การพัฒนานวัตกรรมแอปพลิเคชันและกลไกขับเคลื่อนเครือข่ายวิทยาศาสตร์ภาคพลเมืองโดยบูรณาการกับหลักพุทธนิเวศวิทยา เพื่อการจัดการปัญหาไฟป่าและหมอกควันในชุมชน พื้นที่เสี่ยงในจังหวัดเชียงใหม่

Main Article Content

พระมหาวีรศักดิ์ สุรเมธี
พระมหาสกุล มหาวีโร
อุเทน ลาพิงค์
รัตติกร ชาญชำนิ

บทคัดย่อ

บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนานวัตกรรมแอปพลิเคชันสำหรับการสื่อสาร 2) เพื่อศึกษาการจัดการปัญหาไฟป่าหมอกควันและพัฒนากลไกขับเคลื่อนเครือข่ายวิทยาศาสตร์ภาคพลเมืองโดยบูรณาการกับหลักพุทธนิเวศวิทยา 3) เพื่อขับเคลื่อนการจัดการปัญหาไฟป่าและหมอกควัน กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ 1) กลุ่มประชาชนในพื้นที่ จำนวน 300 คน และ   2) กลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 25 คน เครื่องมือที่ใช้คือ แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์และการสนทนากลุ่ม ใช้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหาแล้วเขียนบรรยายเชิงพรรณนา


ผลการวิจัยพบว่า 1) การพัฒนานวัตกรรมแอปพลิเคชัน SAVE เป็นแอปพลิเคชันที่เกิดการพัฒนาจากผลการศึกษาวิจัยในครั้งนี้ โดยใช้โปรแกรม Glide App  เป็นเครื่องมือที่เน้นการติดต่อและสื่อสารข้อมูลระหว่างหน่วยงานกับประชาชน เนื้อหาแอปพลิเคชัน ประกอบด้วยข้อมูลสถานการณ์ปัจจุบัน การแจ้งเตือน ฐานข้อมูลทรัพยากร และแหล่งข้อมูล 2) การพัฒนากลไกขับเคลื่อนเครือข่ายวิทยาศาสตร์ภาคพลเมืองควรเน้นกระบวนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับนักวิชาการ พัฒนาศักยภาพองค์กรและภาคีเครือข่ายภาคประชาชน รู้จักใช้ข้อมูลเพื่อการสื่อสารและการเรียนรู้ร่วมกัน ส่วนการบูรณาการหลักพุทธนิเวศวิทยาควรส่งเสริมการเรียนรู้การพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน และรณรงค์สร้างจิตสำนึกตามหลักศาสนาให้รู้จักคุณค่าของสิ่งแวดล้อม และ 3) การขับเคลื่อนการจัดการปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ในระดับต้นน้ำเน้นสร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของชุมชนผ่านกิจกรรมการบวชป่าและการสืบชะตาป่า ในระดับกลางน้ำเน้นเฝ้าระวังดูแลเพื่อป้องกันไฟป่าและหมอกควันโดยการทำแนวกันไฟ ในระดับปลายน้ำเน้นสร้างพื้นที่ให้อุดมสมบูรณ์และระบบเตือนภัย โดยการสร้างแหล่งน้ำขนาดใหญ่และการใช้ระบบสัญญาณตรวจจับความร้อน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สุรเมธี พ., มหาวีโร พ., ลาพิงค์ อ., & ชาญชำนิ ร. (2026). การพัฒนานวัตกรรมแอปพลิเคชันและกลไกขับเคลื่อนเครือข่ายวิทยาศาสตร์ภาคพลเมืองโดยบูรณาการกับหลักพุทธนิเวศวิทยา เพื่อการจัดการปัญหาไฟป่าและหมอกควันในชุมชน พื้นที่เสี่ยงในจังหวัดเชียงใหม่. วารสารวิชาการวิทยาลัยบริหารศาสตร์, 9(1), 26–45. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/SASAJ/article/view/278276
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กรมควบคุมมลพิษ. (2567). รายงานประจำปี 2567 กรมควบคุมมลพิษ. กรุงเทพฯ: กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.

นันทวดี ปินปันคง, จักรภพ ธาตุสุวรรณ, เจษฎากร โนอินทร์, ลำปาง แสนจันทร์, ชาญณรงค์ ชัยสุวรรณ และ ปทุมรัตน์ ศรีพันธุ์. (2565). อิทธิพลของปัจจัยต่อพฤติกรรมการจัดการปัญหาหมอกควันของประชาชนในพื้นที่ชุมชน บ้านโฮ่งหลวง จังหวัดลำพูน. วารสารควบคุมโรค, 48(1), 62-70.

พระเมธีธรรมาภรณ์. (2554). ธรรมะและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ: มูลนิธิพุทธธรรม.

พระอักขราภิศุทธิ์ ลูนละวัน. (2563). การสร้างแอปพลิเคชัน “อุ่นใจจัง”เตือนภัยพิบัติทางธรรมชาติในภาคเหนือตอนบนของจังหวัดเชียงราย. วารสารธาตุพนมปริทรรศน์, 1(1), 91-96.

ศิริพร ปัญญาเสน, ชุติอร ชอบชื่น, พัฒนา นาคทอง, และ ชุมพล กาไวย์. (2566). ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนการจัดการปัญหาหมอกควันไฟป่า จังหวัดลำปาง. วารสารปราชญ์ประชาคม, 1(1), 84-95.

สายชล สง่าศรี, จีรศักดิ์ ปันลำ, และ สมจันท์ ศรีปรัชยานนท์. (2565). การจัดการปัญหาไฟป่าและหมอกควันตามหลักพุทธนิเวศวิทยาของหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้เกาะคา จังหวัดลำปาง. วารสารปัญญา, 29(1), 70-83.

อดิศร ภู่สาระ, และ สุมาลี สาดส่าง. (2567). การระดมทรัพยากร: การจัดการไฟป่าพื้นที่ดอยผาหม่น อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย. วารสารพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ วิทยาลัยพัฒนศาสตร์, 7(1), 1-16.

อัฏฐพร ฤทธิชาติ. (2563). การใช้แนวคิดวิทยาศาสตร์ภาคพลเมืองโดยองค์กรภาคประชาชนด้านสิ่งแวดล้อมด้วยการวิจัยอย่างมีส่วนร่วม: กรณีศึกษาเครือข่ายภาคประชาชน จังหวัดระยอง. วารสารพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ วิทยาลัยพัฒนาศาสตร์, 3(2), 80-112.

Kinchy, A. (2017). Citizen Science: Participatory Water Monitoring in the Marcellus Shale Fracking Boom. Science as Culture, 26(1), 88-110.

Sapbamrer, P., Assavannopakun, P. & Panumasvivat, J. (2024). Decadal Trends in Ambient Air Pollutants and Their Association with COPD and Lung Cancer in Upper Northern Thailand: 2013–2022. Toxics, 12(5), 2-12 Retrieved from https://www.mdpi.com/2305-6304/12/5/321.