แนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กรณีศึกษา ตำบลจันทเขลม อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุร
คำสำคัญ:
แนวทางการพัฒนา, แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมบทคัดย่อ
การศึกษาเรื่อง แนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กรณีศึกษา ตำบลจันทเขลม อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ มีวัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อศึกษาวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ วัฒนธรรมและประเพณีพื้นบ้านของชุมชนตำบลจันทเขลม อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ที่สืบต่อกันมา เพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืน และเพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยใช้การสังเกตแบบมีส่วนร่วม การสัมภาษณ์ผู้ให้ข้อมูลหลัก ประกอบด้วย ผู้ปกครองท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ผู้อาวุโส ปราชญ์ชุมชน และผู้เข้าร่วมกิจกรรมท้องถิ่น และการสัมภาษณ์แบบไม่เป็นทางการกับบุคคลที่อาศัยอยู่ภายใน ตำบลจันทเขลม ผลการศึกษา พบว่า มีชาวชองในพื้นที่จำนวน 6 ครัวเรือน มีการแลกเปลี่ยน พูดคุย ใช้ภาษาชอง ดำเนินชีวิตด้วยการใช้อาหารจากสมุนไพร เพาะปลูกพืช ผัก สมุนไพร ตามวิถี ชีวิตแบบพอพียง อนุรักษ์งานหัตถกรรมพื้นบ้าน เสื่อรำแพ เสื่อคลุ้ม การสานกระบุง กระด้ง เป็น ต้น มีการรักษาโรคด้วยยาสมุนไพรแบบชอง ตลอดจนความเชื่อทางไสยศาสตร์ ดูดวงชะตา ทำนายทายทัก ในเรื่องต่าง ๆ โดยใช้ขันน้ำมนต์ เป็นต้น ด้านการแสดงเอกลักษณ์วัฒนธรรม มีการรำ การแสดงของชอง เพื่อให้เห็นวัฒนธรรม วิถีชีวิต แนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม อย่างยั่งยืน สามารถสรุปได้ดังนี้ 1) จัดให้มีการน าเสนอรูปแบบการสร้างหมู่บ้านชองและพื้นที่ เพื่อให้เกิดการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน 2) การสร้างสาธารณูปโภค ถนนทางเข้าหมู่บ้าน ระบบน้ำประปา ไฟฟ้า ที่ยังคงมีสภาพปัญหา ให้เข้าถึงหมู่บ้านได้สะดวก สบายมากขึ้น 3) การจัดสร้างศูนย์การเรียนรู้ หมู่บ้านชองในหมู่ที่ 5 ต าบลจันทเขลม 4) การช่วยเหลือจากหน่วยงาน ภาครัฐและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน 5) การปลุกจิตส านึกของคนในชุมชน 6) การประชาสัมพันธ์ในทุกรูปแบบ ทั้งการสนับสนุนจากภาครัฐ เอกชน ตลอดจนหน่วยงานต่าง ๆ ที่ เกี่ยวข้อง
เอกสารอ้างอิง
2. ฉลองศรี พิมลสมพงษ์. (2542). การวางแผนและพัฒนาตลาดการท่องเที่ยว. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลยัเกษตรศาสตร์.
3. ฉัตรทิพย์ นาถสุภา. (2540). วัฒนธรรมไทยกับกระบวนการเปลี่ยนแปลงสังคม. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
4. ชนัญ วงษ์วิภาค. (2547). การจัดการทรัพยากรทางวัฒนธรรมเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน. นครปฐม : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยศิลปากร.
5. นภาภรณ์ หะวานนท์ และคณะ. (2550). ทฤษฎีฐานรากในเรื่องความเข้มแข็งของชุมชน. กรุงเทพฯ : ม.ป.ท.
6. บุญเลิศ จิตตั้งวัฒนา. (2548). การพัฒนาการท่องเที่ยวแบบยั่งยืน. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลยัธรรมศาสตร์.
7. ภูสวัสดิ์ สุขเลี้ยง. (2545). การพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม : กรณีศึกษาหมู่บ้านห้วย โป่งผาลาด อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย. การค้นควา้แบบอิสระปริญญา ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
8. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช สาขาวิชาวิทยาการจัดการ. (2545). เอกสารการสอนชุด วิชาการจัดการทรัพยากรการท่องเที่ยว. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์สุโขทัยธรรมมาธิราช.
9. ราชบัณฑิตยสถาน. (2546). พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน 2542. กรุงเทพฯ : นานมบีุคส์ พับลิเคชั่นส์,
10. เสรี พงศ์พิศ และคณะ. (2544). วิสาหกิจชุมชน : แผนแม่บทแนวคิดแนวทางตัวอย่างร่าง พระราชบัญญัติ. กรุงเทพฯ : เจริญวิทย์การพิมพ์.
11. อุษาวดี พูลพิพฒัน์. (ตลุาคม – ธันวาคม, 2545). การท่องเที่ยวแบบยั่งยืน : กรณีศึกษาการ ท่องเที่ยวเชิงนิเวศโดยชุมชนในประเทศไทย. จุลสารการท่องเที่ยว. 21(4) : 34 – 48.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยปทุมธานี
ข้อความที่ปรากฎในบทความแต่ละเรื่อง เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว