การปรับเปลี่ยนมายาคติของผู้ต้องขังหญิงเพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำ
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสังเคราะห์ข้อมูลการกลับมากระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังหญิง เพื่อวิเคราะห์มายาคติของผู้ต้องขังหญิงที่เป็นสาเหตุทำให้กลับมากระทำผิดซ้ำ และนำเสนอแนวทางการปรับเปลี่ยนมายาคติของผู้ต้องขังหญิง เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้างกับกลุ่มผู้ให้ข้อมูล 33 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการพรรณนาความ
ผลการวิจัยพบว่า สาเหตุการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังหญิงมาจากปัญหากระแสหลัก 7 ด้าน คือ ด้านครอบครัว ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านปัจจัยส่วนบุคคล ด้านยาเสพติด ด้านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และด้านค่านิยมและความเชื่อ นอกจากนี้ยังพบว่า ความคิด ความเชื่อ ทัศนคติและค่านิยมของผู้ต้องขังหญิงที่ถูกถ่ายทอดผ่านการเรียนรู้ การบอกเล่า การโฆษณา โดยผู้ต้องขังหญิงเหล่านั้นรับเอามาเป็นประโยชน์ใช้สอยของตนอย่างแนบเนียนเป็นธรรมชาติและเชื่อว่าเป็นสิ่งถูกต้อง และสังคมส่วนใหญ่ก็เห็นว่าถูกต้องยึดถือว่าเป็นวัฒนธรรมที่ควรยึดถือและดำรงสภาพอยู่ต่อไปโดยปราศจากการตั้งคำถาม สิ่งนี้เรียกว่า “มายาคติ” ในการวิเคราะห์มายาคติของผู้ต้องขังหญิงที่เป็นสาเหตุทำให้กลับมากระทำผิดซ้ำพบวาทกรรม สัญญะ และมายาคติ ซึ่งเป็นองค์ประกอบและถือเป็นสาเหตุการกระทำผิดซ้ำอย่างแท้จริงของผู้ต้องขังหญิง โดยมีแนวทางการปรับเปลี่ยนมายาคติคือการพัฒนาหลักสูตรการฝึกอบรมเพื่อปรับเปลี่ยนมายาคติของผู้ต้องขังหญิงโดยเฉพาะ โดยกำหนดกรอบระยะเวลาการฝึกอบรมและติดตามผลยาวนานกว่าการฝึกอบรมทั่วไป เนื้อหาของหลักสูตรมุ่งเน้นการสร้างความเข้าใจในการจำแนกมายาคติและเหตุผลที่แท้จริง การเสริมพลังอำนาจให้กับผู้ต้องขังหญิง และการสร้างฉากทัศน์ในการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องเหมาะสมภายหลังพ้นโทษ
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
ลิขสิทธิ์
เอกสารอ้างอิง
กรมราชทัณฑ์. (2568). รายงานสถิติผู้ต้องราชทัณฑ์ทั่วประเทศ. สืบค้นจากhttp://www.correct.go.th/rt103pdf/report_table.php?date=2025-08-01&area=10&report=
จุฬารัตน์ รัฐพิทักษ์สันติ, และ ฐิติยา เพชรมุนี. (2564). ความกลัวต่อการตัดสินใจกระทำผิดซ้ำในคดียาเสพติดของผู้ต้องขังที่เคยกระทำผิดซ้ำ. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ นายเรืออากาศ, 9(1), 19-31.
ชลธิชา ชื่นอุระ, และ ยศวดี ทิพยมงคลคงอุดม. (2561). ผู้หญิงในโลกหลังกำแพง: รายงานผลการสำรวจข้อมูลผู้ต้องขังหญิงในประเทศไทย ปี 2561. กรุงเทพฯ: สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย.
ทัณฑสถานหญิงธนบุรี. (2565). สถิติผู้ต้องขัง. สืบค้นจาก http://www.correct.go.th/fdcthon/sathiti.html
พรกมล ยังดี, พชรพร ศรีสุวรรณ, ศิริรัตน์ ชูสกุลเกรียง, ศุภชัย ศุภลักษณ์นารี, และ อรทัย เขียวพุ่ม. (2568). ปัจจัยและแนวทางการป้องกันการกระทำผิดซ้ำในผู้ต้องขังคดียาเสพติด กรณีศึกษาจากเรือนจำกลางนครปฐมและเรือนจำกลางบางขวาง. วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการวิจัย, 9(1), 75-89.
ภูวดล ไชยอินทร์, และ ยศวดี ทิพยมงคงอุดม. (2566). ปัญหาและความท้าทายในการแก้ไขการกระทำความผิดซ้ำในประเทศไทย. วารสารกระบวนการยุติธรรม, 16(3), 133–154.
สุรภัทร พิไชยแพทย์, พรภิชา ธรรมวิเศษ, วิจิตรา อินธงชัย, กันยารัตน์ แก้วสว่าง, สุกัญญา โนนใหม่, และ กนกวรรณ สิมมาทอง. (2558). ปัจจัยที่ส่งผลให้ผู้ต้องขังหญิงกระทำผิดซ้ำ ในทางอาญาที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด กรณีศึกษา เรือนจำจังหวัดสระบุรี สังกัดกระทรวงยุติธรรม. ใน การประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 1 (น. 357–361). เชียงราย: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา.
อัตสาธน์ ผิวแก้ว, สุปรีชา ชํานาญพุฒิพร, และ กันตภณ หนูทองแก้ว. (2566). การป้องกันการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขังเรือนจำกลางนครศรีธรรมราช. วารสารนวัตกรรมการบริหารและการจัดการ, 11(2), 115-126.
Barthes, Roland. (1972). Mythologies. New York, NY: The Noonday Press.