ปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ของวัยรุ่นตอนปลายในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มตัวอย่างเป็นวัยรุ่นตอนปลายอายุระหว่าง 18 - 25 ปี ที่เคยมีประสบการณ์เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ จำนวน 400 คน ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นแบบสอบถาม การวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติที่ใช้สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย () และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และใช้สถิติอ้างอิง ได้แก่ การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ ผลการศึกษาพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อาชีพนักเรียน/นักศึกษา มีประสบการณ์การเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชน แต่ไมถึ่งขั้นเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001 - 15,000 บาท และมีระดับการศึกษาอยู่ในระดับปริญญาตรี ช่วงเวลาที่ขับขี่บ่อยที่สุด คือ เวลาระหว่าง 06.01 - 12.00 น. และมีระยะเวลาในการขับขี่รถต่อวันประมาณ 1 - 4 ชั่วโมง ความเร็วปกติในการขับขี่อยู่ระหว่าง 61 - 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง สำหรับการวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณพบว่าจากตัวแปรทำนาย 3 ตัวแปร คือ 1) ตัวแปรยานพาหนะและการบำรุงรักษา (
= 3.23, S.D. = 0.83) (t = 1.46, Sig = 0.15) 2) ปัจจัยด้านพฤติกรรมของผู้ขับขี่ (
= 2.45, S.D. = 0.46) (t = 21.10, Sig = 0.00) และ 3) ปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมทางกายภาพ (
= 3.43, S.D. = 0.52) (t = 2.116, Sig = 0.03) สำหรับตัวแปรที่ทำนายการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คือ ปัจจัยด้านพฤติกรรมของผู้ขับขี่ และปัจจัยด้านสภาพแวดล้อมทางกายภาพ สามารถร่วมกัน ทำนายการเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ได้ร้อยละ 52.90 (R2 = 0.529, F = 222.68, p < 0.00, n = 400)
Article Details
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน
ข้อความที่ปรากฏในบทความแต่ละเรื่องในวารสารวิชาการเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานและคณาจารย์ท่านอื่นๆในมหาวิทยาลัยฯ แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว
References
กมลวรรณ คุ้มวงษ์, นิสากร กรุงไกรเพชร และสุวรรณา จันทร์ประเสริฐ. (2562). ปัจจัยทำนายพฤติกรรมความปลอดภัยในการขับขี่จักรยานยนต์ของนักเรียนชายระดับมัธยมศึกษาตอนปลายในภาคตะวันออก. วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. ปีที่ 27, ฉบับที่ 4, หน้า 42-52
กฤตพงศ์ โรจน์รุ่งศศิธร. (2549). สาเหตุการเกิดอุบัติเหตุจราจรของผู้ขับขี่ยวดยานในเขตนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบังจังหวัดชลบุรี. รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต วิทยาลัยการบริหารรัฐกิจ มหาวิทยาลัยบูรพา
กลุ่มพัฒนาความปลอดภัย สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร. (2561). รายงานสถิติการวิเคราะห์ สถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม พ.ศ. 2560. กรุงเทพฯ: สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร สำนักแผนความปลอดภัย
กลุ่มสถิติการขนส่ง กองแผนงาน กรมการขนส่งทางบก. (2563). จำนวนรถที่จดทะเบียนสะสม ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2562. เข้าถึงเมื่อ (25 มกราคม 2563). เข้าถึงได้จาก (https://web.dlt.go.th/statistics/)
กัลยา วาณิชย์บัญชา. (2561). สถิติสำหรับงานวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 12. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
กาญจน์กรอง สุอังคะ. (2559). การวิจัยการศึกษาพฤติกรรมการขับขี่ของวัยรุ่นที่มีผลต่อความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุจากการใช้รถจักรยานยนต์ (รายงานการวิจัย). สำนักวิชาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
ขวัญชนก พชรวงศ์สกุล. (2556). ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดอุบัติเหตุและกลยุทธ์ในการลดอุบัติเหตุจากการขนส่งผู้โดยสารด้วยรถตู้ประจำทางระหว่างจังหวัดระยองกับจังหวัดอื่น ๆ (ถนนสาย รย.3013). บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีปทุม
ทิพวรรณ แสงทอง. (2557). ผลของโปรแกรมสร้างเสริมสมมรถนะแห่งตนต่อพฤติกรรมป้องกันอุบัติเหตุจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ของวัยรุ่น. พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยนเรศวร
ธนัญชัย บุญหนัก, วิวัฒน์ วิริยกิจจา และกุหลาบ รัตนสัจธรรม. (2548). การวิเคราะห์จุดเสี่ยงโดยใช้เทคนิคระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์และปัจจัยทำนายความรุนแรงการเกิดอุบัติภัยจราจรบนท้องถนนในจังหวัดระยอง (รายงานการวิจัย). คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
นครคำ แสงจันทร์ และขนิษฐา นันทบุตร. (2557). การประเมินปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดอุบัติเหตุจราจรตามถนน ณ เมืองไกสอนพมวิหาร แขวงสะหวันนะเขต ส.ป.ป. ลาว. วารสารสมาคมพยาบาลฯ สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. ปีที่ 29, ฉบับที่ 2, หน้า 70-77
ยุทธนา วรุณปิติกุล. (2548). เส้นทางอุบัติ-แห่งอุบัติเหตุ. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ
ยุทธนา วรุณปิติกุล และสุพิตรา เริงจิต. (2550). รถจักรยานยนต์กับนโยบายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการเดินทางที่ปลอดภัย. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ
วาสนา สายเสมา. (2548). พฤติกรรมป้องกันอุบัติเหตุในการขับขี่จักรยานยนต์รับจ้างในอำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม. ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยาชุมชน มหาวิทยาลัยศิลปากร
ศรีเรือน แก้วกังวาล. (2538). จิตวิทยาพัฒนาการชีวิตทุกช่วงวัย. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ เพื่อสร้างความปลอดภัยบนท้องถนน. (2563). ข้อมูลสถิติการรับแจ้งเหตุในระดับจังหวัด. เข้าถึงเมื่อ (25 มกราคม 2563). เข้าถึงได้จาก (http://rvpreport.rvpeservice.com/viewrsc.aspx?report=0486&session=16)
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย. (2560). โครงการประเมินมาตรการความปลอดภัยทางถนน กรณีเส้นทางท่าเรือวัดบันได - โรงปูนท่าหลวง และเส้นทางถนนมิตรภาพ - โรงปูนแก่งคอย. กรุงเทพฯ: มูลนิธิสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย
สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย. (2562). จำนวนประชากรจังหวัดเชียงใหม่ ณ 31 ธันวาคม 2561. เข้าถึงเมื่อ (25 มกราคม 2563). เข้าถึงได้จาก (https://www.chiangmaihealth.go.th/cmpho_web/detail_article2.php?info_id=671)
เสาวลักษณ์ คัชมาตย์. (2540). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเกิดอุบัติเหตุของพนักงานขับรถโดยสารประจำทางเขตการเดินรถที่ 4 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (รายงานการวิจัย). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยมหิดล
อดิศักดิ์ พงษ์พูลผลศักดิ์, ธวัชชัย เหล่าศิริหงษ์ทอง, และกวี เกื้อเกษมบุญ. (2547). การศึกษาองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกับการเกิดอุบัติเหตุจราจรทางถนน. วารสารวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี. ปีที่ 27, ฉบับที่ 3, หน้า 333-355
Beckett, C. and Taylor, H. (2010). Human Growth and Development. 2nd Edition. London: SAGE
Berger, K. S. (2008). The Developing Person Through the Life Span. 7th Edition. New York: Worth
Harvey, C., Jenkins, D., and Sumner, R. (1975). Driver Error Supplementary Report. Transport and Road Research Laboratory, Crowthorne
Krejcie, R. V. and Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research Activities. Educational and Psychological Measurement. Vol. 30, No. 3, pp. 607-610
Lund, A. and Brian, N. (1986). Perceived Risks and Driving Behavior. Accident Analysis and Prevention. Vol. 3, pp. 67-70
Papalia, D. E. and Olds, S. W. (1995). Human Development. 6th edition. Newyork: McGraw-Hill
Sawyer, S. M., Azzopardi P. S., and Wickremarathne, D. (2018). The Age of Adolescence. Lancet Child & Adolescent Health. Vol. 2, Issue 3, pp. 223-228
The State Adolescent Health Resource Center. (2017). Understanding Adolescence. Konopka Institute, University of Minnesota
World Health Organization. (2018). The Global Status Report on Road Safety 2018. Access (24 March 2020). Available (https://www.who.int/violence_injury_prevention/road_safety_status/2018/en/)