). “การพัฒนาการสื่อสารทางการเมืองตามแนวพระพุทธศาสนาของนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา”. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. 2565.

พระมหานิรุต ญาณวุฑฺโฒ (พยนต์ยิ้ม). “พุทธบูรณาการเพื่อส่งเสริมภาวะผู้นำทางการเมืองของนักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดสมุทรสงคราม”. ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์. (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. 2566).

พระมหาปรัชญ์ นภภูริสิริ (อัตถาพร). “การมีส่วนร่วมในการสื่อสารทางการเมืองของประชาชน ในอำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น”. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์. (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. 2564).

พระอัณณรัฐฬ อิสฺสรธมฺโม (สราญตระกูลไพร). “ศึกษาคดีทางการเมืองของพระสงฆ์ไทย”. วิทยานิพนธ์รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์. (บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. 2566).

พิภูษณ มากไชย. “การนำหลักสุจริต 3 ไปใช้ในการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต”. สารนิพนธ์ศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์การปกครอง. (บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย. 2563).

สมชาย ปรีชาศิลปกุล. รัฐประหาร 2557 และโครงสร้างอำนาจแบบ คสช. (กรุงเทพฯ: โอเพ่นเวิลด์ส. 2560).

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. รายงานสถิติศาสนาประจำปี 2564 (กรุงเทพฯ: สสช.. 2565).