การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกัญชง: ภูมิทัศน์วัฒนธรรมของชาติพันธุ์ม้ง อำเภอพบพระ จังหวัดตาก
คำสำคัญ:
ผลิตภัณฑ์จากกัญชง, ภูมิทัศน์วัฒนธรรม, ชาติพันธุ์ม้งบทคัดย่อ
บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อวิเคราะห์กัญชงภูมิทัศน์วัฒนธรรมของชาติพันธุ์ม้ง อำเภอพบพระ จังหวัดตาก และ 2) เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกัญชงภูมิทัศน์วัฒนธรรมของชาติพันธุ์ม้ง อำเภอพบพระ จังหวัดตาก โดยใช้การดำเนินการวิจัยและพัฒนา จากการศึกษาเอกสารตำราและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง และลงพื้นที่สำรวจ พร้อมทั้งทำการสัมภาษณ์เชิงลึก ด้วยแบบสัมภาษณ์แบบกึ่งโครงสร้าง โดยมีผู้ให้ข้อมูลหลักทั้งหมด 50 คน แบ่งเป็น 4 กลุ่ม จากวิธีการเลือกตัวอย่างแบบเจาะจง คือ 1) กลุ่มภาครัฐ 2) กลุ่มผู้นำชุมชน 3) กลุ่มผู้ประกอบการ และ 4) กลุ่มสมาชิกชุมชน โดยจัดเวทีประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยการระดมความคิดอย่างมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกัญชง
ผลการศึกษาพบว่า 1) กัญชงคือจุดเริ่มต้นของภูมิทัศน์วัฒนธรรมเป็นพื้นที่ที่โดดเด่นของทุนวัฒนธรรม โดยชาติพันธุ์ม้งทำการปลูกกัญชงและสั่งสมภูมิปัญญาในการใช้ประโยชน์จากกัญชงมายาวนานด้วยวิถีวัฒนธรรมเกษตรกรรมที่ผสมผสานอยู่ในรากเหง้าที่มีการสืบต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น พื้นที่ปลูกกัญชงจึงเปรียบเสมือนต้นกำเนินพื้นที่วัฒนธรรมที่นำไปสู่การเกิดผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมเพื่อการใช้ประโยชน์และการสะท้อนถึงคุณค่าทางวัฒนธรรมที่มีเอกลักษณ์ทั้งความโดดเด่นและภาพจำที่มีต่อชาติพันธุ์ม้ง และ 2) การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกัญชงได้ผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากภูมิปัญญาการใช้ประโยชน์จากกัญชงจากรากสู่ยอด ได้แก่ ผ้ากัญชงผืน ผ้าคาดเอวกัญชง ชุดเสื้อผ้ากัญชง กระเป๋าสตางค์ผ้าใยกัญชง กระเป๋าสะพายผ้าใยกัญชง กัญชงงานถักมงคล สบู่กัญชง เซรั่มกัญชง มาส์คหน้ากัญชง มัทฉะกัญชง น้ำยาสระผมกัญชง และยาหม่องกัญชง โดยถ่ายทอดเรื่องราว วิถีชีวิต ความหมาย ความเชื่อ ความศรัทธา บ่งบอกจิตวิญญาณความสร้างสรรค์อย่างร่วมสมัย ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องสามารถนำผลการศึกษาไปใช้ประโยชน์ทางการบริหารการพัฒนาเชิงพื้นที่ด้วยการกำหนดยุทธ์ศาสตร์ การขับเคลื่อนนโยบาย การวางแผน ที่มุ่งเน้นภูมิทัศน์วัฒนธรรมอันนำไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มให้เป็นสินค้าและบริการทางวัฒนธรรมเพื่อให้สอดรับกับบริบทของเศรษฐกิจและสังคมโลกสมัยใหม่
เอกสารอ้างอิง
ทองเจือ เขียดทอง. (2558). “ผลิตภัณฑ์ผ้าปักม้ง: การออกแบบเชิงเศรษฐกิจสร้างสรรค์”. Journal Art klongHok. ปีที่ 2 ฉบับที่ 1. หน้า 55-79.
ภูมิฐวัศ สัมพันธ์พานิช. (2562). แนวทางการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน กรณีศึกษาการปลูกเฮมพ์เพื่อแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชน ตำบลแม่ตาว อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการมรดกวัฒนธรรมและอุตสาหกรรมสร้างสรรค์. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ภูมิฐวัศ สัมพันธ์พานิช และกาญจน์นภา พงศ์พนรัตน์. (2562). “เฮมพ์…รากเหง้าแห่งวิถีชีวิตวัฒนธรรมชาวม้ง”. วารสารสิ่งแวดล้อม. ปีที่ 23 ฉบับที่ 3. หน้า 1-8.
ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน). (2566). ม้งคีรีราษฎร์. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://wikicommunity.sac.or.th/community/50#chck4. เข้าถึงเมื่อ 10 ตุลาคม 2566.
สุทิน เรืองปานกัน, ทรงคุณ จันทจร และระพีพันธ์ ศิริสัมพันธ์. (2565). “การศึกษาภูมิปัญญาในการผลิตเส้นใยกัญชงเชิงอุตสาหกรรมสิ่งทอชุมชน”. วารสารวิจัยธรรมศึกษา. ปีที่ 5 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม-ธันวาคม 2565). หน้า 17-27.
สุรศักดิ์ บุญเทียน. (2564). “การพัฒนาคนบนฐานอัตลักษณ์วิถีวัฒนธรรมม้ง กรณีศึกษาบ้านเจดีย์โคะ ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก”. วารสาร มจร การพัฒนาสังคม. ปีที่ 6 ฉบับที่ 1 (มกราคม-เมษายน 2564). หน้า 1-13.
สุดสันต์ สุทธิพิศาล. (2564). “มรดกทางวัฒนธรรม”. เอกสารประกอบการเรียนรายวิชาประเด็นและแนวโน้มการจัดการอุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยว. หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการอุตสาหกรรมบริการและการท่องเที่ยว. มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 พ.ศ. 2566-2570. สำนักนายกรัฐมนตรี.
อนุวัฒน์ การถัก และ ทรงยศ วีระทวีมาศ. (2558). “ภูมิทัศน์วัฒนธรรม: ความหมาย พัฒนาการทางแนวคิดและทิศทางการศึกษาวิจัย”. วารสารวิชาการคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. ปีที่ 14 ฉบับที่ 2. หน้า 1-12.
Blij H. D., & Murphy A. B. (1977). Human Geography: Culture, Society, and Space. New York [u.a.]: Wiley.
Fuller, G.W. (2011). New Food Product Development: From Concept to Marketplace. (3rd Ed.). CRC Press.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2024 Walailak Panturee

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของวารสารมหาวิทยาลัยปทุมธานี
ข้อความที่ปรากฎในบทความแต่ละเรื่อง เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียน กองบรรณาธิการไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยเสมอไป และไม่มีส่วนรับผิดชอบใด ๆ ถือเป็นความรับผิดชอบของผู้เขียนแต่เพียงผู้เดียว