การศึกษาทักษะการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ตามแนวคิดเมเยอร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
คำสำคัญ:
การสอนคณิตศาสตร์, ทักษะการแก้ปัญหา, แนวคิดของเมเยอร์บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาทักษะการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ ตามแนวคิดเมเยอร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ธวัชบุรี อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 กลุ่มเป้าหมาย จำนวน 28 คน ผู้วิจัยให้นักเรียนทำ แบบทดสอบทักษะการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ ตามแนวคิดเมเยอร์ และทำการสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูล โดยใช้วิธีการศึกษาเฉพาะรายกรณี (Case Study Method) จำนวน 4 คน (ซึ่งผู้วิจัยศึกษา ทักษะการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ตามแนวคิดเมเยอร์ 4 ทักษะ) จากนักเรียนที่อ่อนแต่ละทักษะ นำมาสัมภาษณ์แบบสัมภาษณ์เกี่ยวกับทักษะการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ ตามแนวคิดเมเยอร์ เพื่อวิเคราะห์ทักษะการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ของนักเรียนแต่ละคน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบทดสอบทักษะการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ ตามแนวคิดของเมเยอร์ จำนวน 3 ข้อผลการวิจัย พบว่า ทักษะการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ ตามแนวคิดเมเยอร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 นักเรียนใช้ทักษะการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ ตามระดับพฤติกรรม จากการทำแบบทดสอบ โดยนักเรียนมีระดับพฤติกรรมในทักษะการแปลโจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์มากที่สุด รองลงมาคือ ทักษะ การบูรณาการความรู้ ทักษะการดำเนินการตามแผน และระดับพฤติกรรมที่นักเรียนใช้น้อยที่สุดอยู่ ในทักษะการวางแผนการแก้ปัญหา และ พบว่าความถี่และร้อยละ ในภาพรวมของการแก้ปัญหาทั้ง สามข้อนักเรียนมีการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ แต่ละทักษะทั้ง 4 ทักษะ เรียงลำดับจากมากไปหาน้อยได้ดังนี้ ทักษะการแปลโจทย์คณิตศาสตร์ ทักษะการบูรณาการความรู้ ทักษะการดำเนินการตามแผน และทักษะวางแผนการแก้ปัญหาผลการวิเคราะห์แนวทางการแก้ปัญหาของทักษะการ แก้ปัญหาคณิตศาสตร์ ตามแนวคิดเมเยอร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 การสัมภาษณ์ นักเรียนที่อ่อนแต่ละทักษะ ซึ่งนักเรียนมีทักษะการใช้ที่แตกต่างกันออกไป พบว่า นักเรียนที่อ่อนทักษะการแปลโจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ สามารถอธิบายสิ่งที่โจทย์ต้องการ ทราบ และสิ่งที่โจทย์บอกมาได้ แต่นักเรียนยังอธิบายและบอกรายละเอียดไม่ครบครบ ทักษะ การบูรณาการความรู้ นักเรียนที่อ่อนทักษะนี้สร้างตัวแทนทางความคิดของปัญหาเพื่อเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของข้อมูลตามเงื่อนไขที่โจทย์กำหนดได้เพียงบางส่วนเท่านั้น ไม่สามารถอธิบายได้ ครบถ้วนว่าต้องใช้ความรู้ใดบ้างมาแก้ปัญหา ทักษะการวางแผนการแก้ปัญหา นักเรียนที่อ่อน ทักษะนี้สามารถแปลโจทย์ให้เป็นอสมการได้ แต่ไม่ได้อธิบายระบวนการในการแก้ปัญหา และไม่ได้ กำหนดตัวแปรในการหาคำตอบ เช่น ไม่ได้กำหนดตัวแปรในการแก้ปัญหาอสมการ และทักษะ สุดท้ายทักษะการดำเนินการตามแผน นักเรียนที่อ่อนทักษะนี้มีใช้ความรู้เบื้องต้นในการแก้ปัญหา คณิตศาสตร์ได้ แต่ผิดพลาดตรงที่นักเรียนเขียนตัวเลขในการคูณอสมการผิด จึงท าให้คำนวณผิดพลาดในการแก้อสมการ
เอกสารอ้างอิง
2. สุนันทา แสงสุข. (2556 ). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดคอนสตรัคติวิสต์ ที่เน้นทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เรื่อง บทประยุกต์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาหลักสูตรและการสอน. มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
3. อภิชภา ลือชัย. (2555). การวิเคราะห์ทักษะที่ใช้ในการแก้ปัญหาโจทย์คณิตศาสตร์ของนักเรียนมัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, สาขาวิชาการศึกษาคณิตศาสตร์ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
4. Ballew, H., and Cunningham, J., W. (1982). “Diagnosing strengths and weaknesses of sixth-grade students in solving word problems”. Journal for research in mathematics education. 13 (3): 202-210.
5. Mayer, R., E. (1992). Thinking, problem solving, cognition. (2nd ed). New York: Freeman.
6. Mayer, R., E., and Hegarty, M. (1995). “The process of understanding mathematical Problems”. In R., J., Sternberg, and T., Ben-Zeev (eds), The nature of mathematical thinking. Mahwah, NJ: Lawrence Erlbaum Associates.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยปทุมธานี
ข้อความที่ปรากฎในบทความแต่ละเรื่อง เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว