ปัจจัยที่มีผลต่อการยอมรับโปรแกรมประยุกต์ระบบบบธุรกรรมการเงินบนสมาร์ทโฟน กรณีศึกษา : ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล
คำสำคัญ:
โปรแกรมประยุกต์, ธุรกรรมการเงิน, ซอฟแวร์แอปพลิเคชั่นบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการยอมรับโปรแกรมประยุกต์ ระบบธุรกรรมการเงินบนสมาร์ทโฟน กรณีศึกษา : ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ประชากรที่ใช้งานโปรแกรมประยุกต์ระบบธุรกรรมทางการเงินบนสมาร์ทโฟน จำนวน 400 คน ที่ได้จากการสุ่มตัวอย่าง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บ รวบรวมข้อมูล คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ สถิติเชิงพรรณนาใช้ในการ แจกแจงความถี่ หาค่าร้อยละ และค่าเฉลี่ย และสถิติเชิงอนุมานใช้วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อทดสอบสมมติฐานโดยใช้ Independent Samples t-test, ANOVA และ Pearson Correlation ผลการวิเคราะห์ข้อมูลประชากรศาสตร์ คือ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีอายุ ระหว่าง 46-55 ปี การศึกษาส่วนใหญ่ระดับปริญญาตรี สถานภาพส่วนใหญ่สมรส รายได้ ส่วนใหญ่ มากกว่า 50,000 บาท ประกอบอาชีพส่วนใหญ่ธุรกิจส่วนตัว ระบบสมาร์ทโฟนใช้งาน ส่วนใหญ่ IOS ส่วนใหญ่เลือกใช้งานบริการธนาคารกสิกรไทย ส่วนใหญ่ใช้งานบ่อย 3-5 ครั้งต่อเดือน และใช้งานบริการส่วนใหญ่ การดูยอดเงินคงเหลือ/ความเคลื่อนไหวทางบัญชี รองลงมาคือ โอนเงิน จากการศึกษาพบว่า ปัจจัยที่ส่งผลต่อปัจจัยการต่อความตั้งใจใช้จนเกิดเป็นการยอมรับ ดังนี้ ปัจจัยด้านบรรทัดฐานของบุคคลที่อยู่โดยรอบการแสดงพฤติกรรมส่งผลน้อยต่อธนาคารไทยพาณิชย์ ปัจจัยด้านทัศนคติส่งผลน้อยต่อธนาคารกสิกรไทย ดังนั้น ปัจจัยด้านความไว้วางใจที่ส่งผลต่อทั้งสองธนาคารมาก ควรส่งเสริมหรือแก้ไขและจะมีผลเร็ว ส่งผลต่อมากต่อปัจจัยด้าน ความตั้งใจใช้งาน
เอกสารอ้างอิง
2. Cheong, J. H., Park, M-C. (2005). “Mobile Internet Acceptance In Korea”. Internet Research. 15(2):125-140
3. Heijden, H. V. D. (2004). “User Acceptance of Hedonic Information Systems”. MIS Quartery. 28(4):695-704.
4. Lee, Y., Kozar, K. A., & Larsen, K. R. T. (2003). “The technology acceptance model: Past,present, and future”. Communications of the Association for Information Systems. 12(50): 752–780.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยปทุมธานี
ข้อความที่ปรากฎในบทความแต่ละเรื่อง เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว