การใช้ภาษาอังกฤษของนักศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

ผู้แต่ง

  • กชพร เมฆานิมิตดี คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี

คำสำคัญ:

การใช้ภาษาอังกฤษ , คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม , นักศึกษา

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ การใช้ภาษาอังกฤษของนักศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี 2) ศึกษาแนวทางการพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษ ของนักศึกษาคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี กลุ่มตัวอย่างได้แก่ นักศึกษาระดับปริญญาตรี คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ธัญบุรี จำนวน 322 คน โดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น อย่างมีสัดส่วน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล คือแบบสอบถาม และแบบสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย   ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็น การวิเคราะห์เนื้อหา

ผลการวิจัย พบว่า

  1. สภาพปัจจุบันการใช้ภาษาอังกฤษของนักศึกษาคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี โดยรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมื่อพิจารณา รายด้านพบว่า สภาพปัจจุบันมีค่าเฉลี่ยตามลำดับ คือ การอ่าน การพูด การเขียน และการฟัง  สภาพที่พึงประสงค์ โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า สภาพที่พึงประสงค์มีค่าเฉลี่ยตามลำดับ คือ การพูด การฟัง การเขียนและการอ่าน ความต้องการจำเป็น พบว่า มีความจำเป็นเรียงตามลำดับ คือ การฟัง การพูด การเขียน และการอ่าน
  2. แนวทางการพัฒนาการใช้ภาษาอังกฤษของนักศึกษาคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ในทักษะทั้ง 4 ด้าน โดยการจัดให้มีกิจกรรมส่งเสริมการใช้ภาษาอังกฤษในห้องเรียน การพูดคุยทักทาย การบรรยาย ใช้สื่อการสอน แบบฝึกหัด ข้อสอบ และโครงงานเป็นภาษาอังกฤษ  อย่างสม่ำเสมอ จัดสิ่งแวดล้อมภาษาอังกฤษ สื่อต่างๆ ของคณะจัดชมรมภาษาอังกฤษ โดยมีชาวต่างชาติประจำในชมรม  จัดหาสื่อภาษาอังกฤษ จัดอบรมทักษะภาษาอังกฤษ จัดกิจกรรมแข่งขันภาษาอังกฤษ เช่น การตอบคำถาม การนำเสนอ การอ่าน และการเขียนเรียงความ เป็นต้น

เอกสารอ้างอิง

กฤษณะ โฆษชุณหนันท์. (2559). “การใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารของวิศวกรไทย: กรณีศึกษาบริษัทญี่ปุ่นในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร”. สุทธิปริทัศน์ ปีที่ 30 ฉบับที่ 9.

กองนโยบายและแผน. (2564). [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://shorturl.asia/392tY. นโยบายมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พ.ศ. 2563=2580.

ชัญญนิษฐ์ อินทร. (2563). “ปัญหาและความจำเป็นด้านการพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษในการทำงานของพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง ในเขตเมืองพัทยา”. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยปทุมธานี. ปีที่ 12 ฉบับที่ 2.

บุญมี พันธุ์ไทย. (2545). ระเบียบวิธีวิจัยการศึกษาเบื้องต้น. (พิมพ์ครั้งที่ 2). มหาวิทยาลัยรามคำแหง : สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

ปรีชา ศรีเรืองฤทธิ์ และคนอื่น ๆ. (2562). “แนวทางการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษในบริบทของประเทศไทย. การประชุมวิชาการระดับชาติ วิทยาลัยนครราชสีมา ครั้งที่ 6 ประจำปีการ 2562.

พรชิตา สุวรรณแม และคนอื่น ๆ. (2564). การพัฒนาหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง เทคนิคการสอบโทอิค ปี 2564. โครงงานสหกิจศึกษา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.

พิมลพรรณ เพชรสมบัติ. (2560). ทักษะการบริหารของผู้บริหารมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี.

ศันสนีย์ บุญนิธิประเสริฐ และ สืบสกุล นรินทรางกูร ณ อยุธยา. (2562). “ความต้องการจำเป็นของการพัฒนาสมรรถนะด้านการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารของพนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุน ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย”. วารสารอิเล็กทรอนิกส์ทางการศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ปีที่ 14 ฉบับที่ 2.

สุวิมล ว่องวาณิช. (2550). การวิจัยประเมินความต้องการจำเป็น. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน. (2563). รายงานการสำเร็จการศึกษาของนักศึกษา ปีการศึกษา 2563. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.

Cronbach, Lee. J. (1978). Essential of Psychological Testing. New York: Herper & Row Publishers.

Krejcie, R. V., & Morgan, D.W. (1970). “Determining Sample Size for Research Activities”. Education and Psychological Measurement. Vol 30 No. 3. Pp 607-610.

Likert, R. (1967). The Human Organization: Its Management and Value. New York: McGraw-Hill

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2023-06-29

รูปแบบการอ้างอิง

เมฆานิมิตดี ก. (2023). การใช้ภาษาอังกฤษของนักศึกษา คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยปทุมธานี, 15(1), 23–35. สืบค้น จาก https://so05.tci-thaijo.org/index.php/ptujournal/article/view/261651