ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการจัดทำบัญชีในระบบการบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ (GFMIS) ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
คำสำคัญ:
ระบบการบริหารการเงินการคลังภาครัฐสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ , การจัดทำบัญชี , ประสิทธิภาพบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการจัดทำบัญชีในระบบGFMIS ของบุคลากรทางการเงินและบัญชีของภาครัฐ ด้านความรู้ความเข้าใจ ความพร้อมและองค์ประกอบทางเทคโนโลยีสารสนเทศความสามารถในการปฏิบัติงานและประสิทธิภาพในการจัดทำบัญชีในระบบ GFMIS ของบุคลากรทางการเงินและบัญชีของภาครัฐประชากร คือ ผู้จัดทำบัญชีการเงินของหน่วยงานภาครัฐ ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มตัวอย่างจำนวน 400 คน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ความแปรปรวนทางเดียว ค่าสหสัมพันธ์และการถดถอยพหุคูณแบบมีขั้นตอน ผลการศึกษา พบว่า
1.ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ช่วงอายุ 25 ปี-35 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาการบัญชี ผ่านการฝึกอบรมเกี่ยวกับระบบ GFMIS 1-2 ครั้ง มีประสบการณ์การปฏิบัติงาน ด้านการเงิน/การบัญชี/การพัสดุ 1 ปี-5 ปี มีความรู้และประสบการณ์ในการใช้คอมพิวเตอร์จัดทำรายงานบัญชี ในระบบ GFMIS โดยรวมและรายด้านอยู่ในระดับมาก ได้แก่อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ และด้านอุปกรณ์ซอฟแวร์ มีความสามารถในการปฏิบัติงานด้านการเงินและบัญชีในระบบ GFMIS โดยรวมและรายด้าน อยู่ในระดับปานกลาง ได้แก่ ความสามารถในการปฏิบัติงานในระบบ GFMIS
2.ความรู้ที่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาองค์ความรู้ในรูปแบบการอบรม/สัมมนา/ประชุม เรื่องการเงินการบัญชีการพัสดุ มีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพการจัดทำบัญชีในระบบ GFMIS ความพร้อมของเทคโนโลยีสารสนเทศด้านอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ มีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพการจัดทำบัญชีในระบบ GFMIS ความสามารถในการปฏิบัติงานด้านการเงินและบัญชีในระบบ GFMIS มีความสัมพันธ์กับประสิทธิภาพการจัดทำบัญชีในระบบ GFMIS
เอกสารอ้างอิง
เถลิงศักดิ์ สุทธเขต และคณะ. (2563). “ศึกษาปัจจัยความสำเร็จที่มีผลต่อการจัดทำบัญชีภายในระบบ GFMIS ของผู้ทำบัญชีในหน่วยงานภาครัฐกรณีศึกษา สำนักงานจังหวัดลำปาง”. รายงานการประชุมวิชาการ ครั้งที่ 17 มหาวิทยาลัยเวสเทิรน์. วันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2563. หน้า 64-73.
ทิพย์ประภา สีชาเหง้า และ รัชดา ภักดียิ่ง. (2563). “ปัจจัยที่มีผลต่อการปฏิบัติงานด้านบัญชี ด้วยระบบ GFMIS ของหน่วยงานศาลในสังกัดสำนักศาลยุติธรรมประจำภาค 4”. วารสารวิชาการและวิจัย มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. ปีที่ 10 ฉบับที่ 1. หน้า 88-98.
ธนมลวรรณ เจนธนสาร และ เบญจพร โมกขะเวส. (2564). “ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานระบบบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ (GFIMS) ของกรมปศุสัตว์”. วารสารวิชาการ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต. ปีที่ 17 ฉบับที่ 3. หน้า 77-96.
ธานินทร์ ศิลป์จารุ. (2555). การวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วย SPSS และ AMOS. (พิมพ์ครั้งที่ 13). กรุงเทพมหานคร : ห้างหุ้นส่วนสามัญบิสซิเนสอาร์แอนด์ดี.
บุญชม ศรีสะอาด. (2556). การวิจัยเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 9). กรุงเทพมหานคร : สุวีริยาสาสน์.ปิยะพงษ์ ประไพศรี และ กาญจนา นันทพันธ์. (2563). “แนวทางการพัฒนาวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีในยุคดิจิทัล”. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์. ปีที่ 7 ฉบับที่ 12. หน้า 421-435.
ปิยะพงษ์ ประไพศรี และ กาญจนา นันทพันธ์. (2563). “แนวทางการพัฒนาวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพบัญชีในยุคดิจิทัล”. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์. ปีที่ 7 ฉบับที่ 12. หน้า 421-435.
พิธุวรรณ กิติคุณ. (2557). “การปฏิรูประบบราชการ”. วารสารการเมือง การบริหาร และกฎหมาย. ปีที่ 11 ฉบับที่ 3. หน้า 437-464.
รุ่งตะวัน ผิวผ่อง และ ธนิดา จิตร์น้อมรัตน์. (2562). “การศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการใช้ระบบการบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์ (GFMIS) ศึกษากรณีบุคลากรปฏิบัติงานด้านการเงินและพัสดุในกระทรวงสาธารณสุข”. วารสารบัณฑิตวิทยาลัย. ฉบับที่ 2. (ธันวาคม 2561-มีนาคม 2562) หน้า 178-192.
วนิดา ชุติมากุล. (2556). “ศึกษาปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการจัดทำบัญชีในระบบการบริหารการเงินการคลังภาครัฐแบบระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างมีประสิทธิภาพของบุคลากรการเงินและการบัญชี : กรณีศึกษาในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล”. วารสารสังคมศาสตร์.ปีที่ 2 ฉบับที่ 1. หน้า 1-8.
ศิริชัย กาญจนวสี. (2544). ทฤษฎีการทดสอบแบบดั้งเดิม. (พิมพ์ครั้งที่ 4). กรุงเทพมหานคร : คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
สุรศักดิ์ ชะมารัมย์. (2561). รัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์กับมิติการประยุกต์ใช้ในการบริหารการบริการสาธารณะของภาครัฐไทย. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จากhttps://reru.ac.th/articles/images/vijai_20_04_59_4.pdf.
Black, K. (2006). Business statistics for contemporary decision making. New York: John Wiley & Sons.
Cronbach, L. J. (1970). Essentials of psychological testing. New York: Happer and Row.
Krejcie, R.V. & Morgan, D.W. (1970). “Determining Sample Size for Research Activities”. Educational and Psychological Measurement. Vol. 30 No. 3. pp 607-610.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 ปาลิดา เชษฐ์ขุนทด

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยปทุมธานี
ข้อความที่ปรากฎในบทความแต่ละเรื่อง เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว