องค์กรแห่งการเรียนรู้เพื่อรองรับประชาคมอาเซียน ของมหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตสระแก้ว
คำสำคัญ:
องค์กรแห่งการเรียนรู้, การเข้าสู่ประชาคมอาเซียนบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการพัฒนาเป็นองค์กรแห่ง การเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยบูรพา วิทยาเขตสระแก้ว ศึกษาผลลัพธ์ที่ได้จากการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ และเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้ที่เหมาะสม พร้อมรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน วิธีการวิจัยเป็นแบบผสมผสานระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณและการวิจัยเชิงคุณภาพ สำหรับการวิจัยเชิงปริมาณใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือในการวิจัย ประชากรที่ใช้คือ กลุ่มบุคลากร แบบสอบถาม จำนวน 72 ชุด และกลุ่มนิสิต จำนวน 300 ชุด สถิติที่ใช้ในการศึกษา ประกอบด้วย ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าสหสัมพันธ์ (Correlation) ผลการศึกษาพบว่าปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ของบุคลากรใน ภาพรวมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.37 โดยมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.703 ปัจจัยที่มีอิทธิพลมาก ที่สุดคือความสามารถส่วนบุคคล ปัจจัยที่มีอิทธิพลน้อยที่สุดคือภาวะผู้นำ ในขณะที่กลุ่มของนิสิต มีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.01 โดยมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานท่ากับ 0.660 ปัจจัยที่มีอิทธิพลมากที่สุด คือ การเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม ปัจจัยที่มีอิทธิพลน้อยที่สุด คือ การเปิดกว้างต่อสภาพแวดล้อม ในภาพรวมพบว่า ปัจจัยทุกตัวมีอิทธิพลต่อการพัฒนาเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ในระดับมากและไม่มี ความต่างต่างกันระหว่างกลุ่มบุคลากรและกลุ่มนิสิต ผลลัพธ์ที่ได้จากการพัฒนาองค์กรเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ประกอบด้วย ความพึงพอใจ ของนิสิต ความพึงพอใจของบุคลากร ผลลัพธ์ทางด้านการเรียนรู้ และผลลัพธ์ทางด้านการ เตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน จากการศึกษาพบว่าผลลัพธ์ที่ได้จากการเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ในภาพรวมของกลุ่มบุคลากรมีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.21 โดยมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 0.833 ปัจจัยที่มีอิทธิพลมากที่สุด คือความพึงพอใจที่มีต่อองค์กร ในขณะที่กลุ่มของนิสิต ในภาพรวมมีค่าเฉลี่ยรวมเท่ากับ 4.02 โดยมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.705 และปัจจัยมีอิทธิพล มากที่สุด คือ ด้านการเรียนรู้ ส าหรับปัจจัยที่มีอิทธิพลน้อยที่สุดของทั้งสองกลุ่ม คือ ด้านการเตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ผลการวิจัยยังพบว่า ปัจจัยส่วนบุคคลที่มีอิทธิพลต่อการดำเนินงานขององค์กรแห่งการเรียนรู้คือ ระยะเวลาการจ้างงาน และความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาองค์กรเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้มีความสัมพันธ์กันเชิงบวกกับผลลัพธ์ที่ได้จาก การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ในระดับที่สูงมาก โดยทั้งสองกลุ่มไม่มีความแตกต่างกัน
เอกสารอ้างอิง
2. จีระพร เรืองจิระชูพร. (2548). ศักยภาพในการพัฒนาไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยภาครัฐและภาคเอกชน. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
3. เจษฎากร ทองแสวง. (2553). แนวทางการพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้ กรณีศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต. การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
4. รังสรรค์ รังสิพล และศิริวรรณ อินทร์ไทยวงศ์. (2548). แนวทางการพัฒนาองค์กรแห่งการเรียนรู้ ของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง โดยเทียบเคียงกับบริษัทไทยคาร์บอนแบล็ค จำกัด (มหาชน). วิทยานิพนธป์ริญญามหาบัณฑิต, สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์.
5. ลือชัย พันธ์เจริญกิจ. (2540). การพัฒนาองค์การตามแนวคิดองค์กรแห่งการเรียนรู้: ศึกษา เฉพาะกรณีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน). ภาคนิพนธป์ริญญามหาบัณฑิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
6. สุรชัย สว่างวงศ์. (2541). การใช้แนวคิดองค์กรแห่งการเรียนรู้เพื่อพัฒนาทรัพยากรบุคคล : ศึกษาเฉพาะกรณีธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สาขาตรีเพชร และสาขา เฉลิมนครในไตรมาส 1 และ 2 ปี 2541. ภาคนิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยปทุมธานี
ข้อความที่ปรากฎในบทความแต่ละเรื่อง เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว