ประสิทธิภาพในการบริหารการจัดเก็บภาษีของเทศบาลบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ
คำสำคัญ:
การจัดเก็บภาษี, ประสิทธิภาพในการบริหาร, เทศบาลตำบลบางเสาธงบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) ศึกษาระดับของปัจจัยการบริหารและประสิทธิภาพในการบริหารการจัดเก็บ ภาษีของเทศบาลต าบลบางเสาธงจังหวัดสมุทรปราการ และ 2) ศึกษาความสัมพันธ์ของปัจจัยการบริหารงานจัดเก็บภาษี ของเทศบาลตำบลบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ ประชากรคือ ประชาชนที่มีหน้าที่เสียภาษีทุกประเภทในเขตความรับผิดชอบของเทศบาลตำบลบางเสาธง จำนวน 2,367 คน ได้ขนาดกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 343 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถามชนิดมาตรประมาณค่า 5 ระดับชนิดตรวจสอบรายการ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานและการวิเคราะห์ถดถอย ผลการวิจัย พบว่า 1) ปัจจัยการบริหารการจัดเก็บภาษีของเทศบาลตำบลบางเสาธงจังหวัดสมุทรปราการ ในภาพรวมเห็นด้วยอยู่ในระดับมาก และประสิทธิภาพในการบริหารการจัดเก็บภาษีของเทศบาลตำบลบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ในภาพรวม มีประสิทธิภาพอยู่ในระดับมาก 2) ปัจจัยด้านโครงสร้างภาษีอากร ด้านบรรยากาศทีเอื้ออ านวยให้เสียภาษี ด้านประสิทธิภาพของพนักงานผู้จัดเก็บ และด้านลักษณะของกฎหมายภาษีอากร มีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพใน การบริหารการจัดเก็บภาษีของเทศบาล ตำบลบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
เอกสารอ้างอิง
2. เทศบาลตำบลบางเสาธง. ข้อมลูงบประมาณ (รายรับ-รายจ่าย). [ออนไลน์]. (2560, 31 มกราคม). เข้าถึงได้จาก http://www.bangsaothong.go.th/ data.php?menu_id=59
3. นปภสร สุวรรณมณี. (2552). ประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ขององค์การบริหารส่วนตำบลนาขา อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร. สารนิพนธ์ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา.
4. นันทวัฒน์ บรมานันท์. (2552). การปกครองส่วนท้องถิ่น. พิมพ์ครั้งที่ 5 แก้ไขเพิ่มเติม. กรุงเทพมหานคร : วิญญูชน.
5. ปิยธิดา โคกโพธิ์. (2555). ปัญหาการคลังท้องถิ่น ศึกษาเฉพาะกรณีเทศบาลตำบลนิคมคำสร้อย. วิทยานิพนธ์ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
6. โมรา บุญยผล. (2535). การเก็บภาษีอากรตามประมวลรัษฎากร. กรุงเทพมหานคร : ม.ป.พ.
7. ล้วน สายยศ และ อังคณา สายยศ. (2553). เทคนิคการวิจัยทางการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 11. กรุงเทพมหานคร : สุวีริยาสาส์น.
8. วรพิทย์ มีมาก. (2554). “การวิเคราะห์โครงสร้างการคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทย.” วารสารวิทยาการจัดการ. ปีที่ 28 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม - ธันวาคม 2554.
9. สำนักบริหารราชการส่วนท้องถิ่น กรมการปกครอง และสานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2543). คู่มือการฝึกอบรมด้านการเงินการคลังท้องถิ่น ตามโครงการพัฒนาประสิทธิภาพการบริหารงานการเงินการคลังท้องถิ่น ภายใต้มาตรการเพิ่มการใช้จ่ายภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ปี 2542. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์อาสารักษาดินแดน กรมการปกครอง.
10. Best, J.W. (1981). Research in education. New Jersey : Prentice-Hill.
11. Likert, R. (1932). “A technique for measurement of attitudes.” Archives of Psychology, 140, 5- 55.
12. Yamane, Taro. (1973). Statistics: An Introductory Analysis. 3rd ed. New York: Harper &Row Publisher.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยปทุมธานี
ข้อความที่ปรากฎในบทความแต่ละเรื่อง เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว