ผลของโปรแกรมพัฒนาสมรรถนะผู้ดูแลผู้สูงอายุติดเตียง ตำบลหนองไม้แดง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี
คำสำคัญ:
ผู้ดูแล, ผู้สูงอายุติดเตียง , สมรรถนะหลักบทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมพัฒนาสมรรถนะผู้ดูแลผู้สูงอายุติดเตียง ตำบลหนองไม้แดง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยเป็นการวิจัยกึ่งทดลอง แบบ 1 กลุ่ม วัดผลก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรม กลุ่มตัวอย่างคือผู้ดูแลผู้สูงอายุติดเตียง ที่พักอาศัยในเขตพื้นที่ความรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองไม้แดง อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี โดยคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive Sampling) ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ได้จำนวนกลุ่มตัวอย่างทั้งสิ้น 17 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วยโปรแกรมพัฒนาสมรรถนะผู้ดูแลผู้สูงอายุติดเตียง 3 ด้าน คือ ความรู้ ทักษะ แรงจูงใจ โดยมีกิจกรรมทั้งหมด 4 ครั้ง ประกอบด้วย กิจกรรมที่ 1“สร้างความรู้สู่ทักษะที่ถูกต้อง” กิจกรรมที่ 2 “สร้างแรงจูงใจสู่เป้าหมายของการดูแล” กิจกรรมที่ 3 “สร้างความสามารถสู่ความสำเร็จในการดูแล” กิจกรรมที่ 4 “การติดตามประเมินการปฏิบัติของผู้ดูแลผู้สูงอายุติดเตียง” โดยใช้เวลาทั้งสิ้น 6 สัปดาห์ และเก็บรวบรวมข้อมูลจากแบบสัมภาษณ์ประกอบด้วย ข้อมูลทั่วไป ความรู้ ทักษะ และแรงจูงใจในการดูแลผู้สูงอายุติดเตียง ทำการวิเคราะห์โดยใช้การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เปรียบเทียบความแตกต่างของค่าคะแนนเฉลี่ยก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรม ด้วยสถิติ Paired sample t-test
ผลการวิจัย พบว่า ภายหลังการเข้าร่วมโปรแกรมฯ กลุ่มผู้ดูแลผู้สูงอายุติดเตียงมีคะแนนความรู้ ทักษะ และแรงจูงใจ ในการดูแลผู้สูงอายุติดเตียง สูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมฯ ซึ่งแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 (p-value < .001)การวิจัยครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าโปรแกรมพัฒนาสมรรถนะผู้ดูแลผู้สูงอายุติดเตียง มีผลทำให้ผู้ดูแล มีการเปลี่ยนแปลงความรู้ ทักษะ และแรงจูงใจ ที่ดีขึ้น ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นแนวทางส่งเสริมศักยภาพให้ผู้ดูแลผู้สูงอายุติดเตียงในชุมชน และเป็นข้อมูลในการวางแผนการดูแลผู้สูงอายุติดเตียงต่อไป
เอกสารอ้างอิง
กมลทิพย์ ทิพย์สังวาล, นิธิพงศ์ ศรีเบญจมาศ และ ประจวบ แหลมหลัก. (2561). “ผลโปรแกรมการพัฒนาสมรรถนะอาสาสมัครดูแลผู้สูงอายุในชุมชน.” วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม. ปีที่ 12 ฉบับที่ 1. หน้า 275-291.
ขวัญตา บุญวาศ และคนอื่น ๆ. (2560). “ความเครียดและความต้องการของผู้ดูแลผู้พิการติดเตียง.” วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้. ปีที่ 3 ฉบับที่ 3. หน้า 1-14.
ขวัญสุมาณา พิณราช และคนอื่น ๆ. (2560). การพัฒนารูปแบบผู้ดูแลผู้สูงอายุอย่างมีจิตสาธารณะ. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก http://www.western.ac.th/media/attachments/2019/02/09/mind.pdf
นฤมล วงศ์วัยรักษ์. (2560). “ผลของโปแกรมพัฒนาสมรรถนะในการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสซิก้าของอาสาสมัครสาธารณสุขศูนย์แพทย์ชุมชนเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พ.ศ. 2560”.วารสาร สคร.9 2562. ปีที่ 25 ฉบับที่ 3. หน้า 24-33.
ปภาสินี แซ่ติ๋ว และคนอื่นๆ. (2562). “การศึกษาศักยภาพของผู้ดูแลผู้สูงอายุหลังจากอบรมหลักสูตรผู้ดูแลผู้สูงอายุ 70 ชั่วโมง ของวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสุราษฎร์ธานี”. วารสารพยาบาลทหารบก. ปีที่ 20 ฉบับที่ 1. หน้า 300-310.
ผุสดี ใจอารีย์, และวีณา จีระแพทย์. (2561). “โปรแกรมการสร้างแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคต่อพฤติกรรมของผู้ดูแลในครอบครัวในการดูแลสุขภาพช่องปากของเด็กวัยก่อนเรียนโรคหัวใจพิการแต่กำเนิด”. วารสารพยาบาลทหารบก. ปีที่ 19 ฉบับพิเศษ. หน้า 167-176.
วิไล ตั้งปนิธานดี, สายสุนีย์ ดีประดิษฐ์ และ ภัชรินทร์ วงค์ศรีดา. (2563). “ผลของโปรแกรมการพัฒนาสมรรถนะอาสาสมัครสาธารณสุขต่อความรู้และการรับรู้สมรรถนะตนเองในการดูแลผู้สูงอายุที่เสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม : กรณีศึกษากรุงเทพมหานคร.” วารสารสภาการพยาบาล. ปีที่ 35 ฉบับที่ 1. หน้า 46-60.
สถาบันเวชศาสตร์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรเพื่อผู้สูงอายุ กรมการแพทย์. (2564). คู่มือการคัดกรองและประเมินสุขภาพผู้สูงอายุ พ.ศ.2564. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์สงเคราะห์องค์การทหารผ่านศึก.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี. (2562). สถิติผู้ป่วยติดเตียง สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชลบุรี. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก http://www.cbo.moph.go.th
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. (2559). คู่มือสนับสนุนการบริหารจัดการระบบบริการระยะยาวด้านสาธารณสุข สำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ. กรุงเทพมหานคร : สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2022 Nattaporn Meesuk

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยปทุมธานี
ข้อความที่ปรากฎในบทความแต่ละเรื่อง เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว