การประเมินประสิทธิผลการบริหารความเสี่ยงแบบ COSO ERM กรณีศึกษา กระบวนการพิจารณาสินเชื่อ สำนักงานธุรกิจขนาดย่อมของธนาคารพาณิชย์ไทย
คำสำคัญ:
การประเมินประสิทธิผลการบริหารความเสี่ยงแบบ COSO ERMบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาแนวคิดการบริหารความเสี่ยงตามแนว COSO ERM ในกระบวนการพิจารณาสินเชื่อ สำนักงานธุรกิจขนาดย่อมของธนาคารพาณิชย์ไทย 2) เพื่อศึกษาการวิเคราะห์ประสิทธิผลการบริหารความเสี่ยงในกระบวนการพิจารณาสินเชื่อ
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้มี 2 กลุ่ม กลุ่มแรก คือกลุ่มบุคลากรระดับผู้บริหารหรือผู้จัดการ และกลุ่มที่สอง คือบุคลากรระดับเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการที่ปฏิบัติงานโดยแต่ละกลุ่มมาจากประชากรทั้งหมด 400 คน กลุ่มแรก ได้รับกลุ่มตัวอย่าง 50 คน คิดเป็นร้อยละ 12.50 ของประชากรทั้งหมด และกลุ่มตัวอย่างที่สอง คิดเป็นร้อยละ 50.00 ของประชากรทั้งหมดได้มา จากการสุ่มแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิจัยคือ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)
ผลการศึกษา พบว่าธนาคารมีระดับการบริหารความเสี่ยงในกระบวนการพิจารณาสินเชื่อในเกณฑ์ที่ดี และสอดคล้องกับหลักการบริหารความเสี่ยงตามองค์ประกอบของ COSO ERM ทั้ง 8 หัวข้อ คือ การบริหารความเสี่ยงด้านสภาพแวดล้อมภายใน ด้านการกำหนดวัตถุประสงค์ ด้านการระบุความเสี่ยง ด้านการประเมินความเสี่ยง ด้านการตอบสนองความเสี่ยง ด้านการควบคุม ด้านข้อมูลสารสนเทศและการสื่อสาร และด้านการติดตามผล แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการพิจารณาสินเชื่ออย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การให้สินเชื่อธุรกิจขนาดย่อมไม่ก่อให้เกิดหนี้สูญและการได้รับส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นกระจายอำนาจ เพื่อแก้ไขปัญหาและสนองตอบความต้องการของภาคธุรกิจขนาดย่อม อันจะส่งผลให้การพัฒนาคุณภาพชองกระบวนการพิจารณาสินเชื่อ จะเห็นได้ว่าธนาคารพาณิชย์ เป็นองค์กรที่มีความใกล้ชิดกับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศมากที่สุด บทบาทและภารกิจของธนาคารพาณิชย์ จึงเป็นบทบาทที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน ดังนั้นกระบวนการพิจารณาสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีกลไกการพิจารณาสินเชื่อธุรกิจขนาดย่อมที่โปร่งใส ซื่อตรง เป็นธรรม มีประสิทธิภาพประสิทธิผล และการติดตามผล ตรวจสอบการอนุมัติสินเชื่อแต่ละราย ทั้งนี้หากธนาคารมีกระบวนพิจารณาสินเชื่อธุรกิจขนาดย่อมโดยยึดถือตามหลักการประเมินประสิทธิผลการบริหารความเสี่ยง แบบ COSO ERM อย่างเคร่งครัดแล้ว ถือได้ว่าเป็นกระบวนการพิจารณาสินเชื่อธุรกิจขนาดย่อมมิติใหม่ที๋จะทำให้ภาคธุรกิจขนาดย่อมสามารถดำรงอยู่ร่วมกันได้ทั้งผู้ให้สินเชื่อและผู้ขอสินเชื่ออย่างไรก็ดี ยังมีจุดอ่อนในเรื่องการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงาน การที่ผู้บริหารให้คำปรึกษากับพนักงานอย่างใกล้ชิดและมีการติดตามงานสม่ำเสมอ การทดสอบพนักงานเกี่ยวกับทักษะ ความรู้ความสามารถที่จำเป็นในหน้าที่การงานที่พนักงานรับผิดชอบว่ามีความเหมาะสมกับการปฏิบัติงานอยู่เสมอ คณะกรรมการบริหาร มีความรับผิดชอบต่อการกำหนดนโยบายด้านสินเชื่อ หลักการ ปรัชญาและวิธีการบริหารความเสี่ยง เป็นลายลักษณ์อักษร ผู้บริหารมีการปรึกษาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างสม่ำเสมอมีการจัดทำ Job Description Job Specification ครอบคลุมทุกตำแหน่งงานของพนักงานทุกระดับ การกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบของงานแต่ละตำแหน่งอย่างชัดเจน เป็นลายลักษณ์อักษร และสื่อสารหรือชี้แจงให้พนักงานได้ทราบและเข้าใจ พนักงานสามารถปฏิบัติงานตรงกับความรู้ความสามารถ และทักษะ อย่างเหมาะสม นโยบายและกระบวนการด้านบุคลากร สนับสนุนให้พนักงานมีความมุ่งมั่นต่อการใช้ความรู้ ความสามารถอย่างอย่างเต็มที่ในการปฏิบัติงาน การเผยแพร่และชี้แจงเป้าหมายการดำเนินการขององค์กรให้พนักงานทุกระดับทราบและเข้าใจตรงกัน โดยผู้บริหารควรจัดให้มีการสื่อสาร ชี้แจงให้พนักงานได้ตระหนักถึงความสำคัญและเข้าใจกฎจริยธรรมและวิธีการบริหารความเสี่ยงสินเชื่ออย่างสม่ำเสมอ ฝ่ายตรวจสอบและกำกับ ควรวางแผนการสอบทานสินเชื่อ เพื่อควบคุม และติดตามการปฏิบัติงานด้านสินเชื่ออย่างเคร่งครัด เพื่อให้มั่นใจได้ว่าธนาคารจะสามารถ ดำเนินงานได้บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้
เอกสารอ้างอิง
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
ชาติศิริ โสภณพนิช. (2557). ข่าวสารธนาคารกรุงเทพ. วารสารสนเทศ. สืบค้นจาก https://www.bangkokbank.com
พิชญาณ์ อัครพงศ์โสภณนิช. (2558). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลือกใช้บริการธนาคารไทยพาณิชย์
จำกัด (มหาชน) ของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร.
Charles T. Z. (1998). Financial Accounting. New Jersey: Prentice-Hall.
Eugene F. Brigham and Joel F. Houston. (2001). Fundamentals of Financial of
Financial Management. New Yoke: The Dryden Press. Harrison, Walter T., &
Horngren.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยปทุมธานี
ข้อความที่ปรากฎในบทความแต่ละเรื่อง เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว