พฤติกรรมความปลอดภัยในการขับขี่รถจักรยานยนต์ของนักศึกษาภาคปกติ วิทยาลัยนครราชสีมา
คำสำคัญ:
พฤติกรรมการขับขี่, พฤติกรรมความปลอดภัย, ความรู้เกี่ยวกับกฎจราจรบทคัดย่อ
การวิจัยนี้เป็นการวิจัยเชิงพรรณนา เพื่อศึกษาระดับความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจราจรตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก ระดับพฤติกรรมความปลอดภัยในการขับขี่รถจักรยานยนต์ และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจราจรและพฤติกรรมความปลอดภัยในการขับขี่รถจักรยานยนต์นักศึกษาในวิทยาลัยนครราชสีมา กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี วิทยาลัยนครราชสีมาที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ จำนวน 101 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานและสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สัน (Pearson’s product moment correlation) ผลการศึกษาพบว่า 1) ความรู้เกี่ยวกับกฎหมายจราจรตามพระราชบัญญัติ จราจรทางบก อยู่ในระดับปานกลาง คิดเป็นร้อยละ 75.25 2) พฤติกรรมการขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัยของกลุ่มตัวอย่างโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก ( =4.52, S.D.=.66) และมากที่สุด เรียงตามลำดับดังนี้ ด้านใบอนุญาตขับขี่ อยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.56, S.D.=.46) ด้านเมาไม่ขับ อยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.52, S.D.=.32) ด้านสวมหมวกนิรภัย อยู่ในระดับมาก ( =4.10, S.D.=.69) ด้านการใช้ความเร็วตามที่กำหนด อยู่ในระดับมาก ( =4.02, S.D.=.55) และด้านมอเตอร์ไซค์ปลอดภัย อยู่ในระดับมาก( =4.08, S.D.=.75) และ 3) ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้เกี่ยวกับกฎจราจรและพฤติกรรมการขับขี่รถจักรยานยนต์ ของนักศึกษาปริญญาตรี วิทยาลัยนครราชสีมา ไม่มีความสัมพันธ์กัน ซึ่งอาจเป็นผลมาจากปัจจัยด้านระยะทางในการเดินทางมาวิทยาลัยและการไม่ตระหนักถึงความรุนแรงของอันตรายที่เกิดขึ้น
เอกสารอ้างอิง
กรมตำรวจ. (2562). สถิติการขนส่ง. กองแผนงาน กรมการขนส่งทางบก.
กิตติภัต วิยาภรณ์ และคณะ. (2559). การศึกษาพฤติกรรมการป้องกันอุบัติภัยจราจรของนักศึกษาระดับปริญญาตรี. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก https://www.lib.ku.ac.th/KU/2561/KRKPS000S0000492c1.pdf.
กาญจน์กรอง สุอังคะ. (2558). การศึกษาพฤติกรรมการขับขี่ของวัยรุ่นที่มีผลต่อความเสี่ยงใน
การเกิดอุบัติเหตุจากการใช้รถจักรยานยนต์. [ออนไลน์]. เข้าถึงจากhttp://sutir.sut.ac.th:8080/sutir/bitstream/123456789/5898/2/Fulltext.
ขจี ดวงจักร ณ อยุธยา. (2562). “พฤติกรรมการขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างปลอดภัยตามกฎหมายของผู้ปกครองเด็กก่อนวัยเรียน”. วารสารพยาบาลตำรวจ. ปีที่ 11 ฉบับที่ 1. หน้า 163-164.
ธีรยุทธ์ ลีโคตร. (2558). บทบาทของชุมชนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการเกิดอุบัติเหตุทางถนน. รายงานการวิจัย : มหาสารคาม.
ธีรวุฒิ เอกะกุล. (2543). “ระเบียบวิธีวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. อุบลราชธานี : สถาบันราชภัฎอุบลราชธานี”. วารสารการเมืองการปกครอง. หน้า 112-129.
วิจิตร บุญยะโหตระ และ อำนวย นาคแกว. (2536). “การศึกษาพฤติกรรมของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์การเกิดอุบัติเหตุ”. รายงานการวิจัยพฤติกรรมของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์. กรุงเทพมหานคร : พิทักษ์อักษร.
วิจิตร บุญยะโหตระ. (2527). อุบัติภัย. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพมหานคร : นวกิจการพิมพ์.
อสิสา จันทร์เรือง. (2545). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการป้องกันอุบัติภัยจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ของนักเรียนวิทยาลัยเทคนิคจังหวัดสุพรรณบุรี. ปริญญานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาจิตวิทยาชุมชน. มหาวิทยาลัยศิลปากร.
Bloom, B. . (1971). Mastery learning. New York: Holt, Rinehart & Winston.
Chiu. Wen-Ta0. (2018). Epidemiology of head injury in Hualien County, Taiwan. [Online]. Available from http://thailis.uni.net.th/dao/detail.nsp. On 8 February 2020.
Decicco, Ingrid Moberg. (2016). Traffic Safty and Connotative Meanings. of 18 to 22Year Old Drivers. Dissertation On Doctor of Philosophy in Health Education. Columbia University.
Pearson, K. (1920). “Notes on the history of correlation”. Biometrika. Vol. 13 No. 1, pp 25-45.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยปทุมธานี
ข้อความที่ปรากฎในบทความแต่ละเรื่อง เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว