การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการบริหารงานขององค์กร กรณีศึกษา: พนักงานในนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ จังหวัดปทมุธานี
คำสำคัญ:
การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ, การบริหารงานขององค์กรบทคัดย่อ
การนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการบริหารงานขององค์กร กรณีศึกษา : พนักงานในนิคมอุตสาหกรรม ขนาดใหญ่ จังหวัดปทุมธานี วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการบริหารงานขององค์กร กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ กลุ่มพนักที่เป็นพนักงานในนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ จังหวัดปทุมธานี จำนวน 400 คน โดยเลือกสุ่มจากพนักงานจากตำแหน่งงานในนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ จังหวัดปทุมธานี และทำการเก็บ รวบรวมข้อมูลและประมวลผลข้อมูลด้วยคอมพิวเตอร์ โปรแกรมสำเร็จรูป สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) การเปรียบเทียบด้วย t-test, Ftest และเปรียบเทียบรายคู่ โดยวิธีของเชฟเฟ (Scheffe’s method) โดยท าการทดสอบความมีนัยส าคัญทางสถิติที่ ระดับ .05 ผลการศึกษา พบว่า 1. ข้อมูลสถานภาพส่วนบุคคล ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุระหว่าง 31-40 ปี ส่วนใหญ่ จบการศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญาตรี มีประสบการณ์มากกว่า 2-5 ปี ขึ้นไป เมื่อจำแนกตามตำแหน่งงาน พนักงานส่วนใหญ่เป็นผู้จัดการ สังกัดงานในสายปฏิบัติการ ส่วนใหญ่ปฏิบัติงานประเภทอุตสาหกรรมอาหาร 2. ผลการวิเคราะห์ความต้องการในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของบุคลากร พบว่า ความต้องการในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการบริหารงานขององค์กร ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านทั้งหมด 6 ด้าน คือ ด้านฮาร์ดแวร์ ด้านซอฟต์แวร์ ด้านข้อมูล ด้านเครือข่ายและการสื่อสาร ด้านบุคลากร และด้านคู่มือ ปฏิบัติงาน 3. ผลการเปรียบเทียบความต้องการในการน าเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ จ าแนกตามคุณลักษณะส่วนบคุคล พบว่า คุณลักษณะส่วนบุคคลแตกต่างกัน มีความต้องการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการบริหารงานขององค์กร ได้แก่ ด้านฮาร์ดแวร์ ด้านซอฟต์แวร์ ด้านเครือข่ายและการสื่อสาร ด้านคู่มือปฏิบัติงานแตกต่างกัน อย่างมีนัยส าคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05 ดังนั้นเมื่อมีความแตกต่างกัน จึงทำการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยรายคู่ของกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่จำแนกตามระดับ การศึกษา ประสบการณ์ในการทำงาน ตำแหน่งงาน สังกัดงาน และประเภทอุตสาหกรรมที่ปฏิบัติงาน พบว่า มีความ แตกต่างเล็กน้อยแฝงอยู่ในระหว่างกลุ่มหลาย ๆ ด้าน ในภาพรวมของพนักงานในนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ จังหวัดปทุมธานี จึงทำให้เกิดผลแตกต่างขึ้นผสมผสานตามสถานการณ์ที่ปรากฏ
เอกสารอ้างอิง
2. ครรชิต มาลัยวงศ์. (2540). ไมโครคอมพิวเตอร์. กรุงเทพมหานคร : ซีเอ็ดยูเคชั่น.
3. ณัฏฐพันธ์ เขจรนันทน์ และ ไพบูลย์ เกียรติโกมล. (2545). ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ Management Information System. กรุงเทพมหานคร : ศ.เอเชียเพรส (1999).
4. ประสิทธิ์ ทีฆพุฒิ และครรชิต มาลัยวงศ์. (2549). การจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ. กรุงเทพมหานคร : ดอกหญ้า กรุ๊ป.
5. วาสนา เปล่งสมบัติ. (2542). ความต้องการการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศของนักเรียนตาบอดในประเทศไทย. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาบรรณารักษศาสตร์และสารนิเทศศาสตร์. มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
ุ6. สถาบันราชภัฏสวนดุสิต. (2542). เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อชีวิต. กรุงเทพมหานคร : เฮิร์ดเวฟเอ็ดดูเคชั่น.
7. สมเกียรติ กอบัวแก้ว. (2546). “ความต้องการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ.” วารสารวิชาการ คณะเทคโนโลยีอุตสาหกรรม. 5 (5).
8. Scheffe, H. (1959). The analysis of variance. New york: John Wiley & Sons.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยปทุมธานี
ข้อความที่ปรากฎในบทความแต่ละเรื่อง เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว