ตัวแบบการพัฒนาสมรรถนะทางการจัดการ สำหรับบุคลากรขององค์กรธุรกิจผลิตเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในประเทศไทย

ผู้แต่ง

  • สวนีย์ อ่อนสุวรรณ์

คำสำคัญ:

ตัวแบบการพัฒนาสมรรถนะ, การจัดการ, บุคลากร

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณและคุณภาพมีวัตถุ 1) เพื่อศึกษาระดับความสำคัญของปัจจัยที่นำไปสู่ การพัฒนาสมรรถนะทางการจัดการสำหรับบุคลากร 2) วิธีการพัฒนาสมรรถนะทางการจัดการบุคลากร 3) ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่นำไปสู่การพัฒนาสมรรถนะทางการจัดการสมรรถนะทางการจัดการ กับวิธีการพัฒนา สมรรถนะทางการจัดการบุคลากร 4) ตัวแบบการพัฒนาสมรรถนะทางการจัดการสำหรับบุคลากรขององค์กรธุรกิจผลิต เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในประเทศไทย แบบสอบถามเป็นเครื่องมือใช้ในการศึกษา สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลด้วย โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูปประกอบด้วยความถี่ ร้อยละ การจัดลำดับ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความสัมพันธ์เพียร์สัน และวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณด้วยระดับความเชื่อมั่น .05 ผลการวิจัยพบว่า 1. ผู้ตอบแบบสอบถามlส่วนใหญ่ร้อยละ 61.20 เป็นเพศชายจำนวน 256 คน ส่วนใหญ่อายุ 20-30 ปี จำนวน 216 คน คิดเป็นร้อยละ 51.70 ระดับการศึกษาพบว่าส่วนใหญ่มีการศึกษาระดับปริญญาตรี ร้อยละ 87.40 จ านวน 365 คน ประสบการณ์ทำงานรวมทุกองค์กร พบว่า ส่วนใหญ่ประสบการณ์ 1-10 ปี จำนวน 289 คน คิดเป็นร้อยละ 69.50 อายุงานในตำแหน่งปัจจุบัน ส่วนใหญ่มีอายุงาน 1-10 ปี จำนวน 409 คน คิดเป็นร้อยละ 97.70 2. ระดับความสำคัญของปัจจัยที่นำไปสู่การพัฒนาสมรรถนะทางการจัดการสำหรับบุคลากรภาพรวมเฉลี่ย และโดยรวมทุกด้านสำคัญมากที่สุด เมื่อพิจารณาลำดับความสำคัญจากค่าเฉลี่ย ลำดับแรกด้านการสร้างทีมและการทำงานเป็นทีม (gif.latex?\bar{X}= 4.45) การแก้ไขปัญหาและตัดสินใจ (gif.latex?\bar{X}= 4.44) การมุ่งเน้นลูกค้า (gif.latex?\bar{X}= 4.43) การบริหาร กระบวนการผลิตและการจัดการสินค้า (gif.latex?\bar{X}= 4.42) การพัฒนาบุคลากร (gif.latex?\bar{X}= 4.41) การเป็นผู้นำและการจัดการ ความเปลี่ยนแปลง (gif.latex?\bar{X}= 4.40)และการจัดการเชิงกลยุทธ์ ค่าเฉลี่ย (gif.latex?\bar{X}= 4.39) เรียงตามลำดับ 3. วิธีการพัฒนาสมรรถนะบุคลากรภาพรวมเฉลี่ยและทุกด้านระดับความสำคัญมากที่สุดเมื่อพิจารณาลำดับ ระดับความความสำคัญจากค่าเฉลี่ย ลำดับแรกด้านวิธีการฝึกอบรม (gif.latex?\bar{X}=4.53) ด้านวิธีการพัฒนา (gif.latex?\bar{X}=4.50) และด้านวิธีการให้การศึกษา (gif.latex?\bar{X}=4.32) เรียงตามลำดับ 4. ผลทดสอบสมมติฐาน ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่นำไปสู่การพัฒนาสมรรถนะทางการจัดการโดยรวมกับวิธีการพัฒนา สมรรถนะทางการจัดการบุคลากรขององค์กรธุรกิจในภาพรวมเฉลี่ย มีความสัมพันธ์ สูงกับโดยรวมด้านการจัดการ เชิงกลยุทธ์การมุ่งเน้นลูกค้า และการสร้างทีมและการทำงานเป็นทีมส่วนด้านอื่นมีความสัมพันธ์กันปานกลาง 5. ตัวแบบการพัฒนาสมรรถนะทางการจัดการสำหรับบุคลากร ขององค์กรธุรกิจผลิตเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ในประเทศไทย = .814 การจัดการเชิงกลยุทธ์ +.812 การพัฒนาบุคลากร +.771 การสร้างทีมและการท างานเป็นทีม +.679 การมุ่งเน้นลูกค้า +.641 การบริหารกระบวนการผลิตและจัดการสินค้าคงคลัง +.569 การเป็นผู้นำและการจัดการความเปลี่ยนแปลง +.507 การแก้ไขปัญหาและการตัดสินใจ

เอกสารอ้างอิง

1. เจณศจี ไพบูลยส์วัสดิ์. (2542). การศึกษาขีดความสามารถของหัวหน้าแผนก สังกัดค่ายพัฒนาทรัพยากรบุคคล กรณีศึกษา องค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย. วิทยานิพนธป์ริญญาพัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต. สถาบันบัณฑิตพฒันบริหารศาสตร์.
2. ฐานเศรษฐกิจ. (2559). ผุดเครื่องดื่มเบรนด์ไม่ “ไทยเท”. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก http://www.thansettakij.com/2016/08/16/85673
3. บุศยมาศ มารยาตร์. (2542). การประเมินขีดความสามารถในการปฏิบัติงานของนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ กรณีศึกษาการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย. วิทยานิพนธ์ปริญญาพัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
4. พะยอม วงศ์สารศรี. (2550). การบริหารทรัพยากรมนุษย์. (พิมพ์ครั้งที่ 6). กรุงเทพมหานคร : สถาบันราชภัฏสวนดุสิต.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-11-30

รูปแบบการอ้างอิง

อ่อนสุวรรณ์ ส. (2018). ตัวแบบการพัฒนาสมรรถนะทางการจัดการ สำหรับบุคลากรขององค์กรธุรกิจผลิตเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในประเทศไทย. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยปทุมธานี, 10(2), 47–58. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ptujournal/article/view/177244