รูปแบบการดำเนินธุรกิจในการให้บริการดูแลของผู้สูงอายุจังหวัดปทุมธานี
คำสำคัญ:
รูปแบบการดำเนินธุรกิจ, การให้บริการดูแลของผู้สูงอายุบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ มีวัตถุประสงค์ 1) พฤติกรรมการใช้บริการในการดูแลของผู้สูงอายุ 2) ปัจจัยนำไปสู่การดำเนินธุรกิจในการให้บริการดูแลของผู้สูงอายุ 3) ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมการใช้บริการในการดูแลของผู้สูงอายุกับปัจจัยนำไปสู่การดำเนินธุรกิจ ในการให้บริการดูแลของผู้สูงอายุจังหวัดปทุมธานี และ4) เสนอรูปแบบการดำเนินธุรกิจในการให้บริการดูแลของผู้สูงอายุจังหวัดปทุมธานีโดยสุ่มตัวอย่างแบบบังเอิญ 385 คน สถิติที่ใช้คือ ค่าความถี่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สำหรับการทดสอบสมมติฐานสถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์นั้นโดยการวิเคราะห์หาความสัมพันธ์ของเพียรสัน และถดถอยเชิงพหุคูณแบบ Stepwise ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 วิเคราะห์ข้อมูลใช้โปรแกรมสำเร็จรูปทางสถิติ ผลการวิจัยดังนี้ 1.พฤติกรรมการใช้บริการของผู้สูงอายุในภาพรวมเฉลี่ยผู้สูงอายุมีพฤติกรรมการใช้บริการน้อย ( =2.52) หากพิจารณาลำดับพฤติกรรมการใช้บริการจากค่าเฉลี่ย ลำดับแรก พฤติกรรมการใช้บริการด้านการรักษาพยาบาล มีพฤติกรรมปานกลาง (
=3.19) ด้านการฟื้นฟูสภาพร่างกาย (
=2.51) ด้านจิตใจ (
=2.47) ด้านการดูแลอภิบาล (
=2.42) และด้านสังคม (
=2.41) พฤติกรรมการใช้บริการน้อยเรียงตามลำดับ 2.ปัจจัยนำไปสู่การดำเนินธุรกิจในการให้บริการดูแลของผู้สูงอายุในภาพรวมเฉลี่ย ผู้สูงอายุให้ความสำคัญปานกลาง (
=3.12) หากพิจารณาลำดับความสำคัญจากค่าเฉลี่ย ลำดับแรก ด้านโรงพยาบาลสำหรับผู้สูงอายุ (
=3.43) และด้านที่อยู่อาศัยผู้สูงอายุ (
=3.42) ผู้สูงอายุให้ความสำคัญมาก ด้านอาหารผู้สูงอายุ (
=2.90) ผู้สูงอายุให้ความสำคัญปานกลาง ด้านสถานบริบาลผู้สูงอายุ (
=2.50) ด้านการบริการจัดส่งบุคลากรไปดูแลผู้สูงอายุ (
=2.48) ด้านนันทนาการผู้สูงอายุ (
=2.46) และด้านด้านผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุ (
=2.45) ผู้สูงอายุให้ความสำคัญน้อย เรียงตามลำดับ 3.ปัจจัยนำไปสู่การดำเนินธุรกิจในการให้บริการดูแลของผู้สูงอายุ ภาพรวมเฉลี่ยมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้บริการในการดูแลของผู้สูงอายุ ภาพรวมเฉลี่ยปานกลาง 4.รูปแบบการดำเนินธุรกิจในการให้บริการดูแลของผู้สูงอายุจังหวัดปทุมธานี = .589 ด้านการบริการจัดส่งบุคลากรไปดูแลผู้สูงอายุ +.56 ด้านสถานบริบาลผู้สูงอายุ +.38 ด้านที่อยู่อาศัยผู้สูงอายุ +.31 ด้านโรงพยาบาลสำหรับผู้สูงอายุ +.25 ด้านอาหารผู้สูงอายุ +.13 ด้านนันทนาการผู้สูงอายุ + .07 ด้านผลิตภัณฑ์สำหรับผู้สูงอายุ
เอกสารอ้างอิง
สัณห์ทัย สงวนศักดิ์ (2550) .ปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการสร้างประสิทธิผลของการนำนโยบาย ส่งเสริมสังคมแก่ผู้สูงอายุไปปฏิบัติ: ศึกษากรณีกรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์ปริญญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต. มหาวิทยาลัยรามคำแหง.
Gum and other (2006,). “Depression Treatment Preferences in Older Primary Care Patients”. Journal of Nursing Research. Pp : 14-22.
Harrison, R.(1996). “Action learning : Route or barrier to the learning organization?” The Journal of Workplace Learning. Vol. 8 : 27-38.
Moschis (2003). Marketing to Older Adult: an Update Overview of Present Knowledge and Practice. New York: Macmillan
Srithamrongsawat, Bundhamcharoen, Sasat, Odton and Ratkjaroenkhajorn (2009). Forecasting demand and costs for elderly care in a facility in the country of Thailand. International program. Mahidol University.
Yap, Au, Aug, Kwan, Ng and Ee (2003) .Nursing Home Nature of Nursing Home Residents. . New York: Mcgraw-Hill.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยปทุมธานี
ข้อความที่ปรากฎในบทความแต่ละเรื่อง เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว