การพัฒนาระบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกัน โดยใช้เครื่องมอืทางปัญญา เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิด วิเคราะห์การวิจัยการตลาด สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี

ผู้แต่ง

  • ดรุณี ปัญจรัตนากร นิสิตปริญญาเอก สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • รองศาสตราจารย์ ดร.ดิเรก ธีระภูธร อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีการศึกษา มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • รองศาสตราจารย์ ดร.อรจรีย์ ณ ตะกั่วทุ่ง อาจารย์ประจำ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต

คำสำคัญ:

การเรียนแบบผสมผสาน, การเรียนรู้ร่วมกัน, การคิดวิเคราะห์

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกัน โดยใช้เครื่องมือทางปัญญา เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิดวิเคราะห์การวิจัยการตลาด สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี การวิจัยแบ่งออกเป็น 2 ระยะ คือ 1) การสร้างระบบ และ 2) การศึกษาผลการใช้ระบบ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี คณะ บริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยราชพฤกษ์ ที่ลงทะเบียนเรียนรายวิชาการวิจัยการตลาด ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2559 จำนวน 20 คน เรียนโดยใช้ระบบการเรียนแบบผสมผสานที่พัฒนาขึ้นเป็น ระยะเวลา 14 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ ระบบบริหารจัดการเรียนการสอน (LMS) แบบ ประเมินความสามารถในการคิดวิเคราะห์ แบบประเมินการเรียนรู้ร่วมกันโดยใช้เครื่องมือทางปัญญาที่ สะท้อนถึงความสามารถในการคิดวิเคราะห์ แบบประเมินคุณภาพรายงานการวิจัยการตลาด และ แบบสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อระบบฯ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบค่าที (t-test Dependent) ผลการวิจัยพบว่า 1. ระบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันโดยใช้เครื่องมือทางปัญญา เพื่อส่งเสริม ความสามารถในการคิดวิเคราะห์การวิจัยการตลาด สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี ประกอบด้วย 4 องค์ประกอบหลัก คือ 1) ปัจจัยนำเข้า ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบย่อย ได้แก่ 1.1) ผู้สอน 1.2) ผู้เรียน 1.3) เนื้อหา 1.4) วิธีการจัดการเรียน 1.5) สื่อการเรียนการสอน และ 1.6) การประเมินผล 2) กระบวนการ 3) ผลผลิต และ 4) ข้อมูลป้อนกลับ ขั้นตอนของระบบมี 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1) ขั้นเตรียม ความพร้อม 2) ขั้นการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และ 3) ขั้นประเมินผลการเรียน การจัดกิจกรรมการ เรียนรู้ ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1) การเสนอหัวเรื่องที่ต้องการศึกษาและการจัดกลุ่มผู้เรียน 2) การประชุมวางแผนสร้างข้อตกลงร่วมกัน 3) การดำเนินการสร้างชิ้นงาน ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ 3.1) ก าหนดสิ่งที่ต้องการวิเคราะห์ 3.2) ก าหนดปัญหาหรือวัตถุประสงค์เชื่อมโยงกับสิ่งที่ต้องการวิเคราะห์ 3.3) ก าหนดหลักการหรือกฎเกณฑ์ 3.4) แยกแยะข้อมูลตามเกณฑ์ที่กำหนด และ 3.5) อภิปรายและสรุปคำตอบภายในกลุ่ม 4) การนำเสนอโครงการ และ 5) การอภิปรายและ สรุปผล 2. นักศึกษาที่เรียนตามระบบการเรียนการสอนที่พัฒนาขึ้นมีคะแนนความสามารถในการคิด วิเคราะห์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และนักศึกษามีความคิดเห็นต่อระบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันโดยใช้เครื่องมือทางปัญญาฯ ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก

เอกสารอ้างอิง

1. ณัฐกร สงคราม. (2553). การพัฒนารูปแบบการเรียนที่ใช้ปัญหาเป็นหลักด้วยเครื่องมือทางปัญญาแบบไฮเพอร์มีเดีย เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการแก้ปัญหาของนิสิต นักศึกษาสาขาเกษตรศาสตร์ ระดับปริญญาตรี. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
2. ปณิตา วรรณพิรุณ และ วีระ สุภะ. (2555). รูปแบบการเรียนรู้ร่วมกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์เพื่อสนับสนุนการเรียนด้วยโครงงานนิเทศศาสตร์สาหรับนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา. [ออนไลน์ ]. เข้าถึงเมื่อ 30 มีนาคม 2555, จาก http://www.slideshare.net/drpanita/nec2012-panita-wera-ppt
3. ประพรรธน์ พละชีวะ . (2550). การนำเสนอรูปแบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ ร่วมกันในโครงการวิทยาศาสตร์สำหรับการฝึกแก้ปัญหาของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต จฬุาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
4. พันธ์ศักดิ์ พลสารัมย์. (2558). การปฏิรูปการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษา. [ออนไลน์]. เข้าถึงเมื่อ 8 พฤศจิกายน 2558, จาก http://www.edu.chula.ac.th/eduinfo/ed_resch/pansak.pdf พิริยกานต์ วงศป์ระสิทธิ์. (2555). การพัฒนากรอบการท างานส าหรับการแนะน าวิธีการ แก้ปัญหาในรูปของโปรแกรมประยุกต์บนเว็บโดยใช้แผนความคิด. [ออนไลน์]. เข้าถึง เมื่อ 8 เมษายน 2558, จาก http://tdc. thailis.or.th
5. วิวรรธน์ จันทร์เทพย์. (2553). การพัฒนารูปแบบการเรียนรู้แบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม เพื่อพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์. วิจัยสถาบัน. มหาวิทยาลัยราชภัฏจอมบึง.
6. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545. กรุงเทพมหานคร: พริกหวานกราฟฟิก.
7. ไสว ฟักขาว. (2542). การจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง. กรุงเทพฯ: เอมพันธ์.
8. Johnson, D.W. and Johnson, E.P. (1986). “Action research: Cooperative learning in the science classroom”. Science and Children. 24: 31-32

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2018-05-31

รูปแบบการอ้างอิง

ปัญจรัตนากร ด., ธีระภูธร ร. ด., & ณ ตะกั่วทุ่ง ร. ด. (2018). การพัฒนาระบบการเรียนแบบผสมผสานด้วยการเรียนรู้ร่วมกัน โดยใช้เครื่องมอืทางปัญญา เพื่อส่งเสริมความสามารถในการคิด วิเคราะห์การวิจัยการตลาด สำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรี. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยปทุมธานี, 10(1), 66–74. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ptujournal/article/view/179523