ซาฟารี เจ๊ะเร๊ะ แรงจูงใจที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานร้านวัสดุก่อสร้างในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา

Main Article Content

ซาฟารี เจ๊ะเร๊ะ
พิเชษฐ์ พรหมใหม่

บทคัดย่อ

DOI: 10.14456/pnuhuso.2024.3


     การวิจัยเรื่องแรงจูงใจที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานร้านวัสดุก่อสร้างใน อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานร้านวัสดุก่อสร้างในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา 2) เปรียบเทียบประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานร้านวัสดุก่อสร้างในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และ 3) ศึกษาแรงจูงใจในการทำงานที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานร้านวัสดุก่อสร้างในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ พนักงานร้านวัสดุก่อสร้างจำนวน 44 คน และใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล สถิติสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล  ได้แก่ ค่าความถี่ ค่ารอยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และการวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ


        ผลการศึกษา พบว่า พนักงานร้านวัสดุก่อสร้างส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุระหว่าง 31-40 ปี การศึกษาระดับอนุปริญญา เป็นพนักงานขับรถและพนักงานส่งของ มีอายุงานระหว่าง 4-5 ปี และมีรายได้ ต่อเดือนระหว่าง 10,001-15,000 บาท พนักงานร้านวัสดุก่อสร้างมีความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพในการทำงานอยู่ในระดับมาก โดยพนักงานที่มีปัจจัยส่วนบุคคลด้านเพศ และตำแหน่งงานต่างกัน มีความคิดเห็นต่อประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมแตกต่างกัน นอกจากนี้ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่าแรงจูงใจในการทำงาน  ด้านนโยบายในการบริหารองค์กร และด้านความสำเร็จของงานส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานร้านวัสดุก่อสร้างในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เจ๊ะเร๊ะ ซ. ., & พรหมใหม่ พ. . (2024). ซาฟารี เจ๊ะเร๊ะ: แรงจูงใจที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานร้านวัสดุก่อสร้างในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ สาขามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 11(1), 41–57. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/pnuhuso/article/view/265330
ประเภทบทความ
บทความวิจัย

เอกสารอ้างอิง

กิตติชัย ลาภวุฒิโรจน์. (2558). ความสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการบริหารกับประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรเทศบาลเมืองวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยบูรพา]. https://digital_collect.lib.buu.ac.th/dcms/files/56930152.pdf

กฤษดา เชียรวัฒนสุข, รัชนี แก้วมณี, นีรนุช สายสุยา และสุภัสสรา กิริกา. (2561). แรงจูงใจที่มีอิทธิพลต่อผลการปฏิบัติงานของพนักงาน กรณีศึกษา บริษัท อายิโนะโมะโต๊ะเบทาโกรสเปเชียลตี้ฟู้ดส์ จํากัด. วารสารวิชาการตลาดและการจัดการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี, 5(2), 55-69.

จักรี ศรีจารุเมธีญาณ และสุรศักดิ์ อุดเมืองเพีย. (2563). แรงจูงใจในการทำงาน: ทฤษฎีและการประยุกต์ใช้.วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย วิทยาเขตอีสาน, 5(1), 425-436. https://so06. tci-thaijo.org/index.php/mcjou/article/view/240213/164267

ชัยวุฒิ เทโพธิ์ และพงษ์เสถียร เหลืองอลงกต (2563). ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของพนักงานในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา, 14(1), 251-265. https://so08.tci-thaijo.org/index.php/jhusocbru/article/view/ 1601/1241

ธัญญารัตน์ สาลิกา. (2566). ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของผู้ปฏิบัติงานด้านการเงินการคลัง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (รายงานวิจัย). มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ. https://research.rmutsb.ac.th/fullpaper/2566/research.rmutsb-99-20230531 105625944.pdf

ธีรวุฒิ เอกะกุล. (2543). ระเบียบวิธีวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์ และสังคมศาสตร์. สถาบันราชภัฎอุบลราชธานี.

ปภาอร งามสมชล และทรงวิทย์ เจริญกิจธนลาภ. (2565). แรงจูงใจที่มีผลต่อประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากร สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม. วารสารมหาจุฬาวิชาการ, 9(2), 218-231. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/JMA/article/view/258372/176569

ปัญญาภา อัคนิบุตร. (2565). แรงจูงใจทีมีผลต่อประสิทธิภาพในการทํางานของพนักงานบริษัทรัฐวิสาหกิจให้บริการด้านท่าอากาศยาน Generation Y [สารนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยมหิดล]. https://archive.cm.mahidol.ac.th/bitstream/123456789/4341/1/TP%20HOM.007%202565.pdf

ปิยวรรณ งามสง่า. (2564). การใช้อำนาจของผู้บริหารกับแรงจูงใจของครูในโรงเรียนสังกัดสำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศิลปากร]. http://ithesis-ir.su.ac.th/dspace/bitstream/123456789/3540/1/61252324.pdf

ปียนันท์ สวัสดิ์ศฤงคาร. (2562, 17 เมษายน). 2-Factor Theory (Frederick Her-berg). https://drpiyanan.com/2019/04/17/2-factor-theory-frederick-herzberg/

ปุณณวิช แก้วล้อม. (2560). การศึกษาปัจจัยส่วนบุคคล ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงแรงจูงใจในการทํางาน ที่มีผลต่อความผูกพันต่อองค์กร : กรณีศึกษาพนักงานสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่ง [การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ]. http://dspace.bu.ac.th/bitstream/123456789/3950/3/ punnawich_kaew.pdf

พัชญา แสงประสิทธิ์ และจันทนา แสนสุข. (2560). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานและประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ในเขตพื้นที่สำนักงานตรวจบัญชีสหกรณ์ที่ 1. วารสารการเมือง การบริหาร และกฎหมาย, 9(1), 189-209.

พีรญา ชื่นวงศ์. (2560). ประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของพนักงาน: กรณีศึกษาธุรกิจการขนส่งในจังหวัดเชียงราย. วารสารเศรษฐศาสตร์และกลยุทธ์การจัดการ, 4(2), 92-100. https://kuojs.lib.ku. ac.th/index.php/jems/article/view/1065/205

วิรัช สงวนวงศ์วาน. (2551). การจัดการและพฤติกรรมองค์การ. : เพียร์สัน เอ็ดดุเคชั่น อินโดไชน่า.

ศาสตร์ศิลป์ ทองแรง และกิติมา จึงสุวดี. (2558). ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของบุคลากรสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี. วารสาร มทร.อิสาน ฉบับมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์, 2(1), 67-83. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/RMUTI_SS/article/view/195928/136184

สมบัติ อาริยาศาล. (2561). แรงจูงใจในการปฏิบัติงานของบุคลากรในสถานศึกษา. Journal of Roi Kaensarn Academic, 3(2), 33-46. https://so02.tci-thaijo.org/index.php/JRKSA/article/view/246205/166341

อัครเดช ไม้จันทร์. (2560). ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานของพนักงานกลุ่มอุตสาหกรรมติดตั้งเครื่องจักร สายการผลิตในจังหวัดสงขลา [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์]. https://kb.psu.ac.th/psukb/bitstream/2016/11704/1/420087.pdf

Cronbach, L. J. (1970). Essentials of psychological testing (3rd ed.). Harper & Row.

Herzberg, F. (1991). The Motivation to work. John Wiley and Sons.

Herbert, H. G. (1972). The Management of Organization: A Systems and Human Resources Approach (12th ed.). Appletion-Century-Crofts.

Peterson, E. & Plowman, E.G. (1989). Business organization and management. Richard D. Irwin.