ผลกระทบจากประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนต่อคุณภาพชีวิต ของเกษตรกรไทยตามแนวพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน : กรณีอำเภอเชียงแสนและอำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย
คำสำคัญ:
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน, คุณภาพชีวิตเกษตรกร, พรมแดนประเทศเพื่อนบ้านบทคัดย่อ
ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) สถาปนาขึ้นด้วยเหตุผลของความอยู่รอดและ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ นำไปสู่การรวมตัวเป็น ประชาคมเพื่อสร้างอำนาจการต่อรองทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศของสมาชิก อาเซียน 10 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ บรูไน-ดารุสซา ลาม กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม เออีซีเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2558 ด้วยความตกลงร่วมเป็นข้อกำหนดทางยุทธศาสตร์การก้าวเข้าสู่เออีซี ได้แก่ การเป็นภูมิภาคที่มีตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน การเป็นภูมิภาคที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูง การเป็นภูมิภาคที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจที่เท่าเทียมกัน และการเป็นภูมิภาคที่บูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก แต่อย่างไรก็ดี ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาได้มีเหตุหลายประการทำให้กฏระเบียบและข้อปฏิบัติเกี่ยวกับเออีซีไม่ได้ส่งผลไปถึงคุณภาพชีวิตและวิถีชีวิตชุมชนเกษตรกรในพื้นที่ตามแนวพรมแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้านแต่ อย่างใด จึงเกิดแนวคิดคือไทยยังคงเป็นสมาชิกและให้ความร่วมมือดำเนินการตามความตกลงร่วม และเออีซี บลูพริ้นท์ต่อไป แต่ในขณะเดียวกันไทยควรเป็นประเทศนำในการก่อตั้งประชาคมของประเทศในอนุภูมิภาคอันประกอบด้วยสมาชิก 6 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ มาเลเซีย ไทย และเวียดนาม ควบคู่ไปด้วย
เอกสารอ้างอิง
2. ชาย โพธิสิตา. (2549). ศาสตร์และศิลป์แห่งการวิจัยเชิงคุณภาพ. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับบลิชชิ่ง.
3. ถวิลวดี และ เมธิศา. (2550). การสนทนากลุ่ม: เทคโนโลยีเพื่อการมีส่วนร่วมและการเก็บข้อมูล เพื่อการวิจัย. (พิมพ์ครั้งที่ 2) กรุงเทพฯ: งานดี กราฟฟิก.
4. นิศา ชูโต. (2545). การวิจัยเชิงคุณภาพ. กรุงเทพฯ: บริษัท แมท็ส์ปอยท์ จำกัด.
5. ณรงค์ โพธิ์ พฤกษานันท์ (2556). ระเบียบวิธีวิจัย. กรุงเทพฯ: เอ็กชเปอร์เน็ท.
6. อารง สุทธาศาสน์. (2527). ปฏิบัติการวิจัยสังคมศาสตร์. กรุงเทพฯ: เจ้าพระยาการพิมพ์.
7. อารง สุทธศาสน์. (2549, กรกฎาคม - ธันวาคม). “การทำวิทยานิพนธ์ทางสังคมศาสตร์ระดับปริญญาโท และปริญญาเอก วิทยานิพนธ์กับบัณฑิตศึกษา” วารสารคนกับสังคม. มหาวิทยาลัยปทุมธานี ปีที่ 1 ฉบับที่ 1. กรุงเทพฯ: ศรีทองคำการพิมพ์.
8. Denzin, N. K. (1978). The Research Act: A Theoretical to Social cultural Method. Chicago: Aldine Publishing Co.
9. Khan, M. E., and Manderson, L. (1992). Focus Groups in Tropical Diseases Research. Health Policy and Planning.
10. Miller, A., and Dess, G. G. (1996). Strategic Management. 2nd Ed. New York: McGraw-Hill.
11. Morgan, D. L. (1997). Focus Groups as Qualitative Research. London: Sage Publication.
12. Stewart, D. W., and Shamdasani, P. N. (1990). Focus Groups: Theory and Practice. Newbury Park, CA: Sage Publications, Inc.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยปทุมธานี
ข้อความที่ปรากฎในบทความแต่ละเรื่อง เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว