การบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนของชุมชนพื้นที่ลุ่มน้ำโขง จังหวัดหนองคาย

ผู้แต่ง

  • รณชัย บุญสอน นักศึกษารัฐประศาสนศาสตรดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยปทุมธานี

คำสำคัญ:

การบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม, ชุมชนพื้นที่ลุ่มน้ำโขง

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่องนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาศักยภาพลักษณะทางด้านวัฒนธรรมของชุมชนลุ่มน้ำโขง จังหวัดหนองคาย และศึกษาปัจจัยทีสัมพันธ์กับการบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนของชุมชนลุ่มน้ำโขง จังหวัดหนองคาย โดยกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง ที่ได้จากตารางเลขสุ่มของ Krejcie & Morgan (1970) จำนวน 384 คน และใช้เทคนิคการสุ่มตัวอย่างแบบตามสะดวก ได้แก่แบบสอบถาม นอกจากนี้ยังทำการศึกษาเชิงคุณภาพ โดยใช้แนวการสัมภาษณ์กับผู้ให้ข่าวคนสำคัญจำนวน 6 คน สถิติที่ใช้ในการทดสอบสมมุติฐาน ได้แก่  การวิเคราะห์ความถดถอยพหุคูณแบบขั้นตอน (Stepwise Multiple Regression Analysis )

ผลการศึกษาปรากฏดังนี้

  1. ผู้ตอบแบบสอบถามเกี่ยวกับแหล่งท่องเที่ยว มีความเห็นว่า วัดโพธิ์ชัยเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มี

ศักยภาพมากที่สุด รองลงมาคือตลาดท่าเสด็จและศาลาแก้วภู่เกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณีผู้ตอบแบบสอบถามทุกคนมีความเห็นว่า เทศกาลบั้งไฟพญานาค มีศักยภาพมาก ที่สุด รองลงมาได้แก่ ประเพณีเย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์  เมื่อถามถึงศักยภาพด้านศิลปวัฒนธรรม ผู้ตอบแบบสอบถามทุกคนมีความเห็นว่า หลวงพ่อพระใสมีศักยภาพด้านศิลปวัฒนธรรมมากที่สุด

  1. ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนของชุมชนลุ่มน้ำโขง

จังหวัดหนองคาย ได้แก่ คุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม ศักยภาพรองรับการท่องเที่ยว และการบริหารจัดการด้านการให้ความรู้และการสร้างจิตสำนึก การจัดการด้านการให้ความรู้และการจัดการด้านการอนุรักษ์แหล่งท่องเที่ยว และการบริหารจัดการ

เอกสารอ้างอิง

ชัชพล ทรงสุนทรวงศ์. (2545). การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน. นนทบุรี : หาวิทยาลัยสุโขทัยธรร
มาธิราช ชิดจันทร์ หังสสูต. (2532). หลักและการจัดการอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกรุงเทพฯ : คณะ บริหารธุรกิจมหาวิทยาลัยรามคาแหง.
ชัยสิทธ์ ดำรงวงศ์เจริญ. (2550). การจัดการท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมเชิงอนุรักษ์โดยการมี
ส่วนร่วมของชุมชน กรณีศึกษาภูผายนต์ อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร. ดุษฎีนิพนธ์ ศศ.ดมหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.กฤษดา ขุ่ยอาภัย (2552)
พูลทรัพย์สวนเมือง ตุลาพันธ์. (2546)รายงานการศึกษารูปแบบในการจัดการท่องเที่ยวแบบ
ยังยืนในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และร้อยเอ็ด. มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี.
พงศกร ชาวเชียงตุง. (2550). แนวทางการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศบริเวณลําน้ำชี
จังหวัดมหาสารคาม. ดุษฎีนิพนธ์มหาสารคาม มหาวิทยาลัยมหาสารคาม
จุฑามาศ ไชยศร (2536). การศึกษาศักยภาพของแหล่งท่องเทียวเพื่อพัฒนาการท่องเทียวใน
จังหวัด แม่ฮ่องสอน. กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัย ศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร.
สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว. (2554).การประเมินมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม.
ค้นเมื่อ24 มีนาคม 2554, จากhttps://www.tourism.go.th/2010/th/home/index.phpDowling, 2014
Krejcie, R. V. & Morgan, D. W. (1970). Determining Sample Size for Research
Activities.Educational and Psychological Measurement, 30(3), pp. 607-610.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2019-06-14

รูปแบบการอ้างอิง

บุญสอน ร. (2019). การบริหารจัดการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนของชุมชนพื้นที่ลุ่มน้ำโขง จังหวัดหนองคาย. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยปทุมธานี, 11(1), 232–243. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ptujournal/article/view/187973