ความต้องการจำเป็นและแนวทางในการพัฒนาครูผู้สอนมวยไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560)
คำสำคัญ:
การประเมินความต้องการจำเป็น, การพัฒนาครูผู้สอนวิชามวยไทยบทคัดย่อ
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสภาพความต้องการจำเป็นเปรียบเทียบความต้องการจำเป็น และเสนอแนวทางในการพัฒนาครูผู้สอนมวยไทยตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560) ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้อำนวยการโรงเรียน ฝ่ายวิชาการ และครูผู้สอนในรายวิชาพลศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอ่างทอง ทั้งหมดจำนวน 321 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ทำการวิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมสำเร็จรูป โดยสถิติที่ใช้ ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบค่าที (t-test Independent) ทดสอบความแปรปรวนทางเดียว ANOVA และใช้เทคนิค Modified priority needs index (PNI_Modified) ในการจัดเรียงลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็นผลการศึกษา พบว่า ความต้องการจำเป็นในการพัฒนาครูผู้สอนมวยไทย สภาพที่คาดหวังโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (μ =4.59, σ=.31) สภาพที่เป็นจริงโดยรวมอยู่ในระดับ ปานกลาง (μ =2.73, σ=.61) ด้านที่มีความสำคัญมากที่สุดคือ ด้านอุปกรณ์ สถานที่และสิ่งอำนวยความสะดวก (PNI=0.882) รองลงมา ได้แก่ ด้านการจัดการเรียนรู้ (PNI=0.832) เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างความต้องการจำเป็นในการพัฒนาครูผู้สอนมวยไทย จำแนกตามเพศ อายุ วุฒิการศึกษา ตำแหน่งหน้าที่ในการทำงาน ประสบการณ์ในการทำงาน พบว่า ผู้อำนวยการสถานศึกษา ฝ่ายวิชาการ และครูผู้สอนในรายวิชาพลศึกษาที่มีเพศต่างกัน มีความต้องการจำเป็นในการพัฒนาครูผู้สอนมวยไทย สภาพที่เป็นจริงและสภาพที่คาดหวังแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผู้อำนวยการสถานศึกษา ฝ่ายวิชาการ และครูผู้สอนในรายวิชาพลศึกษาที่มีอายุและประสบการณ์ในการทำงานต่างกัน สภาพที่เป็นจริงแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 สภาพที่คาดหวัง แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผู้อำนวยการสถานศึกษา ฝ่ายวิชาการ และครูผู้สอนในรายวิชาพลศึกษาที่มีวุฒิการศึกษาต่างกัน มีความต้องการจำเป็นในการพัฒนาครูผู้สอนมวยไทย สภาพที่เป็นจริงและสภาพที่คาดหวัง แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผู้อำนวยการสถานศึกษา ฝ่ายวิชาการ และครูผู้สอนในรายวิชาพลศึกษาที่มีตำแหน่งหน้าที่ในการทำงานต่างกัน มีความต้องการจำเป็นในการพัฒนาครูผู้สอนมวยไทย สภาพที่เป็นจริงและสภาพที่คาดหวังแตกต่างกันอย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แนวทางในการพัฒนาครูผู้สอนมวยไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช 2560) พบว่า 1. ด้านหลักสูตร ให้ครูผู้สอนวิชามวยไทยได้มีส่วนร่วมในการจัดทำหลักสูตรมวยไทยในทุก ๆ ระดับชั้น และครูมวยไทยแต่ละสำนักควรปรึกษาหารือการจัดทำหลักสูตรมวยไทยในสถานศึกษาให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพื่อพัฒนามวยไทยทั้งทางด้านความรู้ (K) กระบวนการ (P) และเจตคติ (A) ที่เหมือน ๆ กัน 2. ด้านครูผู้สอน ครูผู้สอนมวยไทยควรมาจากผู้ที่มีประสบการณ์จริง สามารถถ่ายทอดสู่ผู้เรียน และครูผู้สอนควรมีการอบรม สัมมนา เพื่อพัฒนาความรู้ความสามารถในการเรียนการสอนมวยไทยในสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการอบรมครูมวยไทยในระดับ A, B, C License โยงไปถึงสถาบันที่ผลิตครูและบุคลากรทางด้านการพลศึกษา ควรให้วิชามวยไทยเป็นวิชาบังคับในการเรียนการสอน เพื่อการสร้างเสริมความสามารถและศักยภาพในการเรียนการสอนวิชามวยไทย 3. ด้านอุปกรณ์ สถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวก ทางภาครัฐและภาคเอกชน หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรร่วมมือกันในการพัฒนาการเรียนการสอนมวยไทยในสถานศึกษาทางด้านอุปกรณ์ สถานที่ และสิ่งอำนวยความสะดวกให้ครบครัน 4. ด้านการจัดการเรียนรู้ ครูมวยไทยต้องมีความเข้าใจในหลักสูตรอย่างชัดเจน บูรณาการกิจกรรมมวยไทยเข้ากับสาระการเรียนรู้วิชาอื่น ๆ ควรจัดให้มีการเรียนการสอนในระดับชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษาอย่างน้อย 1 หน่วยกิต โดยจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องในทุกช่วงชั้น เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เรียน ทำให้การเรียนการสอนวิชามวยไทยมีมาตรฐานและมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น 5. ด้านการวัดและการประเมินผล ครูมวยไทยจะต้องมีความเข้าใจในหลักสูตรเกี่ยวกับการวัดผลและการประเมินผล ควรมีการจัดทำแบบประเมิน แบบสังเกตพฤติกรรม แบบวัดคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ของผู้เรียน แบบทดสอบสมรรถภาพทางกาย และแบบประเมินผลทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม ในการเรียนการสอนวิชามวยไทยทั้งทางด้านทฤษฎีและด้านการปฏิบัติให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันและมีความชัดเจน
เอกสารอ้างอิง
2.กระทรวงศึกษาธิการ. (2542). พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ. 2545. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ครุสภาลาดพร้าว.
3.กระทรวงศึกษาธิการ. (2551). “ให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551” คำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ. สืบค้นเมื่อ 23 พฤศจิกายน 2559. จาก http://lib.edu
.chula.ac.th/FILEROOM/CABCU_PAMPHELT/DRAWER01/GENERAL/DATA0000/00000218.PDF.
4.เอก เกิดเต็มภูมิ. (2560). มวยไทยมรดกภูมิปัญญาวัฒนธรรมของชาติ. เอกสารประกอบการบรรยาย เรื่องการพัฒนาหลักสูตรรายวิชามวยไทย. อัดสำเนา.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยปทุมธานี
ข้อความที่ปรากฎในบทความแต่ละเรื่อง เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว