การเปิดรับข่าวสารเพื่อการเรียนรู้ตามอัธยาศัย และการใช้ประโยชน์จากการเรียนรู้ของประชาชนในพื้นที่ชุมชนเมือง
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เป็นการวิจัยเชิงสำรวจ โดยมีวัตถุประสงค์ 1.เพื่อศึกษาการเปิดรับข่าวสารเพื่อการเรียนรู้ตามอัธยาศัยของประชาชนในพื้นที่ชุมชนเมือง 2.เพื่อศึกษาการใช้ประโยชน์จากการเรียนรู้ตามอัธยาศัยของประชาชนในพื้นที่ชุมชนเมือง 3.เพื่อศึกษาการเปิดรับข่าวสารเพื่อการเรียนรู้ตามอัธยาศัยมีความสัมพันธ์กับการใช้ประโยชน์จากการเรียนรู้ตามอัธยาศัยของประชาชนในพื้นที่ชุมชนเมือง โดยมีกลุ่มตัวอย่างในงานวิจัยคือประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 50 เขต เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือแบบสอบถามจำนวน 510 ชุด วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา (Descriptive Statistics) ใช้ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ยและนำเสนอข้อมูลโดยตารางแจกแจงความถี่ (Frequency) ของร้อยละ (Percentage) และค่าเฉลี่ย (Means) ทั้งวิเคราะห์ข้อมูลการวิจัยโดยใช้สถิติเชิงอนุมาน (Inference Statistics) ในการทดสอบสมมติฐาน ใช้การหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson’s Product Moment Correlation Coefficient)
ผลการวิจัยพบว่าผู้กลุ่มตัวอย่างเปิดรับข่าวสารตามวัตถุประสงค์เพื่อการเรียนรู้ตามอัธยาศัยในแต่ละด้านดังต่อไปนี้1.ด้านพัฒนาทักษะชีวิต โดยมีวัตถุประสงค์ในการเปิดรับสื่อเพื่อการจัดการกับความเครียด เพื่อความผ่อนคลาย สร้างความบันเทิง อยู่ในระดับมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย 3.90) 2.ด้านพัฒนาอาชีพ หรือใช้ในการทำงาน โดยมีวัตถุประสงค์ในการเปิดรับสื่อเพื่อนำมาใช้ในการทำงาน งานวิชาการ หรือเอกสารตามความสนใจมากที่สุด (ค่าเฉลี่ย 3.96) 3.ด้านพัฒนาสังคมและชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์ในการเปิดรับสื่อเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม(ค่าเฉลี่ย 3.99) 4. ประเภทเนื้อหาที่กลุ่มตัวอย่างชื่นชอบจากการเปิดรับสื่อมากที่สุดคือเนื้อหาประเภทให้ความบันเทิง เช่นคลิป วิดีโอต่างๆ(ค่าเฉลี่ย 4.07) 5. เหตุผลที่กลุ่มตัวอย่างอยากรับข่าวสารเพื่อการเรียนรู้ตามอัธยาศัยมากที่สุดคือสื่อมีเนื้อหาถูกต้อง ตรงรอบด้าน ตามความสนใจ(ค่าเฉลี่ย 3.98) สำหรับการใช้ประโยชน์จากการเปิดรับข่าวสารเพื่อการเรียนรู้ตามอัธยาศัยโดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ย(3.79) พบว่าการเปิดรับข่าวสารเพื่อการเรียนรู้ตามอัธยาศัยมีความสัมพันธ์กับการใช้ประโยชน์จากการเรียนรู้ตามอัธยาศัยของประชาชนในพื้นที่ชุมชนเมืองเป็นไปในทิศทางเดียวกันนั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 จึงเป็นไปตามสมมติฐาน และเป็นความสัมพันธ์กันในทางบวก
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กาญจนา แก้วเทพ. (2543). สื่อสารมวลชน:ทฤษฎีและแนวทางการศึกษา (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: ภาพพิมพ์.
กิติมา สุรสนธิ. (2541). ความรู้ทางการสื่อสาร. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ปรมะ สตะเวทิน.(2540). หลักนิเทศศาสตร์ (พิมพครั้งที่ 9). กรุงเทพฯ: ภาพพิมพ.
พัชนี เชยจรรยา เมตตา วิวัฒนานุกูล และถิรนันท์ อนวัชศิริวงศ์. (2538) แนวคิดหลักนิเทศศาสตร์. กรุงเทพฯ: ข้าวฟ่าง.
พิมพลอย รัตนมาศ (2554). นิสัยการเปิดรับสื่อ ความต้องการข่าวสารและพฤติกรรมการชมภาพยนตร์ของผู้ชมภาพยนตร์นอกกระแส. วิทยานิพนธ์ปริญญานิเทศศาสตรมหาบัณฑิต,. จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
พีระพงศ์ วีระวุฒิ. (2561). พฤติกรรมการเปิดรับสื่อและความพึงพอใจแอพพลิเคชัน Netflix ของผู้ใช้งาน Netflix ในประเทศไทย. วิทยานิพนธ์ปริญญานิเทศศาสตรมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.
ศศิภัทร อัมพวรรณ. (2556). พฤติกรรมการเปิดรับข่าวสารอย่างรู้เท่าทันสื่อของวัยรุ่นในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีปทุม.
สรวิชญ์ สหพิบูลย์ชัย. (2559). อิทธิพลของความฉลาดทางอารมณ์ ความสามารถในการเผชิญ และฟันฝ่าอุปสรรคที่มีต่อคุณลักษณะการเรียนรู้ด้วยการนำตนเองของนักศึกษาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยในกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สิทธา อุปนิกขิต. (2563). การแสวงหาข่าวสารและการใช้ประโยชน์ในการออมเงินของประชาชนในจังหวัดนนทบุรี (รายงานวิจัย). นนทบุรี: คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์.
หฤทัย จตุรวัฒนา. (2560). ผลของการจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบโรงเรียนตามแนวคิดการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐานที่มีต่อความสามารถในการคิดแก้ปัญหาของนักศึกษาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Atkin, Charles K. (1973). New Model for Mass Communication Research. New York: The Free Press.
Burnet, R., & Marshall, D.P. (2003). Web Theory. London: Routlege.
De fluer, Melvin L. (1989).Theories of Mass Communication. (5th ed). New York, Mckay
Joe cappo. (2003). The Future of Advertising: New Media, New Clients, New Consumers in the Post-televisions Age. Chicago, IL: Crain Communications /McGraw Hill.
Katz, E., Blumber, J. G., & Gurevitch, M. (1973). Utilization of mass communication by the individual. The Uses of Mass Communication. Beverly Hills: sage.
Klapper, .Joseph T. (1960). The Effect of Mass Communication. New York: Free Press.
McComb, M. E., & Becker. L. B. (1979). Using mass Communication Theory. New York: Prentice-Hall.
McQuail, D., & Windahl, S. (1981). Communication Models. New York: Longman.
Rogers, Everett M., & Svenning, L. (1969). Modernization among Peasants. New York: Holt, Rinehart and Winston.