ความรอบรู้ด้านสุขภาพ การทำบทบาทหน้าที่ของครอบครัว และจิตสำนึกสาธารณะ ที่มีต่อพฤติกรรมชีวิตวิถีใหม่ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของครอบครัวเด็กวัยเรียน อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี
คำสำคัญ:
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์, พฤติกรรมชีวิตวิถีใหม่, ครอบครัวเด็กวัยเรียนบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงสำรวจภาคตัดขวางครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคล ความรอบรู้ด้านสุขภาพ การทำบทบาทหน้าที่ของครอบครัว และจิตสำนึกสาธารณะที่มีต่อพฤติกรรมชีวิตวิถีใหม่ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ของครอบครัวเด็กวัยเรียน กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ปกครองของเด็กอายุระหว่าง 6-12 ปี ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี จำนวน 156 คน คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถาม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและวิเคราะห์ความสัมพันธ์โดยใช้สถิติสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สันและการทดสอบไคสแควร์
ผลการวิจัย พบว่า ผู้ปกครองส่วนใหญ่ ร้อยละ 91.70 มีพฤติกรรมชีวิตวิถีใหม่ในการป้องกันโรคโควิด-19 ในระดับดี ระดับการศึกษาของผู้ปกครองมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมชีวิตวิถีใหม่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (Cramer’s V = .29, p = .04) ความรอบรู้ด้านสุขภาพ ได้แก่ ความสามารถในการเข้าถึงข้อมูล (r = .03, p <.00) ความรู้ความเข้าใจ (r = .28, p<.00) การโต้ตอบ ซักถาม แลกเปลี่ยน (r = .36, p<.00) ทักษะการตัดสินใจ (r = .53, p<.00) การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม (r = .46, p <.00) และการบอกต่อ (r = .56, p<.00) มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมชีวิตวิถีใหม่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 นอกจากนี้ การทำบทบาทหน้าที่ของครอบครัว (r = .31, p<.00) และจิตสำนึกสาธารณะของครอบครัว (r = .61, p<.00) มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมชีวิตวิถีใหม่อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
บุคลากรสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริมให้ผู้ปกครองของเด็กวัยเรียนเกิดพฤติกรรมชีวิตวิถีใหม่ในการป้องกันโรคโควิด-19 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีอุบัติการณ์การแพร่ระบาดของโรคสูง
เอกสารอ้างอิง
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2563). คู่มือการปฏิบัติสำหรับสถานศึกษาในการ
ป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19. นนทบุรี : บริษัท คิว แอดเวอร์ไทซิ่ง จำกัด.
ขวัญเมือง แก้วดำเกิง. (2561). ความรอบรู้ ด้านสุขภาพ เข้าถึง เข้าใจ และการนำไปใช้. กรุงเทพมหานคร : อมรินทร์.
ชัยวัฒน์ สุทธิรัตน์. (2555). สอนเด็กให้มีจิตสาธารณะ. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์วีพรินท์.
ธวัชชัย วรพงศธร และ สุรีย์พันธุ์ วรพงศธร. (2561). “การคำนวณขนาดตัวอย่างสำหรับงานวิจัยโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป G*Power”. วารสารการส่งเสริมสุขภาพ และอนามัยสิ่งแวดล้อม. ปีที่ 41 ฉบับที่ 2. หน้า 11-22.
ธานี กล่อมใจ, จรรยา แก้วใจบุญ และทักษิกา ชัชวรัตน์. (2563). “ความรู้และพฤติกรรมของประชาชนเรื่องการป้องกันตนเองจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนา สายพันธุ์ใหม่ 2019”. วารสารการพยาบาลการสาธารณสุขและการศึกษา วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พะเยา. ปีที่ 21 ฉบับที่ 2. หน้า 29-39.
ปุญญาพัฒน์ แสงวงค์ดี. (2563). “วิกฤติการณ์โลก กรณีการแพร่ระบาดของโรคติดต่ออุบัติใหม่: บทบาทขององค์การอนามัยโลก สถานการณ์ในประเทศไทย และ New Normal”. วารสารสังคมภิวัฒน์. ปีที่ 11 ฉบับที่ 1. หน้า 88-105.
พนม คลี่ฉายา. (2561). การเข้าถึง เข้าใจ ประเมิน และใช้ข้อมูลข่าวสารสุขภาพเพื่อการดูตนเองให้ปลอดภัยจากโรคติดต่ออุบัติใหม่ที่แพร่มาจากต่างประเทศของประชาชนในเขตเมือง. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จากhttps://kb.hsri.or.th/dspace/handle/11228/4899?locale-attribute=t เมื่อวันที่ . (2564, 1 พฤษภาคม).
พัชรียา แก้วชู. (2563). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการท่องเที่ยวแบบ New Normal หลังการแพร่ระบาดโควิด-19. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก https://mmm.ru.ac.th/MMM/IS/vlt15-1/ 6114993619.pdf เมื่อวันที่ (2564, 10 มีนาคม).
พรพญา เตปิน, วราภรณ์ บุญเชียง และศิริตรี สุทธจิตต์. (2561). “ความรอบรู้ด้านสุขภาพ และพฤติกรรมในการป้องกันโรคมือ เท้า ปาก ของผู้ปกครองในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ตำบลเจริญเมือง อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย”. ลำปางเวชสาร. ปีที่ 39 ฉบับที่ 2. หน้า 72-80.
พรพิมล ศรีสุวรรณ, สุทธิลักษณ์ ตั้งกีรติชัย และนิรมล พัจนสุนทร. (2553). “การเล่นเกมคอมพิวเตอร์ การทำหน้าที่ของครอบครัวและพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพของเด็กวัยเรียน ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น”. วารสารวิทยาลัยนครราชสีมา. ปีที่ 4 ฉบับที่ 2. หน้า 3-10.
ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ (Health Data Center: HDC). (2563). จำนวนนักเรียนระดับประถมศึกษาในเขตพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ประจำปีการศึกษา 2563. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก http://hdc2.cbo.moph.go.th/hdc/reports/report.php?source=pformated/format2.php&cat_id=dc6012062b7e25f464da5f82f756e4ce&id=69c2591452ea81cf48c00752905a6fde เมื่อวันที่ (2564, 13 มกราคม).
วชิระ เพ็งจันทร์ และชะนวนทอง ธนสุกาญจน์. (2561). แนวคิด หลักการขององค์กรรอบรู้ด้านสุขภาพ. นนทบุรี : สำนักงานโครงการขับเคลื่อนกรมอนามัย 4.0 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.
วัลลภา เสนีวงศ์ ณ อยุธยา และอัญชลี ชยานุวัชร. (2561). “การบ่มเพาะจิตสำนึกสาธารณะของนักศึกษามหาวิทยาลัย”. วารสารสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์. ปีที่ 11 ฉบับที่ 2. หน้า 171-193.
หัทยา ดำรงค์ผล. (2560). “ทักษะชีวิตในเด็กวัยเรียน”. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่ง
ประเทศไทย. ปีที่ 62 ฉบับที่ 1. หน้า 271-276.
Epstein, N.B., Bishop D.S. & Levin S. (1978). “The McMaster Model of Family Functioning”. Journal of Marital and Family Therapy. Vo 4 No. 4. pp 19-31.
Geldsetzer, P. (2020). “Knowledge and Perceptions of COVID-19 Among the General Public in the United States and the United Kingdom: A Cross-sectional Online Survey”. Annals of Internal Medicine. Vol 173 No.2. pp 157-160.
Harrington, K.F., Zhang, B., Magruder, T., Bailey, W.C. & Gerald, L.B. (2015). “The Impact of Parents Health Literacy on Pediatric Asthma Outcomes”. Pediatric Allergy, Immunology, Pulmonology. Vol 28 No. 1. pp 20-26.
Luttik, M.L.A., Mahrer-Imhof, R., Garcia-Vivar, C., Brodsgaard, A., Imhof, L., Ostergaard, B., Konradsen, H. (2020). “The COVID-19 Pandemic: A Family Affair”. Journal of Family Nursing. Vol 26 No. 2. pp 87-89.
McKie, R. & Helm, T. Scientists divided over coronavirus risk to children if schools re-open. [online]. Retrieved from https://www.theguardian.com/world/2020/may/17/scientists-divided-over-coronavirus-risk-to-children-if-schools-reopen Cited On (2020, 11 May).
Singhal, T. (2020). “A Review of Coronavirus Disease-2019 (COVID-19)”. The Indian Journal of Pediatrics. Vol 87 No. 4. pp 281–286.
World Health Organization (WHO). WHO Coronavirus Disease (COVID-19) Global Situation. [online]. Retrieved from https://covid19.who.int/ Cited On (2020, 27 April).
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยปทุมธานี
ข้อความที่ปรากฎในบทความแต่ละเรื่อง เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว