การพัฒนาแบบวัดเชิงสถานการณ์เพื่อวัดสุขภาวะทางจิตของผู้สูงอายุไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาแบบวัดเชิงสถานการณ์เพื่อประเมินสุขภาวะทางจิต ของผู้สูงอายุไทยที่มีคุณภาพเที่ยงตรงและเชื่อถือได้ 2) เพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงโครงสร้าง ของแบบวัดเชิงสถานการณ์เพื่อวัดสุขภาวะทางจิตของผู้สูงอายุไทย ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ คนไทยเพศชายและหญิงที่มีอายุระหว่าง 60-85 ปี ใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน ได้จำนวนกลุ่มตัวอย่างผู้สูงอายุทั้งสิ้น 1,000 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบวัดเชิงสถานการณ์เพื่อวัดสุขภาวะทางจิตของผู้สูงอายุไทย การหาคุณภาพเครื่องมือ ดำเนินการโดยการหาความสอดคล้องของข้อคำถามแบบรายข้อ และวิเคราะห์ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ และวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน ด้วยโปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ Mplus
ผลการวิจัยพบว่า 1) การสร้างและพัฒนาแบบวัดเชิงสถานการณ์เพื่อวัดสุขภาวะทางจิต ของผู้สูงอายุไทย โดยการวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงสำรวจ ผลการวิจัย พบว่า แบบวัดเชิงสถานการณ์เพื่อประเมินสุขภาวะทางจิตของผู้สูงอายุไทยประกอบด้วยองค์ประกอบ 4 องค์ประกอบ คือ การมีสัมพันธภาพที่ดี อารมณ์เชิงบวก การมีหลักยึดเหนี่ยวทางใจ และการเห็นคุณค่าในตนเอง ซึ่งทุกองค์ประกอบมีค่าไอเกน มากกว่า 1.00 และสามารถอธิบายการประเมินสุขภาวะทางจิตของผู้สูงอายุไทยได้ร้อยละ 50.971 และ 2) การวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยันของแบบวัดเชิงสถานการณ์เพื่อประเมินสุขภาวะทางจิตของผู้สูงอายุไทย โมเดลการวัดมีความกลมกลืนกับข้อมูลเชิงประจักษ์ โดยมีค่าดัชนีความกลมกลืนของโมเดล ค่า χ2= 69.695 df = 59 χ2 / df = 1.18 p-value = 0.1608 CFI = 0.972 TLI = 0.956 RMSEA = 0.019 และ SRMR = 0.034
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2564). ทะเบียนโรงเรียนผู้สูงอายุปี 2564. สืบค้นจาก https://www.dop.go.th/ thai/service_information/1/14
กรมสุขภาพจิต. (2555). คู่มือความสุข 5 มิติสาหรับผู้สูงอายุ. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศ.
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. (2561). แนวทางการดูแลสังคมจิตใจของผู้สูงอายุเพื่อป้องกัน
ปัญหาสุขภาพจิต. กรุงเทพฯ: บียอนด์ พับลิชชิ่ง.
กัลยา วานิชย์บัญชา. (2557). การวิเคราะห์สมการ โครงสร้าง (SEM) ด้วย AMOS (พิมพ์ครั้งที่ 2).
กรุงเทพฯ: สามลดา.
คัคนางค์ มณีศรี. (2550). แบบวัดสุขภาวะทางจิต. คณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ดวงพร ภาคาหาญ.(2560).การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเห็นคุณค่าในตนเองกับระดับสุขภาพจิต
ของผู้สูงอายุ ในโรงเรียนผู้สูงอายุ เขตรับผิดชอบศูนย์สุขภาพชุมชนเขตเมือง รพ.แพร่ (ร่องซ้อ). วารสารโรงพยาบาลแพร่, 25(1),13-23.
พิชิต ฤทธิ์จรูญ.(2545) หลักการวัดและประเมินผลการศึกษา (พิมพครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: เฮาส ออฟ เคอรมิสท์.
มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.). (2564). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2563. นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล.
มูลนิธิสถาบันวิจัยและพัฒนาผู้สูงอายุไทย (มส.ผส.). (2565). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2564. นครปฐม: สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล.
วัลลภ รัฐฉัตรานนท์. (2556). วิธีและเทคนิคในการวิจัยทางรัฐศาสตร์. กรุงเทพฯ : เสมาธรรม.
สิน พันธุ์พินิจ. (2554). เทคนิคการวิจัยทางสังคมศาสตร์ (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ : วิทยพัฒน์
สุภมาส อังศุโชติ, สมถวิล วิจิตวรรณา, และรัชนีกูล ภิญโญภานุวัฒน์. (2552). สถิติวิเคราะห์สำหรับการวิจัยทางสังคมศาสตร์และพฤติกรรมการศาสตร์ เทคนิคการใช้โปรแกรม Lisrel. (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพฯ: เจริญดีมั่นคงการพิมพ์.
อรพินทร์ ชูชม, พรรณี บุญประกอบ, มนัส บุญประกอบ, อุษา ศรีจินดารัตน์, และสุชาดา สุธรรมรักษ์.(2563).การพัฒนาแบบวัดสุขภาวะทางจิตสาหรับผู้สูงอายุไทย. วารสารศรีนครินทรวิโรฒวิจัยและพัฒนา (สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์), 12(23), 112-124.
อุบลทิพย์ ไชยแสง และนิวัติ ไชยแสง. (2566). การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการเห็นคุณค่าในตนเอง แรงสนับสนุนทางสังคมกับสุขภาวะทางจิตของผู้สูงอายุกลุ่มติดบ้าน ในเขตอำเภอเมือง จังหวัด
ยะลา.วารสารวิชาการสาธารณสุขชุมชน, 9(1), 160-169.
เอมอร จังศิริพรปกรณ์. (2550). การวัดและประเมินผลการศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Adams, T., Bezner, J., & Steinhardt, M. (1997). The conceptualization and measurement of perceived wellness: Integrating balance across and within dimensions. American Journal of Health Promotion,11(3), 208-18.
Diener, E. (1984). Subjective well-being. Psychological Bulletin, 95(3), 542-575.
Hair, J.F., Black, W.C., Babin, B.J. & Anderson, R.E. (2010). Multivariate Data Analysis (7thed.).
Pearson: New York
Henderson, L. W., & Knight, T. (2012). Integrating the hedonic and eudaimonic perspectives to more wellbeing and pathways to wellbeing. International Journal of Wellbeing, 2(3), 196-221.
Ryan, R. M., & Deci, E. L. (2001). On happiness and human potentials: A review of research on hedonic and eudaimonic well-being. Annual Review of Psychology, 52, 141-166.
Ryff, C. D. (1989). Happiness Is Everything, or Is It? Explorations on the Meaning of Psychological Well-Being. Journal of Personality and Social Psychology, 57(6), 1069-1081
Ryff, C. D., & Keyes, C. L. M. (1995). The structure of psychological well-being revisited. Journal of Personality and Social Psychology, 69(4), 719-727.
Seligman, M. E. P. (2011). Flourish: A visionary new understanding of happiness and well-being. New York, NY: Atria Books.